บทที่ 12 เหมาะกับนายดีนะ

เอลินอร์เดินกลับมาที่โต๊ะริมกระจกแล้วหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับปฐพีด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม รอไม่นาน พนักงานของร้านก็เดินยกถาดเครื่องดื่มและของว่างที่สั่งไว้มาเสิร์ฟลงบนโต๊ะ

“ฉันสั่งให้นาย สีชมพู เข้ากับหน้าดุๆ ของนายดีนะ” หญิงสาวเลื่อนแก้วเครื่องดื่มสีหวานไปตรงหน้าชายหนุ่มทันที

เธอรอที่จะเห็นสีหน้าท่าทางขัดเขินของเขา แต่แผนการแกล้งให้เขาอายคนกลับพังลง เมื่อปฐพีคว้าแก้วนมชมพูดูดพรวดเดียวจนหายไปเกือบครึ่งแก้วอย่างหน้าตาเฉย

“ขอบคุณครับ” ปฐพียิ้มก่อนจะก้มหน้าดูดนมเย็นที่เหลือต่อ

“นายชอบกินเหรอ” เมื่อไม่เป็นไปตามแผนเธอก็รู้สึกเสียความมั่นใจ

“ครับ  ผมว่ารสชาติมันอร่อยกลมกล่อมดีนะ คุณหนูจะลองชิมดูสักหน่อยไหมล่ะครับ” ปฐพีแกล้งเลื่อนแก้วนมชมพูคืนกลับไป

“ไม่ล่ะ สีมันหวานเกินไป ไม่เหมาะกับคนอย่างฉันเลยสักนิด” หญิงสาวรีบปฏิเสธ

“แต่คุณหนูก็เก่งนะรู้ด้วยว่าผมชอบกินนมชมพู” ปฐพีรู้ว่าเธอยากแกล้งให้เขาอายคนอื่น แต่ถ้าเขาโมโหหรือไม่พอใจออกมาก็จะยิ่งเข้าทางและเธอก็คงจะหาเรื่องแกล้งเขาไปเรื่อยไม่รู้จบแน่นอน

“แน่นอนฉันน่ะเดาใจคนเก่งอยู่แล้วแหละ”

“คุณหนูครับผมอยากถามว่า..”

“นายดิน อย่าเรียกฉันว่าคุณหนูต่อหน้าคนอื่นสิ ฉันอายเขานะ” เอลินอร์รีบบอก

“อ้าว ก็วันแรกที่คุณหนูยอมให้ผมนั่งรถไปเรียนด้วย คุณหนูเป็นคนบังคับให้ผมเรียกอย่างนี้เองไม่ใช่เหรอครับ ถ้าผมไม่เรียกคุณหนู คุณหนูก็จะไม่ยอมให้ผมนั่งรถไปด้วย ผมยังจำได้ดีนะคุณหนู” ชายหนุ่มแกล้งย้อนอดีตทวงสัญญา

“ก็ตอนนี้ฉันบอกว่าให้‘อย่าเรียก  ต่อไปนี้นายห้ามเรียกฉันว่าคุณหนูเวลาอยู่นอกบ้านหรือในที่สาธารณะอีกเด็ดขาด เข้าใจไหม” หญิงสาวถลึงตาใส่

“อ๋อ แปลว่าถ้าหากว่าเราอยู่ที่บ้าน หรืออยู่ด้วยกันแค่สองคน ผมก็ยังสามารถเรียกคุณหนูได้ตามปกติใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มจงใจเน้นเสียงคำว่าคุณหนูให้ดังขึ้นเพื่อจงใจกวนประสาท จนเอลินอร์เริ่มจะโมโหขึ้นมาจริง ๆ

“อื้อ ช่างมันเถอะ ฉันว่าเรารีบกลับขึ้นห้องทำงานกันเถอะ ฉันยังต้องอ่านอีกสารอีกกองโค” เธอรีบตัดบทกระแทกแก้วคาปูชิโน่ลง

“งานในส่วนของผม ผมเคลียร์เสร็จหมดเรียบร้อยแล้วครับ” ปฐพีตอบหน้าตาย

“อ๋อ ที่ยอมลงมากับฉันก็เพราะงานตัวเองเสร็จแล้ว ร้ายนักนะนายดิน”

“เปล่านะ คุณหนู เอ้ย!....คุณแอลชวนผมลงมาเอง”

“ย่ะ ฉันชวนนายลงมาเองพอใจหรือยัง” เอลินอร์พูดจบก็รีบลุกออกจากร้านทันที

ปฐพีรีบก้าวเท้าตามเข้ามาในลิฟต์เพราะขากลับต้องพาเอลินอร์ไปทำความรู้จักกับแผนกออกแบบซึ่งหญิงสาวคงต้องทำงานร่วมกับแผนกนี้บ่อยกว่าแผนกอื่นเพราะเธอถนัดเรื่องการออกแบบและเรียนมาทางด้านนี้โดยตรง ผิดกับเขาที่เรียนแค่คอร์สสั้นๆ เท่านั้น

พอกลับเข้ามาในห้องเอลินอร์ก็เริ่มอ่านเอกสารต่อ ขณะที่ปฐพีก็กำลังตรวจงานที่ฝ่ายการเงินเพิ่งเอามาส่งให้ท่านประธาน เขาจะตรวจทานหนึ่งรอบก่อนที่จะส่งเอกสารทั้งหมดให้คุณเอกภพเป็นคนลงนามซึ่งเขาจะทำแบบนี้ทุกครั้ง ถ้าเจอส่วนที่ผิดก็จะได้ให้ฝ่ายที่เอามาส่งแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนส่งให้คุณเอกภพ

ระหว่างนั้นก็นึกขึ้นได้ถึงเรื่องที่จะถามเอลินอร์ตั้งแต่อยู่ในร้านกาแฟเมื่อครู่

“คุณหนูครับผมมีเรื่องจะถามหน่อยครับ”

“โอ๊ย จะถามอะไรอีกขัดสมาธิจริง ถ้าจะถามเรื่องข้อมูลงานในแฟ้มล่ะก็อย่าเพิ่งถามเลยนะ เพราะตอนนี้สมองฉันกำลังมึนตึ้บไปหมดแล้ว” หญิงสาวบ่นอุบอิบโดยไม่เงยหน้าจากแฟ้ม

“เปล่าครับ ผมจะถามเรื่องเพื่อนคุณหนู”

“เพื่อนฉันเหรอ ทำไมนายมีปัญหาอะไรกับเพื่อนฉัน ฉันมาทำงานที่นี่กับนายก็ไม่ได้หมายความว่านายจะมายุ่งเรื่องเพื่อนของฉันได้นะ”

“ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลย ผมก็แค่จะถามว่าเขาติดต่อมาหาคุณหนูหรือเปล่าเท่านั้นเอง”

“สงสัยนายจะมีตาทิพย์นะ พวกนั้นเพิ่งจะโทรมาหาฉันเมื่อคืนหลังเขาถามถึงซองอะไรสักอย่างนี่แหละ แต่ฉันฟังไม่ค่อยได้ยินเท่าไหร่เพราะเขาอยู่ในผับ แต่เย็นวันศุกร์เขานัดให้ฉันออกไปเจอที่ผับ”

“คุณหนูจะไปไหมครับ”

“ไปสิ ทำไมจะไม่ไปล่ะ วันเสาร์ฉันได้หยุดงานพักผ่อนอยู่บ้านอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคืนวันศุกร์ฉันก็อยากจะออกไปปาร์ตี้คลายเครียดจากการอ่านแฟ้มบ้า ๆ พวกนี้บ้าง” หญิงสาวตอบตามประสาคนรักความสนุก

“แต่ผมว่าคุณหนูอย่าไปเลยนะครับ” ปฐพีเตือนเสียงจริงจัง

“ฉันแค่ออกไปเที่ยวสนุกสนานกับเพื่อนเฉยๆ ไม่ได้ออกไปร่วมแก๊งตบตีกับใครเขาหรอกน่า นายไม่ต้องเป็นห่วงหรอกว่าจะถูกโทรตามกลางดึกอีก”

“ผมไม่อยากยุ่งกับเรื่องส่วนตัวคุณหนูหรอกนะครับ แต่เพื่อนกลุ่มนี้ถ้าเลี่ยงได้ผมว่าคุณหนูเลี่ยงดีกว่า”    

“ทำไมล่ะ นี่นายโกรธแทนฉันเรื่องที่เขาทิ้งฉันไว้ที่โรงพักเหรอ เรื่องนั้นฉันก็โกรธเขาเหมือนกัน ที่ไปครั้งนี้ก็คงจะเที่ยวกับเขาอีกแค่ครั้งเดียวนั่นแหละเพราะเดือนหน้าแพรวาเพื่อนรักของฉันก็จะบินกลับมาแล้ว”

“ถ้าคิดจะเลิกคบกันอยู่แล้วก็ไม่ต้องออกไปหาหรอกครับ”

“มีเหตุผลอื่นหรือเปล่าที่นายห้ามไม่ให้ฉันออกไปหาเพื่อน”

“ผมก็แค่เป็นห่วงครับ”

ปฐพีน้ำท่วมปากเพราะเขาอยากจะบอกถึงเหตุผลแต่ก็รับปากกับนทีไว้แล้วว่าเรื่องนี้เขาจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะผลการตรวจสารที่อยู่ในซองพบว่าเป็นยาไอซ์อย่างที่เขากับเพื่อนคิดไว้ บนซองยาก็มีลายนิ้วมือของผู้หญิงสองคนซึ่งไม่มีลายนิ้วมือขอเอลินอร์อยู่บนนั้นเลย ซึ่งก็แน่ชัดแล้วว่าเธอไม่รู้เห็นเรื่องนี้ด้วย เขาจึงไม่อยากเธอออกไปเจอกับเพื่อนอีกเพราะกลัวจะเป็นอันตราย และเพื่อนของเอลินอร์จะต้องถามถึงของที่หายไปแน่ๆ

“เอาน่า ฉันจะไม่ดื่มจนเมาจะไม่มีเรื่องกับใคร แล้วจะกลับก่อนเที่ยงคืนเหมือนเจ้าหญิงซินเดอเรลล่าเลยด้วย”

“ผมไปด้วยได้ไหม”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป