บทที่ 12 สร้อยของเธอ
รอยยิ้มที่สดใสของเฌอรินที่ดูใสซื่อบริสุทธิ์ทำเอาก้องภพชะงักจนทำตัวไม่ถูก เขายกหลังมือขึ้นถูจมูกก่อนจะส่งยิ้มกลับอย่างเขินๆ แทบจะลืมไปเลยว่าตัวเองกลับมาเอาอะไร
“อา..แล้วคุณก้องภพไม่ได้ไปกับคุณปราบหรือคะ”
“อ่อจริงสิ เกือบลืมพอดีผมจะกลับมาเอาโทรศัพท์มือถือให้คุณปราบที่ห้องครับ งั้นขอตัวก่อนนะครับ” ก้องภพโน้มศีรษะให้เฌอรินก่อนจะเดินเลี่ยงไปยังชั้นสองของตัวบ้าน
รอยยิ้มหวาน ๆ เมื่อครู่ยังติดตา เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าภาพจากนักสืบที่ส่งมาจะเป็นคนเดียวกันกับผู้หญิงคนนี้
หรือมันมีอะไรที่ผิดพลาด...
...
เช้าวันถัดมา
อาหารบนโต๊ะถูกรับประทานจนเกือบหมด ก่อนที่ปราบจะลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน ส่วนเฌอรินที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ร่วมโต๊ะ ได้แต่เตรียมเดินมาเก็บโต๊ะอาหารตามปกติ
“อิ่มแล้วเหรอคะ อุ้ย...เกือบหมด”
เธอพูดงึมงำพลางยกยิ้มที่มุมปาก เหมือนจะล้อคนที่บอกว่าเมื่อวานอาหารของเธอไม่น่าทาน แต่ดูเอาเถอะแค่วันเดียวเขาก็ยอมทานจนเกือบหมดยังกับคนเจริญอาหารเสียอย่างนั้น
ปราบตวัดสายตามองคนที่ทำไม่รู้ไม่ชี้เก็บโต๊ะ ไม่ลืมที่จะมองมือเรียวที่ยังคงมีพลาสเตอร์ติดอยู่ ก่อนจะละสายตาหันไปมองก้องภพที่ยืนก้มหน้านิ่ง
เมื่อวานช่วงเช้า
ก้องภพเพิ่งเล่าเรื่องที่เธอหัดทำอาหารให้ปราบทานจนมือเต็มไปด้วยมีดบาดอยู่หลายแห่ง
ปราบทำเหมือนไม่ได้สนใจฟัง แต่ที่สุดเขาก็ได้ยิน เลยเป็นที่มาของการลองทานอาหารที่เธอทำ ซึ่งมันก็อร่อยพอใช้ได้
…
“ก้องภพเตรียมรถ”
ทว่าปราบเกือบเลือกทำสีหน้าเย็นชาตัดบทออกมาแทน เขาทำเหมือนไม่ได้สนใจที่เฌอรินพูดออกมา แถมเขายังหันมาตวัดสายตาเหวี่ยงใส่หญิงสาวอีกแวบหนึ่ง ซึ่งเขามักจะทำเหมือนเฌอรินเป็นเพียงอากาศอยู่เป็นประจำ
เฌอรินแอบกลอกตาใส่เหมือนว่าไม่ได้แคร์ เพราะตอนนี้เธอเริ่มชินจนไม่ได้สนใจอีกฝ่ายมากแล้วเหมือนกัน เธอแค่ทำให้ดีที่สุดโดยไม่สนใจอีกฝ่าย
แต่เอาเถอะ…อย่างน้อยมันก็เป็นสัญญาณที่ดีขึ้น เพราะที่สุดแล้วปราบก็ยอมทานอาหารที่เธอทำจนเกือบหมด
หลักที่ปราบออกไปทำงานเรียบร้อยแล้ว เฌอรินได้รับมอบหมายให้ไปทำความบ้านตามเดิม เธอรู้สึกมีความสุขและสบายใจขึ้นมากตั้งแต่ที่ได้รับทำหน้าที่ต่างๆ แม้จะเหน็ดเหนื่อยบ้างก็ตามที แต่อย่างน้อยเธอจะได้ไม่มีเวลาฟุ้งซ่าน หรือคิดถึงคนที่บ้านอีก
“วันนี้ป้าจะออกไปข้างนอก ฝากคุณหนูเข้าไปทำความสะอาดห้องของคุณปราบทีนะคะ”
“คะ?” เฌอรินกลับทำหน้างงใส่ป้าแก้วแทนเพราะว่าตอนแรกเธอเคยจะอาสาไปทำความสะอาดห้องของปราบแล้ว แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างเด็ดขาดกลับมา จนเฌอรินเข้าใจว่าจะมีแต่คนของที่นี่เท่านั้นที่สามารถเข้าไปทำความสะอาดห้องของเจ้านายอย่างปราบได้
"ใช่ค่ะ ป้ารบกวนคุณหนูที คือป้าต้องออกไปทำธุระข้างนอกน่ะค่ะ”
“เอ่อ ได้ค่ะสบายมาก ป้าไปทำธุระเถอะค่ะ” เธอรับปากอย่างไม่คิดอะไร
“คุณหนูรินมีน้ำใจมากเลย ขอบคุณนะคะ แต่ถ้าเข้าห้องคุณปราบอย่าเผลอทำอะไรตกแตกนะคะ เดี๋ยวป้าจะรีบมา”
“ได้ค่ะ ป้าแก้วไม่ต้องห่วงเลยค่ะ รับรองรินไม่แตะอะไรในห้องของนายปีศาจ เอ๊ย คุณปราบอย่างเด็ดขาด”
เฌอรินฉีกยิ้ม ก่อนจะเอื้อมมือหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดพร้อมกับถุงมือมาจากป้าแก้วเลยรีบขึ้นไปข้างบนทันที
...
ที่ห้องนอนของปราบ
ประตูลายไม้ขัดเงาสวยงามสีเข้มถูกเฌอรินเปิดเข้าไป ในห้องพอมีแสงสลัวๆ ส่องเข้ามาให้พอเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้บ้าง ก่อนเธอจะหันกลับไปปิดประตูแล้วค่อย ๆ เดินเข้ามา
กลิ่นอโรม่าหอมสดชื่นตลบอบอวลไปทั่วห้องชวนให้เฌอรินรู้สึกผ่อนคลาย เธอได้เข้ามาทำความสะอาดห้องของชายหนุ่ม แต่เหมือนว่าหญิงสาวจะได้เล่นสนุกมากกว่าจะทำความสะอาดตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
“ที่ห้องตัวเองละกว้างม้ากกก ที่ห้องเรางี้ยังกับห้องเก็บของ ชิ” เธอนึกหมั่นไส้เจ้าของห้องขึ้นมาก่อนจะเดินไปเปิดไฟให้สว่าง ดวงตากลมโตเริ่มกวาดสายตาไปมาเพื่อสำรวจสิ่งต่าง ๆ ในห้องอย่างสนใจ
ห้องของปราบมีขนาดใหญ่กว่าห้องของเฌอรินประมาณสามถึงสี่เท่า แถมมีห้องน้ำที่หรูหราใหญ่โตน่าใช้ โทนห้องตกแต่งด้วยสีเทาเข้มและสีเงินเป็นส่วนใหญ่ เข้ากับท่าทางบุคลิกของเขาที่มักดูเป็นคนเคร่งขรึมตลอดเวลา ที่เตียงขนาดคิงไซซ์มีรอยยับย่นเล็กน้อยเนื่องจากเพิ่งถูกปราบใช้งานเมื่อไม่นานมานี้
ตุบ!
“อ่าา เตียงหมอนั่นนุ่มขนาดนี้เลยหรือเนี่ย นอนสบายจัง” เฌอรินทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอนที่หนานุ่ม ก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่างสบายใจ
“เฮ้อ นอนสบายกว่าเตียงเราที่ห้องนั้นตั้งเยอะ แต่เอ๊ะ... ไม่ได้สิรีบทำรีบไปดีกว่า”
เธอรีบดีดตัวลุกขึ้น พลันเผลอสะบัดมือหลังไปชนโดนโต๊ะหัวเตียงจนเกิดเสียง หญิงสาวตกใจจนต้องรีบหันไปดูเพราะกลัวว่าจะทำอะไรแตกหักเสียหายเข้า พลันสายตาสะดุดเข้ากับกล่องสีน้ำเงินกล่องหนึ่งที่ทำขึ้นพิเศษ มันมีอักษรตัวเขียนภาษาอังกฤษสลักอยู่ที่หน้ากล่องด้วยสีเงินว่า 'เฌอรัล' ที่ตกอยู่
“เฌอรัลเหมือนชื่อพี่เฌอรัลเลย” มือเล็กเอื้อมไปหยิบกล่องปริศนาที่ดึงดูดสายตาของเธอขึ้นมา ก่อนจะหันซ้ายหันขวาเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครโผล่มาตอนนี้
“หวังว่าหมอนั่นคงยังไม่กลับมาตอนนี้นะ คงไม่มั้งเขาเพิ่งออกไปทำงานนี่นา” เธอพูด ก่อนจะค่อยๆ เปิดมันออก
“นี่มัน...”
