บทที่ 10 เด็กฝึกงาน 1

ปฐพีขับรถของตนเองมาที่บ้านของคุณเอกภพตั้งแต่เช้า เอาทานอาหารเช้าพร้อมกับทุกคนจากนั้นก็เดินมายังรถของตนเองที่จอดอยู่

“เอารถที่บ้านไปดีไหมดิน” คุณแอนเดรียเกรงใจเพราะหลายวะนมานี้ปฐพีใช่รถรับส่งทั้งสามีและลูกสาวของเธอมาตลอด

“ไม่เป็นไรครับคุณป้า ผมใช้รถคันนี้สะดวกกว่า ผมขอตัวก่อนนะครับ”

“ป้าฝากหนูแอลด้วยนะดิน ค่อยๆ สอนน้องนะ”

“ครับคุณป้า” ชายหนุ่มรับคำก่อนจะเปิดประตูรถให้คุณเอกภพเข้าไปนั่ง

“แอล ตั้งใจเรียนรู้งานนะลูก อย่าทำให้ดินเขาปวดหัวล่ะ”

“หนูจะพยายามค่ะแม่ แต่ไม่รู้ว่านายดินจะปวดหัวไหมหนูไปก่อนนะคะ”

“แอล”

“อะไรคะแม่” เอลินอร์กำลังจะเปิดประตูด้านหลังของรถแต่มารดาของเธอก็เรียกขึ้นเสียก่อน

“ถ้าหนูอยากศึกษาเส้นทางแม่ว่าหนูนั่งข้างหน้าดีไหมลูก” เธอไม่อยากให้ปฐพีรู้สึกว่าตนเองเป็นคนขับรถจึงบอกกับลูกสาวไปแบบนี้เพราะถ้าบอกตรงๆ เอลินอร์ก็คงหาเรื่องปฐพีอีกอย่างแน่นอน

“ก็ได้ค่ะแม่” หญิงสาวเดินอ้อมไปเปิดประตูแล้วขึ้นไปนั่งคู่กับปฐพีอย่างยอมจำนน

ระหว่างทางไปบริษัทปฐพีก็คอยบอกเส้นทางและอธิบายกฎจราจรเพื่อทบทวนความจำให้กับเอลินอร์ไปด้วย เพราะหญิงสาวเธอไปอยู่ต่างประเทศมานานก็กลัวว่าจะลืมบางอย่างไป

“ฉันรู้หรอกน่า นายไม่ต้องมาย้ำหรอก” หญิงสาวเถียงเกือบทุกคำที่ชายหนุ่มพูดออกไป

“แอล พ่อว่าหนูน่าจะมีเหตุผลมากกว่านี้นะลูก” คุณเอกภพเริ่มจะทนไม่ไหวกับการดื้อดึงของลูกสาว

“นานดินเอาแต่สอนทุกอย่าง”

“ที่พี่เขาสอนก็เพราะเขาอยากให้หนูเรียนรู้กฎจราจรของที่นี่ เพราะถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาก็คงจะต้องเป็นดินที่ไปเคลียร์กับตำรวจ”

“ค่ะพ่อ” เพราะได้ยินคำว่าตำรวจเอลินอร์เลยเลิกเถียงเพราะกลัวว่าถ้าทำให้ปฐพีไม่พอใจเขาจะเอาเรื่องคืนนั้นไปฟ้องบิดา

.....

“โอ๊ย เอกสารตั้งเยอะตั้งแยะใครมันจะอ่านหมดนั่นล่ะนายดิน นี่นายกำลังแกล้งฉันอยู่ใช่ไหม” เอลินอร์โวยวายเมื่อเห็นกองเอกสารบนโต๊ะทำงานที่ปฐพีบอกกับเธอว่าต้องอ่านและทำความเข้าใจทุกอย่างในนั้นแล้วสรุปมาให้เขาฟังอีกที

“ผมจะแกล้งคุณหนูทำไม่ละครับ นี่ผมเลือกแต่ที่จำเป็นเท่านั้นเองนะครับ” ปฐพีพูดไปตามความจริง

“แล้วนายให้เวลาฉันเท่าไหร่ล่ะ”

“คนเก่งอย่างคุณหนูคิดว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ล่ะครับ” ชายหนุ่มแกล้งถามหยั่งเชิง เขารู้นิสัยของเอลินอร์ดีว่าเป็นคนดื้อรั้น ทิฐิสูง และชอบความท้าทาย หากใช้คำพูดสบประมาทเล็ก ๆ น้อย ๆ เธอจะฮึดสู้ทันที

“สองอาทิตย์ได้ไหมมันเยอะมากเลยนะ”

“นานไปครับ ผมให้แค่อาทิตย์เดียวครับ” เขาทำเป็นต่อรอง

“มันไม่โหดไปหน่อยเหรอ ฉันไม่ถนัดเรื่องบริหารเลย ฉันชอบออกแบบมากกว่า ขอย้ายไปฝ่ายออกแบบได้ไหม”

“ในฐานะผู้สืบทอด คุณหนูจำเป็นต้องเรียนรู้งานและระบบการจัดการของทุก ๆ ฝ่ายอยู่แล้วครับ” ปฐพียังคงนิ่งสนิท

“ฉันไม่ถนัดเรื่องบริหารเลย ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องมาเรียนรู้เรื่องพวกนี้ ในเมื่อพ่อและนายก็ช่วยกันบริหารได้ดีอยู่แล้ว” เธอไม่อยากรับผิดชอบอะไรทั้งนั้นเพราะคิดว่ายังไงเขาและบิดาก็ช่วยกันบริหารบริษัทได้ดีอยู่แล้ว

“เพราะคุณหนูเป็นเจ้าของที่นี่ไงครับ ก็เลยต้องเรียนรู้ทุกอย่าง ลูกน้องเขาจะได้มั่นใจว่าคุณหนูมีความสามารถและรู้เรื่องทุกอย่างในบริษัทจริง ไม่ใช่ได้ตำแหน่งรองประธานมาเพราะเป็นลูกสาวของคุณเอกภพ”

“แต่ฉันไม่อยากได้ตำแหน่งนั้น นายรับไปสิ พ่อรักนายจะตาย เอาไหมฉันจะบอกพ่อให้” หญิงสาวประชด

“ผมไม่ใช่สายเลือดของท่านครับ ที่ผมทำทุกวันนี้ก็เพื่อตอบแทนบุญคุณที่ท่านส่งให้ผมเรียนจนจบ ถ้าคุณหนูไม่ชอบบริษัทนี้ คุณหนูจะเปลี่ยนกับคุณอลันก็ได้นะครับ”

“จะบ้าเหรอ เรื่องพวกนั้นไม่เคยอยู่ในหัวฉันเลยสักนิด ขืนฉันไปทำงานบริษัทคุณพ่อคงได้เจ๊งกันพอดี” เพราะอลันพี่ชายของเธอนั้นดูแลบริษัทอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเรื่องพวกนั้นเอลินอร์ไม่เข้าใจเลย

“ผมรู้ว่าคุณหนูชอบออกแบบและผลงานของคุณหนูที่ส่งทางมหาวิทยาลัยก็ดีทุกชิ้น เอาอย่างนี้นะครับ ถ้าคุณอ่านพวกนั้นได้ครึ่งหนึ่งแล้วมาสรุปให้ผมฟัง ผมจะให้คุณพักสมองด้วยการออกแบบดีไหม”

“จริงเหรอ” หญิงสาวมีความตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด เธอยิ้มกว้างมาทางชายหนุ่มด้วยแววตาเป็นประกาย ที่คนมองแล้วรู้สึกหัวใจวูบไหว แต่ก็ต้องเก็บอาการไว้เพราะเธอคือลูกสาวของผู้มีพระคุณ

“จริงสิ เรากำลังอยากได้เครื่องประดับสำหรับผู้หญิงวัยทำงานที่ราคาไม่สูงมาก เอาแบบที่ทุกคนจับต้องได้ แต่จะเน้นขายเป็นจำนวนเยอะ ผมว่าคุณคงทำได้ไม่ยากจริงไหมครับ”

“แน่นอนอยู่แล้ว เอาล่ะ ถ้างั้นนายนั่งเงียบๆ อยู่ฝั่งนู้นเลยนะ อย่ามาพูดกวนสมาธิฉันเด็ดขาด ฉันจะตั้งใจอ่าน” พูดจบเธอก็ก้มหน้าก้มตาเปิดแฟ้มเอกสารหน้าแรกทันที”

“ตามสบายเลยครับ” ปฐพีถึงกับโล่งใจที่เธอยอมอ่านเอกสารพวกนั้น

ตลอดทั้งช่วงเช้าเอลินอร์ให้ความสนใจกับการศึกษาข้อมูลของบริษัทมากกว่าที่เขาคิดไว้มาก หญิงสาวถามข้อมูลที่ไม่เข้าใจกับเขาเป็นระยะซึ่งเขาก็ตอบคำถามของเธอด้วยความเต็มใจจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาอาหารกลางวัน

“กลางวันนี้คุณหนูจะทานอาหารกับท่านประธานไหมครับ ผมจะได้บอกคุณแขไขจัดเพิ่มให้”

“แล้วนายไปกินกับคุณพ่อด้วยหรือเปล่า” เอลินอร์เงยหน้าจากกองเอกสารขึ้นมาถาม

“เปล่าครับ ปกติแล้วผมจะออกไปหาทานที่ร้านอาหารตามสั่งข้าง ๆ บริษัท หรือไม่ก็ฝากคุณแขไขช่วยซื้อเข้ามาให้ แล้วผมก็เดินไปนั่งทานที่ห้องพักเบรกของพนักงานครับ”

“ฉันไม่อยากรบกวนคุณพ่อ งั้นฉันไปกินกับนายได้ไหมกินเสร็จจะได้รีบกลับมาทำงาน”

“คุณหนูหิวหรือยังครับ”

“ยังไม่หิวเลย นายล่ะ”

“ปกติแล้วผมจะลงไปเวลาเที่ยงครึ่งเพราะคนอื่นเริ่มจะทานกันอิ่มแล้วจะได้ไม่ต้องรอนาน แต่ถ้าคุณหิวก็ไปเที่ยงตรงก็ได้ อยากจะทานอะไรร้านไหนคุณเลือกมาเลยจะได้โทรสั่งไว้ก่อน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป