บทที่ 8 วันแรก

 “อีเจ้ มาอยู่นี่ได้ไง ไหนว่าบ้านรวยพร้อมเปย์ไง”

พราวลลิลเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นมาก่อนเมื่อหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่คู่กับโต๊ะทำงานใหม่ที่ยังคงโล่งไม่มีเอกสารหรืออะไรเกี่ยวกับการทำงานวางเอาไว้สักอย่างเดียว ที่ตรงนี้คงถูกเตรียมไว้สำหรับเธอ ข้างๆกับโต๊ะทำงานอีกโต๊ะที่มีผู้ชายร่างหญิงกำลังหย่อนก้นนั่งลงไป

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาของเธอ เพราะก่อนหน้านี้ที่มักจะเจออีเจ้กัสที่บาร์โฮลบ่อยๆ อีเจ้นี้มันชอบอวดอ้างสรรพคุณว่ารวยนักรวยหนาและพร้อมเปย์ผู้ทุกคน

“ก่อนรวยก็ทำงานก่อนไหมห๊ะ”

กล้าหาญตอบกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำ ส่วนมือนั้นก็เตรียมเอกสารให้วุ่นไปหมดเพื่อการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้น

“ทำเป็นคุยโวให้เด็กมันหลง ที่แท้ก็เป็นลูกจ้างเขา”

เป็นจังหวะเหมาะพอดีที่เด็กอย่างเธอที่ยังคงต้องเกาะพ่อกับแม่กินอยู่สามารถเอาชนะแม่ใหญ่สาวพราวเสน่ห์ที่มักแย่งเด็กหล่อๆจากเธอไปได้ประจำเลย

“นี่นังชะนี หุบปาก”

กล้าหาญส่งเสียงเล็กเสียงน้อยใส่คนตัวเล็กที่ดันรู้ความลับของเขาเยอะเสียด้วยให้หุบปากลงสักที ก่อนที่จะมีใครผ่านไปผ่านมาได้ยินเรื่องแบบนี้เขา

นังชะนีเด็กจะว่าอะไรเขา เขาไม่สนหรอก แต่เขากลัวจะกระทบกับตำแหน่งหน้าที่การงานนะสิ ถึงปล่อยให้พูดตามใจไม่ได้

นี่ถ้าตบปิดปากได้ ก็น่าจะต้องฟาดสักทีสองที

“คราวหน้าห้ามแย่งเด็กหนูอีกนะเจ้”

ก่อนจะยอมหุบปากง่ายๆ พราวลลิลรีบยกสัญญาขึ้นมาให้อีกฝ่ายเซ็นยินยอมในทันที เพราะคราวหน้าเจอกันที่บาร์จะได้ไม่มาแย่งผลประโยชน์กันอีก สาวสวยอย่างเธอต้องได้ครอบครองคนหล่อเพียงคนเดียวเท่านั้น

“เออๆ”

ใบหน้าหล่อคมแต่ทว่าเกลี้ยงเกลาในแบบฉบับผู้หญิงพยักหน้ารับคำอีกฝ่ายอย่างหมดทางจะหลีกเลี่ยง

จำยอมต้องรับปากบ้าๆบอๆนั้นไปเพื่อให้อีกฝ่ายยอมสงบปากสงบคำ ก่อนที่จะมีอีกผู้จัดการฝ่ายไหนสักฝ่ายที่จ้องหาเรื่องเขาอยู่ผ่านมาได้ยินเรื่องส่วนตัวพวกนี้

“แล้วนี่เธอมาที่นี่ได้ไง ทำไมถึงมาเป็นเลขาบอสได้ล่ะ”

พอจัดแจงเตรียมเอกสารการประชุมจนพร้อมเรียบร้อยที่จะพาหญิงสาวผู้มาใหม่ผู้มีตำแหน่งเป็นเลขาของเจ้านายเข้าประชุมด้วย กล้าหาญก็เริ่มเป็นฝ่ายสัมภาษณ์อีกฝ่ายในทันที

มันยังพอมีเวลาที่จะรู้เรื่องส่วนตัวของชะนีเด็กนี้ รวมไปถึงอาจได้รู้เรื่องส่วนตัวของเจ้านายไปด้วย

“อยากฟังเหรอ ยาวนะ”

“ถ้าเล่าสั้นๆไม่ได้ ถ้ามีปัญหาเรื่องงานฉันไม่ช่วยเธอหรอกนะ”

“รู้จักการถูกคลุมถุงชนไหม”

ได้ยินคำของสาวใหญ่ใจโตอย่างอีเจ้กัสเอ่ยพูดแก้มขู่ขึ้นมา พราวลลิลก็นิ่งไปสักพักเพื่อคิดไตร่ตรอง

แล้วคนที่ยังไม่มีทางไปอย่างเธอ ที่ไม่รู้จะแก้ปัญหากับเงินร้อยล้านได้ยังไง ก็เริ่มเอ่ยพูดถึงเรื่องส่วนตัวของตัวเธอเอง

ไม่แน่ว่าต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ อีเจ้กัสอาจจะช่วยเธอได้ เพราะฉะนั้นก็หว่านพืชไปก่อนเพื่อจะได้ผลตอบแทนที่ดี

“อือฮึ”

เนื้อเรื่องที่หลุดออกจากปากของหญิงสาวชักเริ่มน่าสนใจ กล้าหาญก็เริ่มขยับเก้าอี้ที่ด้านล่างเป็นล้อเข้ามาใกล้ๆกับหญิงสาวมากขึ้นเพื่อฟังให้ชัดเจน

“นั่นแหละถึงมาอยู่ที่นี่ไง”

“อีหนมหวาน อีบ้า แกเนี้ยนะ”

“มันควรจะเกิดขึ้นหลายครั้งแล้วล่ะ แต่ทว่ายายเขาทำไม่สำเร็จ หนูก็หาเรื่องหนีมาตลอด”

“แล้วครั้งนี้ทำไมถึงสำเร็จล่ะ แกชอบบอสนนท์เหรอ”

“เปล่า เพิ่งเคยเห็นหน้ากันเมื่อเช้านี้เอง”

“แล้วทำไมล่ะ รีบๆพูดมาสิ”

“ก็เมื่อคืนไปเที่ยวที่บาร์นั่นแหละ และก็ไม่รู้ว่าอิท่าไหนถึงได้เมาหลับไปแล้วเช้าก็มาโผล่อยู่บ้านเขา”

“แกเนี้ยโชคดีจริงๆเลยนะ ได้บอสนนท์เป็นผัว”

“เดี๋ยวอิเจ้ในเย็นก่อน ยังไม่ได้ได้กันซะหน่อย แค่มาฟื้นที่บ้านเขาแล้วก็ถูกลากมาทำงานด้วยเนี้ยแหละ”

“แกรู้ไหมว่าบอสเป็นที่ต้องการของตลาดมากแค่ไหน แกรู้ไหม”

“แต่ว่า...

เขาจะเป็นที่ต้องการของใครเธอไม่รู้ แต่ไม่ใช่เธอแน่ๆที่ต้องการเขา เพราะเธออยากกลับบ้านมากที่สุดเลยในตอนนี้ หรือไม่ก็หาทางหนีไปให้ไกลจากเรื่องที่มันบังคับจิตใจนี้ ไปให้ไกลที่สุด ไปให้ไกลสุดขอบฟ้าเลยยิ่งดี

“อย่าเพิ่งปฏิเสธหนุ่มหล่อหน้าตี๋ผิวขาวราวกับหยวกกล้วยอย่างบอสสิ”

“ทำไมล่ะ เขามีดีกว่าความขาวและตาตี่หรือไง”

“อยู่ๆไปเดี๋ยวแกก็รู้เอง”

เจ้านายของเขามีดีทุกอย่าง ทำงานก็เก่ง หาเงินก็เก่ง เป็นสุภาพบุรุษตัวพ่อ แถมไปถึงกับข้าวก็ทำได้ และกะเทยอย่างเขาก็เชื่อว่าผู้ชายแบบนี้จะดูแลเมียได้อย่างดีเท่าที่ชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้เลยล่ะ

ว่าไปแล้วก็น่าอิจฉานังชะนีเด็กคนนี้จริงๆ เจ้านายที่เขาเฝ้าอ่อยเสน่ห์มาตั้งหลายปีเสร็จนั่งตัวดีจนได้

“ห๊ะ ต้องให้อยู่อีกเหรอ”

พอได้ยินว่าจะต้องอยู่ต่อ พราวลลิลที่อยากจะหายตัวกลับบ้านไปซะเดี๋ยวนี้ก็เริ่มตั้งท่าโวยวายขึ้น ตามประสาลูกคุณหนูที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เกิด

“ถ้าแกมีที่ไปก็คงไปนานแล้วใช่ไหม คนอย่างแกคงไม่ยอมมาถึงบริษัทเขาง่ายๆหรอก จริงไหม”

“ยืมโทรศัพท์หน่อยสิ”

พูดถึงทางหนีเธอก็พอมีอยู่บ้าง แต่ทว่าต้องหาทางติดต่อกับเพื่อนสนิทให้ได้เสียก่อน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครหน้าไหนมาช่วยเธอหรอก

“ไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เตรียมเข้าห้องประชุมเถอะ เรื่องโทรศัพท์ติดต่อประสานงานยังไม่ใช่งานของเธอนังชะนีเด็ก”

เรื่องการติดต่อสื่อสารอะไรพวกนี้ คุณหญิงวรรณวิภาสั่งห้ามเอาไว้เด็ดขาดว่าอย่าให้ชะดีเด็กคนนี้ได้เข้าใกล้ เธอในฐานะที่รับเงินพิเศษจากคุณหญิงวรรณวิภามาแล้วหลายก้อนเพื่อแลกกับข่าวของเจ้านาย ก็ย่อมจะทำตามคำสั่งคุณหญิงอย่างเคร่งครัด

“กะเทยเฒ่าขี้งก”

“ไปๆ อีกสิบนาทีเข้าประชุม”

“เชอะ”

ร่างเล็กในชุดเดรสยาวคลุมเข่ากับผมเผ้าที่ชี้ฟูแทบไม่เป็นทรง ลุกขึ้นจากเก้าอี้นั่งด้วยท่วงท่าสง่างามตามแบบฉบับหญิงไทยที่ถูกอบรมสั่งสอนเรื่องบุคลิกมาเป็นอย่างดี

สะบัดหน้าอย่างแรงใส่สาวใหญ่ร่างชายอย่างไม่พอใจนักที่อีกฝ่ายไม่ยอมคล้อยตามคำพูดของเธอ แต่กลับมาสั่งงานเธอ

ก่อนร่างที่สูงเพียงร้อยหกสิบห้าบนรองเท้าส้นสูงสามนิ้วจะรีบเดินไปที่ห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าประชุม

เพราะขืนชักช้า เธออาจมีปัญหากับใครเข้าอีกก็เป็นได้ และแผนที่จะหาใครมาช่วยพาเธอหนีไปก็อาจจะห่างออกไปอีก

ฝากเรื่อง หวงรักมาเฟียเถื่อน ด้วยน๊า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป