บทที่ 13 ของสำคัญ

ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความดีใจ ในกล่องมีสร้อยเพชรขนาดเล็กที่แสนคุ้นเคย มันคือสร้อยจี้เพชรสีเงิน Char-R กำลังส่องแสงแวววาวประกาย และมันคือสร้อยเพชรที่เธอทำหายในวันที่เกิดอุบัติเหตุ

ครั้งหนึ่งเธอเคยได้มันมาเนื่องในวันเกิดแล้วมันก็เป็นของขวัญชิ้นแรกที่เคยได้ จำได้ว่าตอนที่เธอทำมันหาย เธอรู้สึกแย่และโทษตัวเองมากด้วยว่ามันเป็นของมีค่าที่คุณพ่อและคุณแม่ตั้งใจซื้อมาเซอร์ไพรส์ให้กับเธอและพี่สาว

“นี่เขาเป็นคนเก็บได้สินะ” เฌอรินรู้สึกดีใจมากที่จะได้ของตัวเองคืน ก่อนที่แววตาของเธอจะแปรเปลี่ยนเป็นความผิดหวังทันที เพราะที่หน้ากล่องดันถูกสลักชื่อว่าเฌอรัลตัวเบ้อเริ่ม

อย่าบอกนะว่า เขาคงเข้าใจว่านี้เป็นสร้อยของพี่เฌอรัล

“แต่แล้วนี่อะไรอะ” เฌอรินวางสร้อยเพชรของตัวเองลงในกล่อง ก่อนจะหยิบแฟลชไดรฟ์สีทองที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาดู

ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาแบบนี้ถึงเก็บมันเอาไว้กับสร้อยเพชร

ทว่า….

“ใครอนุญาตให้มาแตะต้องข้าวของของฉัน!”

เสียงแผดน่าเกรงขามดังลั่นจนเฌอรินถึงกับสะดุ้ง เมื่อใบหน้าหวานหันกลับไปมองตามเสียงก็พบกับชายหนุ่มผู้ที่เป็นเจ้าของห้องอย่างปราบ เขาเพียงแต่ลืมของเอาไว้และไม่คิดว่าจะเจอเฌอรินในห้องนี้

สีหน้าของปราบตอนนี้ราวสัตว์ร้ายที่แสนน่ากลัว ใบหน้าคมคายขมกรามแน่นจนนูนขึ้นเป็นสัน เขาจ้องตาเขม็งมาที่เธอก่อนจะรีบเดินเข้ามาหาด้วยฝีเท้าหนัก ๆ

ปึก! ร่างเล็กตกใจจนหงายหลังไปบนที่นอนอีกครั้ง กล่องสีน้ำเงินกำมะหยี่หลุดจากมือ ทว่าในมือยังคงกำแฟลชไดรฟ์เอาไว้แน่น เธอไม่รู้ว่านี่คือหลักฐานสำคัญที่พ่อของเธอสั่งคนมาลอบฆ่าเขาด้วยซ้ำไป!

“ฉันถามว่าใครอนุญาตให้เธอเข้ามายุ่งกับของของฉัน!”

ปราบเดินตรงมากระชากเอาแฟลชไดรฟ์สีทองในมือเฌอรินกลับ คิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยอารมณ์โมโห มองหญิงสาวด้วยสายตาแข็งกร้าว

“ที่เธอแกล้งทำตีสนิทกับคนในบ้านฉันจนแม่บ้านของฉันสนิทกับเธอ คงเพราะจงใจจะหาทางมาทำลายหลักฐานละสินะ”

“หลักฐาน ... หลักฐานอะไรคะ ฉันเปล่านะคะ” เฌอรินส่ายหน้าไม่รู้ว่าปราบกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ร่างบางรีบหยัดตัวลุกขึ้นนั่ง ทว่าปราบกลับโน้มตัวมาคร่อมร่างเธอเอาไว้จนเธอไม่สามารถลุกขึ้นได้

“ไม่ได้มาหาหลักฐาน งั้นที่มาห้องฉัน หรืออยากจะยั่ว?”

“เปล่านะคะ คุณปราบกำลังพูดเรื่องอะไร”

“ก็ได้นะ เดี๋ยวฉันจะลองสนองความต้องการของเธอดู”

หัวใจเฌอรินหล่นวูบทันทีที่ได้ยิน ร่างบางรีบดันตัวลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง ทว่าปราบกลับคว้าข้อมือคนตัวเล็กแล้วตรึงให้นอนลงกับที่นอนนุ่ม

“ปะปล่อย ฉะ ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้”

เฌอรินรู้สึกกลัวจนอยากจะร้องไห้ ขอบตาของเธอรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาพร้อมกับเนื้อตัวที่เริ่มสั่น

“ก็อยากเป็นภรรยาของฉันไม่ใช่ไง ถึงขนาดขอเสนอตัวเองมาแทนพี่สาว”

ประโยคนี้เฌอรินเถียงไม่ออกเพราะมันเป็นเรื่องจริงทั้งหมดอย่างที่เขาว่า แต่เหตุผลไม่ใช่อย่างที่เขากล่าวหาเธอเลยสักนิด เธอก็แค่ไม่อยากให้พี่สาวและครอบครัวต้องเดือดร้อนก็เท่านั้น

“เปล่านะคะ คือ...” ดวงตาคู่หวานหลุบต่ำไม่กล้าสบตา ทว่าเขากลับเลื่อนปลายนิ้วไปสัมผัสที่ริมฝีปากนุ่มก่อนจะบดคลึงไปมาเบา ๆ พลันร่างกายก็รู้สึกแปลก ๆ

ไม่ได้ต่างกันกับปราบ

เพราะนอกจากใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าจะดูหวานจับใจ ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อของเธอก็นุ่มมากเหลือเกิน คนตัวเล็กดูสั่นเป็นลูกนกแววตาคู่หวานที่เมินหนีดูหวาดหวั่นและหวาดกลัว

หัวใจกระตุกแกว่งเพราะรู้สึกแปลก ๆ

ก่อนจะหลับตาคล้ายเตือนสติตัวเอง

“แต่เสียดายนะ พอฉันเห็นเธอแล้วหมดอารมณ์” ปราบดันตัวเองลุกขึ้น ท่ามกลางถอนหายใจอย่างโล่งอกของเฌอริน ร่างเล็กรีบเด้งตัวลุกขึ้นตามอย่างขวัญเสีย

“ที่หลังไม่มีคำสั่งห้ามเข้ามาที่ห้องของฉันอีกเด็ดขาด! ออกไป!”

เฌอรินพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะรีบก้มลงเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด แล้วรีบสาวเท้าเร็วๆ ออกจากห้องของปราบ แม้ใจจริงอยากจะบอกเขาว่า สร้อยเส้นนั้นเป็นของเธอ แต่ทว่ากลับไม่มีโอกาสพูดมันออกมาได้เลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป