บทที่ 5 ตรวจสอบ

“เอาเป็นว่าหนูหนมหวานกับตานนท์ลองทำความรู้จักกันไปก่อน ตกลงตามนั้นนะ นนท์ดูแลน้องเป็นอย่างดีด้วยนะ ห้ามรังแกน้อง แล้วก็พาน้องไปทำงานด้วย เริ่มวันนี้วันแรกเลย”

คุณหญิงวรรณวิภาพอสบโอกาสเห็นว่าคนทั้งคู่พักรบกันด้านเสียงก็รีบจับทั้งคู่มัดมือชกในทันที ประเดี๋ยวช้าไปกว่านี้ลูกชายของเธอหรือหนูพราวลลิลได้สติกันขึ้นมา ก็อาจหาเรื่องถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้นสักที วันดีๆอย่างวันที่ได้พบหน้ากันวันแรกมันก็จะไม่เริ่มต้นขึ้นสักที

“เธอเนี้ยนะ ว่าที่ภรรยาของฉัน”

นนท์ธิวรรธน์เดินเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าของหญิงสาวที่พ่อกับแม่ของเขาตั้งใจหามาให้เขา เพื่อสำรวจเธอให้ชัดเจนเต็มสองตาของเขา

สายตาคมมองดูคนตัวเล็กตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างนึกสำรวจ อืม เธอก็สวยจริงๆสวยจนโลกหยุดหมุนได้เลยล่ะ สมแล้วกับที่พ่อและแม่ของเขาเลือกเธอ

“ทำไม เป็นฉันแล้วทำไม”

ยื่นใบหน้าเขาไปใกล้ๆอย่างนึกท้าทายชายหนุ่มที่กล้าพูดแบบนั้นกับเธอ เป็นเธอแล้วยังไงไม่เหมาะสมกับผู้ชายหน้าหล่อๆอย่างเขายังไง

ไม่ใช่ว่าเธอจะขี้เหร่ขี้ริ้วอะไรสักหน่อย จะว่าไปแล้วอย่างไม่เข้าข้างตัวเองเลยนะ เธอก็สวยพอสำหรับเขานั่นแหละ

!หมับ!

มือหนายื่นไปจับหน้าอกทั้งสองข้างของหญิงสาวอย่างตั้งใจ บีบเข้าให้ด้วยอย่างแรงจนสองเต้าอวบนั้นเด้งสู้มือกลับมา

“กรี๊ด”

เสียงกรีดร้องจากปากเล็กๆของพราวลลิลดังลั่นห้องนอนนั้นอีกครั้ง ทำเอาสองคนแก่ถึงกับยกมือขึ้นปิดหูกันยกใหญ่ แต่นั่นก็ไม่อาจต้านทานเสียงของเธอได้แม้แต่นิดเดียว

“หวังว่าคงไม่ใส่ซิลิโคนมาหรอกนะเพราะตอนต้องให้นมลูก ลูกของฉันต้องไม่กินของปลอมแบบนั้น”

“ตานนท์ ทำไมทำแบบนั้นล่ะ”

ฟังคำพูดของลูกชายที่กล้ายื่นมือไปจับหน้าอกของผู้หญิงเขาแล้วนั้น คนเป็นแม่ก็แทบจะเป็นลมล้มหัวฟาดพื้นไปตรงนั้นเลย ไม่คิดว่าลูกชายจะทำตัวไม่เป็นสุภาพบุรุษแบบนี้เลย

แล้วนี่ผู้หญิงที่ไหนเขาจะรับได้ เธอคงต้องเสียว่าที่ลูกสะใภ้พันธุ์ดีไปอีกแน่ๆเลย

!หมับ!

คนอย่างพราวลลิลไม่เคยยอมใครหน้าไปไหนมาก่อน มือเล็กๆยกขึ้นคว้าหมับไปที่เป้ากางเกงของเขา

แล้วออกแรงบีบเล็กน้อยโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่บีบไปนั้นมันคืออะไรบ้าง เธอแค่คิดว่าเขาบีบหน้าอกเธอได้ เธอก็บีบกล่องดวงใจของเขาได้เหมือนกัน

“เธอ”

ชายหนุ่มถึงกับขยับเท้าถอยหนีไปครึ่งก้าวถ้วน ไม่เคยมีใครกล้าดีมาจับเป้ากางเกงของเขาต่อหน้าพ่อกับแม่มาก่อน

“หวังว่าคงไม่ได้ไปฉีดเพิ่มขนาดมาหรอกนะ เพราะตอนทำลูกฉันก็ไม่ชอบทำกับของปลอมเหมือนกัน”

พูดจบคนอย่างพราวลลิลก็สะบัดหน้าเชิดขึ้นอย่างผู้ชนะ เพราะยังไงการหัวเราะที่หลังมันก็ดังกว่า

เขาจับหน้าอกเธอแล้วว่าเธอปลอมได้ เธอก็จับเป้ากางเกงของเขาแล้วก็กล่าวโทษเขาไปบ้าง 

เสมอๆกันไปก็แล้วกัน

“นี่เธอ”

ตั้งท่าอยากจะเข้าไปจัดการเธอให้หลาบจำที่กล้ามาล้อเล่นกันเป้ากางเกงของเขา

“เอาล่ะๆ พอได้แล้วทั้งคู่เลย รีบไปเตรียมตัวไปทำงานกันเถอะนะ เดี๋ยวจะไปทำงานสายเอาได้นะ”

นวัตรเห็นท่าไม่ดีรีบแยกคนทั้งคู่ออกจากกัน เพราะยังไงลูกชายของเขาก็รักการทำงานมากกว่าสิ่งใดก็คงต้องยอมๆฝ่ายหญิงเขาไปบ้างล่ะ

แต่จะว่าไปแล้วว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ก็ดูจะถูกใจเขาไม่น้อย ดูท่าแล้วจะปราบลูกชายจอมเลือกของเขาได้ลง ไม่อย่างนั้นคงไม่ยืนตั้งหลักเถียงกลับไปนานสองนานขนาดนี้หรอก

“หนมหวานไปอาบน้ำนะลูก อาบที่ห้องนี้ไปก่อน เดี๋ยวแม่ค่อยให้คนย้ายของไปที่ห้องพี่เขาให้ภายในเย็นนี้นะจะได้กลับมาทำความรู้จักกันต่อ”

ภายในห้องนี้มีกระเป๋าเสื้อผ้าของหญิงสาวลูกสะใภ้ป้ายแดงของคุณหญิงวรรณวิภาวางอยู่สามใบใหญ่ๆ คุณหญิงก็เลยรีบให้อีกฝ่ายอาบน้ำแต่งตัวเสียใหม่ หวังให้เจ้าลูกชายตัวดีได้ตกตะลึงในความสวยของหญิงสาวจะได้รู้จักหุบปากเสียบ้าง

“ฉันให้เวลาเธอสิบห้านาที ถ้าไม่ทันก็เดินตามไปก็แล้วกัน”

เสียงหนาดังแทรกกลางระหว่างครอบครัวใหม่ที่พ่อกับแม่เขาพยายามสร้างมันขึ้นมาโดยที่เขาไม่ได้เต็มใจรับเลยสักนิด

แต่ก็จำต้องฝืนทนรับเอาไว้ก่อน แล้วค่อยคิดหาทางเอาเงินของเขาคืนมาก่อนจะส่งเธอกลับไปยังที่เดิม

นักธุรกิจอย่างเขาไม่มีทางยอมเสียเงินเยอะแยะมากมายขนาดนั้นเพื่อผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งหรอก มันไม่คุ้มค่ากับการลงทุน มันมีแต่จะขาดทุนทุกอย่างเลย แม้เธอจะสวยจนเขาตะลึงก็ตาม

“วิ่งหน้าโลงศพนายเถอะถ้าจะให้เวลาผู้หญิงแต่งตัวแค่นั้น”

เสียงเล็กๆของหญิงสาวยังคงตอบโต้อย่างไม่ยอม เมื่อเริ่มรู้สึกว่าสิทธิ์ความเป็นผู้หญิงของเธอกำลังถูกลิดรอนโดยผู้ชายหน้าหล่อแต่ปากร้ายคนหนึ่ง

“นี่เธอ”

“เอาล่ะๆ เราออกไปรอน้องข้างนอกกันดีกว่า”

“กาแฟของแกเย็นหมดแล้วมั้ง ไปๆ รีบไปกินกันเถอะ”

นวัตรและคุณหญิงวรรณวิภารีบพาตัวลูกชายออกไปจากห้องนอนรับแขกนั้นก่อนที่จะเกิดการโต้เถียงกันเกิดขึ้นอีก

คนทั้งคู่ที่เริ่มแก่กันแล้วเริ่มไม่ไหวแล้วที่จะห้ามคู่หนุ่มสาวที่อยู่ในวันกลัดมันส์ทั้งคู่ไม่ให้ทะเลาะกันก่อนจะได้เข้าห้องหอ

“ทำไมทุกคนต้องทำแบบนี้กับหนูด้วย อยากให้หนูแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ขนาดนั้นเลยเหรอ”

พราวลลิลรีบปิดประตูห้องไล่เจ้าของบ้านที่แห่กันมาต้อนรับเธอถึงในห้องทันที ให้เหลือแต่เพียงเธอคนเดียวภายในห้องกว้างที่ไม่รู้จักนั้น

ร่างบางทรุดกายนั่งลงกับเตียงนอนที่ไม่คุ้นชินและไม่อยากจะคุ้นชินกันมันด้วยเพราะเธออยากกลับบ้านเสียมากกว่า

“หนูไม่มีทางยอมง่ายๆหรอก”

บ่นพึมพำกับตัวเองอย่างไม่ยอมรับการถูกจับคลุมถุงชนแบบทุบหัวแล้วลากเข้าถ้ำเสือมาแบบนี้

เธอไม่มีทางยอมรับเรื่องนี้ง่ายๆหรอกยังไงก็ต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้ โดยไม่ต้องชดใช้เงินนั้นสักบาทเดียว คอยดูได้เลย

“นี่มีแค่เสื้อผ้าที่ได้ติดตัวมาหรอกเหรอ”

พอเริ่มมีสติกลับมาได้บ้างไม่ปล่อยให้ความเสียใจมาบดบังหนทางที่จะไปจากที่นี่ให้ได้ หญิงสาวก็เริ่มค้นข้าวของของตัวเองที่เธอไม่ได้เก็บมันมาด้วยตัวเองในทันที

แล้วก็ต้องพบว่ากระเป๋าสามใบใหญ่ๆที่เธอนั้นซื้อหามาเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวเพื่อใช้ในการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศอยู่บ่อยๆ มีแต่เสื้อผ้า

“ก๊อกๆ”

ยังไม่ทันได้คิดว่าจะเอายังไงต่อดี หรือจะหาใครมาช่วยเหลือเธอดี เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“อะไรอีกล่ะ”

พราวลลิลแหวเสียงแหลมๆใส่คนหลังประตูที่กล้ามาเคาะประตูขัดจังหวะเศร้าสร้อยของเธอทันที ไม่สนว่าจะเป็นใครหน้าไหนทั้งนั้น

อยากลองดีกับเธอก็ตะโกนสวนเข้ามาเลย เธอจะด่ากราดให้อ้าปากตามไม่ทันเลยคอยดู

“คุณนนท์ให้มาตามคุณผู้หญิงค่ะ ให้บอกว่าอีกห้านาทีรถจะออกแล้ว ให้คุณผู้หญิงรีบไปขึ้นรถให้ทันด้วย”

เด็กสาวที่คอยทำงานในบ้านของคุณหญิงวรรณวิภาเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบาๆอย่างกล้าๆกลัวๆ

“เออๆ เดี๋ยวออกไป”

“ค่ะๆ”

“ไอ้ผีทะเล ไอ้คนบ้า ไอ้คนโรคจิต ถ้าฉันหาทางออกไปจากบ้านนี้ได้เมื่อไหร่ ฉันจะตามโรงพยาบาลบ้ามาจับแกให้ได้ รอดูได้เลย”

พอสิ้นเสียงไร้เดียงสาของเด็กนั้น พราวลลิลก็รื้อเสื้อผ้าของตัวเองออกจากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆนั้นในทันทีเพื่อระบายอารมณ์

ทุกอย่างกระจัดกระจายเต็มพื้นห้องไปหมดภายในพริบตา เมื่อถูกพราวลลิลระบายอารมณ์ใส่ไป

ไม่มีเสื้อผ้าชิ้นใดขาดแต่ทว่าก็ยุ่งเหยิงไม่น่าใส่ ไม่เหมาะกับความเป็นคุณหนูของพราวลลิลไปแล้ว

แต่เธอก็ต้องกลับมาจำใจใส่มันสักชุดหลังจากอาบน้ำเสร็จ แล้วเดินออกจากห้องนั้นไป ทิ้งให้เสื้อผ้าทั้งสามกระเป๋าที่กระจายอยู่เกลื่อนพื้นอยู่ตามลำพังในห้องนั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป