บทที่ 32 รบกวนด้วยนะ

“เดินไหวไหม”

เอ่ยถามเธออย่างเบาๆเมื่อใบหน้าของเธอนั้นอยู่ชิดกับหน้าอกของเขาจนไม่ต้องพูดจาให้มีเสียงก็คงได้ยินกัน อีกอย่างเธอคงอายมากพอแล้วเขาก็ไม่อยากจะซ้ำเติม

“ไม่”

ข้อเท้าเธอขยับไม่ได้เลยมันเจ็บไปหมด นี่ถ้าเขาบอกว่ากระดูกเธอหักขึ้นมาจริงๆเธอก็คงเชื่อเพราะมันเจ็บมาก เจ็บเหมือนมีกระดูกโผล่ออกมาเลย

“เกาะไว้ดีๆล่ะ”

อุ้มไปขึ้นลิฟต์แล้วก็พาไปห้องทำงาน ปฐมพยาบาลให้จนพอเดินได้ แล้วถึงพากลับบ้านเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมไปหาหมอ บ่นแต่ว่าอายๆ

“ตายแล้ววววว กะเทยจะเป็นลม ตายๆ เกิดอะไรขึ้นเนี้ย”

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิด กล้าหาญที่มายืนรอรับเจ้านายถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าเจ้านายอุ้มเมียเดินออกมาจากภายในลิฟต์นั้น

นี่ยัยคนสวยขาอ่อนเดินเองไม่ได้เลยเหรอ สงสัยจะเข้าหอคืนแรกกันไปแล้วแน่ๆ

“ยังไม่ตายหรอก ช่วยไปหาพวกยานวดกล้ามเนื้อมาให้หน่อยก็พอและก็ยาแก้ปวดหรือยาคลายกล้ามเนื้อ”

เสียงหนาออกคำสั่งพร้อมกับสองขาก้าวเดินอย่างหนักแน่น อุ้มคนตัวเล็กเดินไปยังห้องทำงานของตัวเอง ด้วยที่นั่นมีโซฟาตัวยาวพอให้เธอได้นั่งลงอย่างสบายกว่าการไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานของตัวเองในสภาพข้อเท้าเกือบหักแบบนี้

“ครับบอส”

กล้าหาญขานรับคำสั่งเสียงหนักแน่นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ลืมตัวสาวแตกไปหลายคำพูด ก็คิดว่าสองคนนี้เขาเข้าหอกันแล้วก็เลยเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่จริงๆ ไม่คิดว่าจะแค่บาดเจ็บกันมาจนต้องถามหายาแก้ปวด

“เป็นอะไรยัยคนสวย ขาหักเหรอ”

ชายหนุ่มตัวบางท่าทางตุ้งติ๊งหายไปสักพักเพื่อหาของตามคำสั่งของเจ้านายไม่นานก็กลับมาพร้อมกับของตามสั่งเหล่านั้น และการพุ่งตัวเข้าไปหายัยคนสวยที่นั่งอยู่ที่โซฟาภายในห้องทำงานของเจ้านายอย่างรวดเร็ว เพื่อถามถึงสาเหตุการเดินไม่ได้ก่อนหน้านี้

“แค่ข้อเท้าพลิกตรงหน้าตึก แต่มันเจ็บเหมือนกระดูกหักออกมาเลย”

พอถูกถามคนเจ็บก็ตั้งท่าเหมือนจะร้องไห้ขึ้นมาอีก มันสะเทือนทั้งข้อเท้าและก็จิตใจ

“ก็ใครใช้ให้ใส่ส้นสูงขนาดนั้นกันล่ะ”

เสียงหนาของเจ้าของห้องทำงานเอ่ยดังมาจากทางด้านหลัง เป็นเชิงดุเล็กน้อยอีกครั้งกับคนตัวเล็กที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังให้รอบคอบ

“ตายแล้ว แกอยากตกตึกลงมาตายหรือไง ถึงได้ซื้อรองเท้าแบบนี้มาใส่”

กล้าหาญก้มลงไปมองรองเท้าส้นสูงที่วางอยู่กับพื้น ก่อนจะแบะปากใส่ยัยคนสวยของเขาอย่างแรง สมควรแล้วล่ะที่ขาพลิกจนเกือบหักแบบนั้น ดันใส่รองเท้าส้นสูงอย่างกับตึกใบหยกเข้าไปได้ ดีแค่ไหนแล้วที่รอดมาถึงตรงนี้ได้

“หยุดซ้ำเติมกันได้ไหม”

“คราวหลังทำอะไรคิดให้มันรอบคอบกว่านี้หน่อย”

“ก็เป็นเพราะคุณนั่นแหละ”

“นี่ยาครับบอส ผมขอตัวก่อนนะครับ มีงานต้องทำต่อ”

กล้าหาญเห็นสถานการณ์ดูไม่ค่อยจะดี คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีภรรยากันดูเหมือนจะมีเรื่องให้ต้องคุยกันอีกมาก กะเทยอย่างเขาก็เลยหาทางหนีออกไปก่อนจะดีกว่า เกิดว่ามีการลงไม้ลงมือกันเกิดขึ้น กะเทยจะได้ไม่โดนลูกหลง

“อืม”

นนท์ธิวรรธน์กล่องปฐมพยาบาลมาจากมือของกล้าหาญแล้วก็นั่งลงข้างๆกับคนตัวเล็ก

“ฉันทำเองได้ แต่รบกวนคุณหันหน้าไปทางอื่นด้วย”

เธอไม่ขอรบกวนเขาไปมากกว่านี้จะดีกว่า แค่เขาอุ้มขึ้นห้องมานี่ก็อายซ้ำอายซ้อนจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว ขืนให้เขามานั่งพันข้อเท้าให้ด้วยเธอคงไม่มีหน้าไปเจอใครแล้วล่ะ เพราะต้องเอาแอบไว้แถวนี้ด้วยความอาย

“เดี๋ยวฉันช่วยทำให้ นั่งเฉยๆก็พอ”

แค่ข้อเท้าพลิกยังบอกว่ากระดูกหักแล้วจะปฐมพยาบาลตัวเองได้ยังไง มิจำขาตัวเองหักเป็นสองท่อนหรอกเหรอ สู้เขาทำให้ไม่ดีกว่าเพราะยังไงเช้านี้เขาก็ยังว่างงานอยู่ ไม่มีประชุมด่วนที่ไหน

“ขอบคุณนะ”

พราวลลิลปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ของเธอทิ้งอีกครั้ง ทั้งเจ็บทั้งอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนเพราะทำเพื่อประชดประชันเขา แต่สุดท้ายเขาก็ช่วยดูแลเธอเป็นอย่างดี

“ดีขึ้นบ้างหรือยัง ถ้ามันเจ็บมากไปหาหมอไหม”

เขานวดยาให้กับเธอเบาๆก่อนจะพันผ้าประคองข้อเท้าเอาไว้ไม่ให้ขยับได้มากนักเอาไว้ให้ด้วย

ทำทุกอย่างอย่างเบามือเพราะข้อเท้าเธอในมือของเขานั้นเล็กมากๆ กลัวว่าถ้าทำแรงข้อเท้าของยัยลูกแมวจะหักเข้าจริงๆ

“ดีขึ้นแล้ว”

พราวลลิลปาดน้ำตาของเธออีกครั้งเมื่อน้ำตามันไหลออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ เขาดูและเธอเหมือนที่พ่อของเขาดูแลเธอเลย เวลาที่เธอวิ่งเล่นจนหกล้มเป็นแผลตอนเด็กๆพ่อก็มักจะทำแบบนี้กับเธอและคอยถามเธอเสมอเลยว่า เจ็บไหม

“นั่งพักให้หายดีก่อน เดี๋ยวอีกสักพักฉันจะให้พี่เนตรไปส่งเธอที่บ้าน”

เขาลุกขึ้นไปล้างมือภายในห้องน้ำที่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวอันแสนกว้างขวางแห่งนี้ ไม่นานก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานพร้อมจะเริ่มงานได้

“ฉันเริ่มดีขึ้นแล้ว เดี๋ยวรอกลับตอนเย็นพร้อมกับคุณก็ได้”

เธอไม่อยากกลับบ้านไปก่อนเขา เพราะกลัวว่าคุณลุงกับคุณป้าจะเป็นห่วงเมื่อเห็นเธอ เธอแกล้งใจพวกท่าน 

ถึงจะยังปวดข้อเท้าอยู่อีกนิดหน่อยแต่เธอก็พอไหวที่จะรอกลับบ้านพร้อมกับเขาในตอนเย็น

“จะเอาแบบนั้นเหรอ”

“อืม คุณจะได้ไม่เปลืองน้ำมัน”

“ที่คราวนั้นทำให้ฉันน้ำมันหมดถัง ไม่เห็นพูดแบบนี้หนิ่”

นนท์ธิวรรธน์ก้มหน้าบ่นกับตัวเองเมื่อในหัวกำลังนึกถึงเรื่องวันที่เธอเมาแล้วทำเขานอนหลับไม่ได้นั้น คืนนั้นเขาขับรถวนไปทั่วจนน้ำมันหมดถัง ยังไม่ได้ทวงค่าน้ำมันกับเธอเลย

“บ่นอะไรเหรอ หรือว่าฉันนั่งในห้องนี้แล้วรบกวนคุณทำงาน”

“เชิญนั่งตามสบายเถอะ ยังไงตรงนี้ก็สะดวกกว่าข้างนอก อย่าลืมว่าเธอยังเดินไม่ได้ด้วยซ้ำไป”

“เหอะๆ ถ้างั้นฉันไม่พูดแล้วนะ”

“อืม”

“คุณทำอะไร”

พราวลลิลนั่งเงียบไปได้สักพักก็รู้สึกเบื่อๆ หันหน้าไปหาคนทำงานก็เห็นว่าเขาก้มหน้าทำอย่างตั้งอกตั้งใจ

ปากเธอก็เลยอดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่าเขานั้นกำลังทำอะไร เพราะเธอไม่เคยเห็นเขาทำงานมาก่อน ส่วนมากก็แค่เข้ามาเสนองานในห้องนี้แล้วก็ออกไป

“อ่านรายงานการประชุม”

เขาชูเอกสารปึกใหญ่ให้เธอได้เห็น ก่อนจะก้มหน้าอ่านมันต่อเพราะยังเหลืออีกมากกว่าจะอ่านรายงานพวกนี้จบ และเขาก็ตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะอ่านให้จบก่อนมื้อเที่ยง เพราะช่วงบ่ายเขามีงานอย่างอื่นต้องทำต่อและเอกสารที่ต้องเซ็นอีกมากมาย

“ต้องอ่านเองหมดเลยเหรอ”

“อืม มันเป็นพวกการประชุมที่ฉันไม่มีเวลาว่างเข้าไปนั่งประชุมด้วย”

“เรื่องแค่นี้ คุณต้องทำด้วยเหรอทำไมไม่เห็นหัวหน้าแต่ละแผนกเขาจัดการไปล่ะ”

“ฉันก็ให้เขาจัดการนั่นแหละ แต่ว่า ฉันก็ต้องรู้ทุกอย่างด้วยตัวฉันเองด้วย เพราะถ้ามันเกิดปัญหาอะไรที่ใหญ่โตขึ้นมา ฉันจะได้ควบคุมมันได้ก่อนที่จะเกิดขึ้น”

“คุณดูขยันจังเลยเนาะ”

“ไม่หรอก แค่ทำทุกวันจนเคยชินแค่นั้นเอง”

“อืม วันนี้ฉันว่างๆ ฉันช่วยอ่านให้ฟังเอาไหม คุณจะได้เซ็นเอกสารไปด้วยฟังไปด้วย งานจะได้เสร็จเร็วขึ้น”

คนตัวเล็กเสนอตัวช่วยงานแก้เบื่อให้กับตัวเอง เพราะถ้าจะให้เธอเดินออกไปนั่งที่โต๊ะตัวเองแล้วทำงานก็คงไม่ได้ด้วยตอนนี้ขาของเธอเดินไม่ได้ แต่เธอทำงานจากตรงนี้จะได้มีอะไรทำฆ่าเวลาไปจนกว่าจะเลิกงาน

“เธอไหวแน่นะ”

“ฉันดีขึ้นแล้วจริงๆ ไม่ร้องไห้แล้วไม่เห็นเหรอ”

“ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนด้วยนะ”

เขาเห็นว่างานก็ไม่ได้หนักหนาอะไรก็เลยเดินเอาเอกสารปึกใหญ่มาให้เธอได้อ่านให้ฟัง ส่วนเขานั้นก็กลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานต่อแล้วก็เริ่มเซ็นเอกสารต่างๆ

น้ำเสียงหวานของเธอฟังแล้วลื่นหูดีมาก รายงานต่างๆที่ถูกอ่านออกมาก็ฟังได้และเข้าหูดีมาก ทำเอาท่านประธานอย่างเขาถึงกับทำงานได้อย่างลื่นไหนจนเซ็นเอกสารที่กองอยู่เต็มโต๊ะเสร็จในเวลาไม่นาน และทำให้เขามีเวลานั่งฟังแต่เสียงหวานๆนั้นอย่างเพลิดเพลิน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป