บทที่ 7 คุณหนูจอมหาเรื่อง
หลังเลิกงานปฐพีก็แวะทานอาหารเย็นที่ร้านประจำก่อนถึงคอนโด เขาใช้ชีวิตตามลำพังอย่างเรียบง่ายแบบนี้มาตลอดจนชินชา
พอกลับถึงห้องพักก็อาบน้ำทำธุระส่วน จากนั้นก็นั่งดูรูปที่คุณอานนท์พ่อค้าเพชรส่งมาให้ ซึ่งรูปที่ส่งมานั้นมีทั้งเพชร พลอยและทับทิม ชายหนุ่มดูแล้วก็ค่อนข้างพอใจและคิดว่าจะปรึกษากับเอลินอร์ก่อนเพราะเขาอยากฟังความคิดเห็นและมุมมองของเธอว่าจะเลือกอัญมณีเม็ดใดมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับคอลเลกชันใหม่ของบริษัท
ปฐพีนั่งดูรูปไปได้สักพักใหญ่ก็เปลี่ยนมาดูทีวีซึ่งเขาเปิดช่องแฟชั่นของต่างประเทศ เพราะอยากจะดูว่าตอนนี้เทรนด์การแต่งตัวนั้นไปถึงไหนแล้ว เพื่อจะได้ผลิตเครื่องประดับให้ออกมาได้ตรงกับเทรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยม ซึ่งสินค้าดีไซน์นำเทรนด์เหล่านี้ หากบริษัทเสนอขายให้แก่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้สำเร็จ มันจะสามารถสร้างผลกำไรและมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าการรับจ้างผลิตตามคำสั่งซื้อทั่วไปหลายเท่าตัว
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงปฐพีก็เริ่มง่วง แต่ยังไม่ทันจะได้เข้านอนเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาก่อน
เมื่อเห็นว่าคนที่โทรเข้าเป็นคุณแอนเดรียชายหนุ่มก็หายง่วงและเขารีบกดรับสายในทันที
“สวัสดีครับคุณป้า คุณลุงเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ปฐพีรีบถามอย่างร้อนใจเพราะมีหลายครั้งที่คุณเอกภพเจ็บหน้าอกกลางดึก แล้วเขาต้องรีบพาไปโรงพยาบาล เพราะท่านไม่ยอมให้รถพยาบาลเข้ามาที่บ้าน เนื่องจากกลัวว่าคนอื่นจะรู้ถึงสุขภาพที่ย่ำแย่ของตนเองจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของบริษัท
“เปล่าหรอกดิน คุณลุงไม่ได้เป็นอะไรท่านเข้านอนไปแล้วล่ะ”
“โล่งใจไปทีครับ” ปฐพีอยากถามต่อว่าเพราะอะไรท่านถึงได้โทรศัพท์หาเขากลางดึกแบบนี้แต่ก็เข้าใจถึงมารยาทดีว่าถ้าถามออกไปคงดูไม่ดีในสายตาผู้ใหญ่แน่ๆ
“ดิน....” คุณแอนเดรียไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไง
“ป้าแอนมีอะไรครับ มีอะไรหรือเปล่า หรืออยากให้ผมช่วยอะไรไหม” ชายหนุ่มถามอย่างห่วงใยเพราะฟังจากน้ำเสียงของท่านแล้วมันดูไม่ดีเท่าไหร่
“คือป้าอยากให้ดินช่วยไปประกันตัวยัยแอลที่โรงพักให้ป้าหน่อย”
“อะไรนะครับ!” ปฐพีอุทานเสียงดัง
“คืออย่างนี้นะ ยัยแอลออกไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วมีเรื่องทะเลาะตบตีกันนิดหน่อย ตอนนี้ถูกตำรวจจับไปที่โรงพัก ป้าอยากดินไปประกันตัวให้หน่อย เรื่องนี้อย่าให้คุณลุงรู้นะ ป้ากลัวท่านจะตกใจแล้วอาการจะกำเริบขึ้นมา”
“ได้ครับ โรงพักไหนครับป้าเดี๋ยวผมจะรีบไป”
พอคุณแอนเดรียบอกชื่อโรงพักแล้วเธอก็วางสายส่วนชายหนุ่มก็รีบเปลี่ยนชุดแล้วตรงไปยังโรงพักทันที
เขาไปถึงโรงพักในเวลาเกือบจะตีหนึ่ง ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อย
สถานีตำรวจ
ปฐพีเดินทางมาถึงโรงพักในเวลาเกือบจะตีหนึ่ง บรรยากาศภายในสถานีตำรวจเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ชายหนุ่มรีบเข้าไปประสานงานกับร้อยเวร เสียค่าปรับและดำเนินเรื่องเอกสารคุมตัวไม่ถึงสิบนาที ทุกอย่างก็เสร็จสิ้นเรียบร้อย
เอลินอร์เดินหน้าบึ้งลุกออกมาจากจุดที่ถูกควบคุมตัว ปฐพีปรายสายตามองชุดเดรสรัดรูปตัวสั้นที่เธอสวมใส่แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ
“ใส่นี่คลุมไว้ก่อน” เขาพูดขณะที่ถอดเสื้อตัวนอกของตนเองส่งให้หญิงสาวเพราะชุดที่ใส่อยู่ตอนนี้มันแทบจะปิดอะไรไม่มิดเลย เขารู้ว่าใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศและการแต่งตัวแบบนี้ก็ดูจะธรรมดาสำหรับที่นั่นแต่มันใช้กับที่นี่ไม่ได้
“ทำไม หรือกลัวว่าฉันเซ็กซี่เกินไป” เธอพูดแต่ก็รีบรับมาสวมเพราะบนโรงพักยังมีผู้ต้องหาคนอื่นอีกหลายคนและพวกนั้นก็จ้องเธอตาไม่กะพริบตั้งแต่เดินขึ้นมาเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน
“คุณหนูจะกลับบ้านเลยไหมหรือจะไปเที่ยวต่อ” ปฐพีแกล้งถามขณะเดินนำหญิงสาวมายังรถขอบตนที่จอดอยู่
“อย่ามากวนประสาทฉันนะนายดิน ใครจะมีอารมณ์เที่ยวต่อกัน หึ....อย่าให้เจออีกทีนะ ครั้งนี้จะเอาให้หนักเลยคอยดู” เอลินอรพูดด้วยความแค้นใจ
“ยังไม่เข็ดอีกเหรอครับ”
“ก็มันน่าเจ็บใจไหม เต้นอยู่ดีๆ ยัยพวกนั้นเดินมาหาเรื่องกันได้” หญิงสาวฟึดฟัดอย่างขัดใจ
“เขาหาเรื่องคุณก็แค่เดินหนี จะไปสู้กับเขาทำไมล่ะ” ชายหนุ่มพูดเตือนสติตามประสาคนไม่ชอบมีเรื่อง
“เดินหนีให้โง่ละสิ คนอย่างฉันไม่เคยยอมใคร ตบมาก็ตบกลับ” หญิงสาวพูดอย่างมาดมั่นแววตาเต็มไปด้วยความโกรธ
“แล้วยังไงล่ะครับ สุดท้ายก็ต้องมาขึ้นโรงพัก ผมไม่อยากจะคิดเลยถ้าพ่อคุณหนูรู้ท่านจะโกรธและเสียใจแค่ไหน” เขาจงใจพูดให้เธอได้คิดว่าการทำตัวแบบนี้ถ้าบิดาเธอรู้ท่านคงเสียใจและผิดหวัง
“พ่อฉันไม่มีวันรู้เรื่องนี้หรอก ถ้าหากว่านายไม่คาบข่าวไปฟ้อง” เอลินอร์ชี้หน้าและมองอย่างจับผิดและข่มขู่ไปในที
“ผมไม่ใช่คนขี้ฟ้อง”
“งั้นก็ดี แต่จำไว้เลยนะ ถ้าเรื่องนี้พ่อรู้เมื่อไหร่ นายตายแน่” หญิงสาวคาดโทษ
“นีนะเหรอครับ คำพูดที่ผมควรจะได้ยินจากปากของคนที่ผมเพิ่งจะช่วยดึงตัวออกมาจากห้องขัง”
“ก็ใครใช้ให้นายมาช่วย ฉันไม่ได้โทรตามนายสักหน่อย”
“ใจคอคุณจะให้แม่คุณขับรถมาประกันตัวกลางดึกอย่างนี้นะเหรอ คุณอายุเท่าไหร่แล้ว เอาอะไรคิด” น้ำเสียงของปฐพีเข้มขึ้นอย่างจริงจังจนคนฟังชะงักกึก
“นี่ ไม่ว่าฉันสักวันจะตายหรือไง ฉันโทรหาพี่ชายฉันแล้วย่ะ”
“อลันคงมาช่วยได้หรอกนะ เขาอยู่เชียงใหม่นู่น”
“ก็ใช่ไง ตอนนี้เขาอยู่เชียงใหม่ แต่ถ้าเขาอยู่กรุงเทพ เขาก็ต้องมาประกันตัวฉันไปแล้ว ไม่ต้องรบกวนนายหรอก”
“ถ้างั้นคุณหนูกลับไปนอนรอเขาในนั้นไหมล่ะ รอให้อลันกลับมาจากเชียงใหม่ เอาไหม ผมจะบอกร้อยเวรให้” ปฐพีแกล้งทำท่าจะหมุนตัวเดินย้อนกลับขึ้นไป
“จะบ้าเหรอนายดิน ใครจะไปนอนในนั้นกัน”
“หึหึ....” ปฐพีหัวเราะแล้วรีบเดินเข้ารถตนเองขณะที่คุณหนูเอลินอร์ก็รีบเปิดประตูเข้าไปนั่งด้านใน
“จะขึ้นมาทำไม” ชายหนุ่มแกล้งถาม
“ไปส่งฉันที่บ้านหน่อยสิ” เอลินอร์ออกคำสั่งตามความเคยชิน
“เพื่อนคุณล่ะ หายไปไหนหมดผมว่าจะถามตั้งแต่เมื่อกี้ละ”
“พวกนั้นพ่อแม่มาประกันตัวกลับไปแล้ว”
“เพื่อนคุณหนูนี่น่ารักนะครับ พอตัวเองได้กลับบ้านก็ไม่สนใจเพื่อนเลย ถ้าหากว่าคืนนี้ผมไม่มาประกันตัวคุณคงได้นอนอยู่ในนั้นคนเดียวถึงเช้าแน่ๆ”
