บทที่ 14 ประกาศศึก

หลายวันต่อมา

บ้านภัควรเดชที่มักจะเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบ แต่ตอนนี้กลับดูเหมือนเพิ่มความอึดอัดอย่างน่ากระอักกระอ่วนให้เฌอรินอีกครั้ง เพราะหลังจากวันนั้นเฌอรินก็แทบไม่สู้หน้าของปราบได้อีก

ทุกเช้าพอถึงเวลาเสิร์ฟอาหารเธอจะรีบยกมาวางไว้บนโต๊ะ และหายไปทันทีเมื่อเขาเดินลงมาไม่ยอมอยู่รอเขาเพื่อรับใช้เหมือนทุกวัน และปราบเองก็เช่นกัน ใช่ว่าเขาจะอยากเห็นหน้าเธอสักเท่าไหร่

แต่ทว่า ก็ดูเหมือนความโชคร้ายของเฌอรินยังไม่สิ้นสุด เมื่อป้าแก้วที่พยายามหาทางได้ใกล้ชิดปราบพยายามหาเรื่องให้เฌอรินเข้าหาเขาอยู่เสมอ

“ฝากคุณหนูรินเอากาแฟไปให้คุณปราบด้วยนะคะ”

“หา รินเหรอคะ” เฌอรินหน้าเสีย อุตส่าห์คิดว่าทางหลบหน้าสำเร็จแต่ก็หนีไม่พ้น

ที่สำคัญเธอยังไม่ลืมเรื่องที่โดนเขากดลงบนที่นอน ภาพที่เขาคร่อมร่างกับลมหายใจกรุ่น ๆ รวมถึงปลายนิ้วที่บดคลึงริมฝีปากยังติดชัดในความรู้สึกอยู่เลย

“ไปเถอะค่ะ อีกหน่อยคุณรินก็ต้องแต่งงานกับคุณปราบอยู่แล้ว ถ้าคุณรินเข้าใกล้คุณปราบบ่อย ๆ คุณปราบต้องหลงรักคุณรินของป้าแน่ ๆ เลย”

หึ…จะจับเธอฆ่าละสิไม่ว่า

เฌอรินได้แต่นึกในใจก่อนยิ้มแหยออกมา

“อา..ก็ได้ค่ะ” จำยอมรับปาก เพราะเธอดันหลีกเลี่ยงสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้ แค่ไม่อยากให้คนในบ้านมองว่าเธอเรื่องมาก

ที่หน้าห้องทำงานของปราบ

เฌอรินเคาะประตูเบา ๆ สองสามครั้ง แต่ดูเหมือนว่าคนภายในห้องจะไม่ได้สนใจ ยังคงปล่อยให้เธอยืนรอเขาอยู่หลายนาที

เมื่อไม่มีวี่แววการเอ่ยอนุญาตกลับมาหญิงสาวเลยตัดสินใจที่จะเป็นฝ่ายเข้าไป...

“คุณปราบอยู่ไหมคะ คือ...รินเอากาแฟมาให้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นรินขออนุญาตเข้าไป...”

แกร๊ก!

ประตูห้องเปิดออกกะทันหัน ในขณะที่เฌอรินยังไม่ทันจะพูดจบประโยคเลยด้วยซ้ำ ใครบางคนในร่างสูงโปร่งปรากฏตัวออกมา ก่อนจะปรายตามามองหญิงสาวที่กำลังเงยหน้าขึ้นไปมอง

แต่…

แค่เพียงเห็นสีหน้า เธอก็รู้แล้วว่าเขาดูไม่พอใจที่เห็นเธอ ความเงียบที่เกิดขึ้นผสมกับรังสีออร่าจากปราบที่แผ่ออกมาชวนให้คนร่างบางอย่างเฌอรินต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างอึดอัด

“เอ่อ…กาแฟค่ะ” เสียงเล็กเบาแผ่ว ทั้งที่หญิงสาวพยายามข่มความกลัวมาก่อนหน้า แต่พอเอาเข้าพอเจอสายตาของปราบ ทุกอย่างที่ตั้งใจจะพูดก็พลันหายไปจนหมด

“ใครใช้ให้เอามา!”

“มันเป็นหน้าที่ค่ะ...”

“ขนาดโดนฉันกดลงเตียงขนาดนั้น ยังจะกล้าเข้ามาหาอีก คิดจะมายั่วอีกงั้นสิ” ปราบพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน จนหญิงสาวต้องก้มหน้างุดเพื่อปกปิดความรู้สึกที่โมโห

“หรือที่พยายามเข้าหา เพราะเธออยากจะแต่งงานกับฉันจนตัวสั่น?” ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้เพื่อจ้องเฌอริน เขายังคงเหยียดหยามเธอไม่หยุด

“...”

“หึ ดูเหมือนฉันจะพูดถูกสินะ” เขายืดตัวกลับไปยืนหลังตรงดังเดิมพลางเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

“อย่าหลงตัวเอง” ในที่สุดเฌอรินก็ทนไม่ไหว เธอเงยหน้าจ้องตาคนตัวโตกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนหน้าที่เงียบไม่ตอบโต้ เธอรู้ดีว่าปราบคงอยากแต่งงานกับพี่สาวเธอมากกว่า และคงไม่พอใจที่เธอเสนอตัวมาแทนถึงได้ทำแบบนี้ แต่จะยอมให้เขาดูถูกฝ่ายเดียวก็เกินไป

“หืม...ว่าไงนะ” อีกฝ่ายหันกลับมามองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ฉันบอกว่าคุณอย่าหลงตัวเอง เพราะความจริงแล้วที่บ้านฉันไม่ได้อยากมีใครอยากแต่งงานกับคุณสักนิด ไม่ว่าจะเป็นพี่รัลหรือว่าฉันทุกคนต่างก็รังเกียจคุณ อ่ออีกอย่าง เป็นบ้านคุณต่างหากที่ขอให้บ้านฉันแต่งงานด้วย” หญิงสาวพูดรัวจนหอบ แต่อีกฝ่ายกลับยกยิ้มร้ายออกมาที่มุมปาก

“ไม่อยากมา แต่ก็เสนอตัวเองแทนพี่สาว”

ถ้อยคำเสียดสีดูถูกยังคงดังออกมาจากปากชายหนุ่มไม่หยุด แม้เฌอรินจะบอกให้ตัวเองต้องอดทน แต่นี่มันก็มากเกินกว่าที่เธอสมควรจะได้รับ เธอเงยหน้าสู้สายตาไม่ลดละ

“แล้วมีทางเลือกอื่นไหมละคะ หรือจะไม่แต่งงานกันก็ได้นี่”

โดนหญิงสาวตอบกลับ ปราบถึงกับขบกรามแน่น ถ้าไม่ใช่เพราะว่าพ่อของเขาต้องการบริษัทชาร์โต้มาก และต้องการลูกสาวบ้านนั้นมาเป็นตัวประกันเขาก็ไม่มีวันยอมทำเรื่องแบบนี้แน่

“อย่ามาทำปากดีกับฉัน! เธอก็น่าจะว่าบ้านเราแต่งงานกันเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ไม่คิดว่าบ้านเธอจะส่งผู้หญิงเน่าเฟะอย่างเธอมา”

“ช่วยไม่ได้ ในเมื่อคุณเลือกจะแต่งงานกับบ้านฉันโดยที่บ้านฉันไม่เต็มใจ งั้นก็เชิญรับความเน่าเฟะจากบ้านฉันไปเถอะ”

“บ้านเธอนี่คงจะน่ารังเกียจทั้งบ้าน เว้น...เฌอรัลพี่สาวเธอไว้สักคน”

ปราบเอ่ยน้ำเสียงเย็นชาแต่ที่แฝงไปด้วยความแข็งกร้าว เขาไม่ปล่อยหรือรอให้เฌอรินได้ตอบโต้ เมื่อพูดจบปราบก็มองเธอด้วยสายตารังเกียจ ก่อนจะเดินกระแทกไหล่เล็กของเธอออกไปโดยไม่หันกลับมา

แก้วกาแฟในมือกระฉอกออกจนความร้อนกระทบมือ เฌอรินนิ่วหน้าไม่กล้าส่งเสียงร้อง หันมองตามแผ่นหลังของปราบด้วยความรู้สึกโมโห

เขาว่าเธอเน่าเฟะเนี่ยนะ...มันหมายความว่าอย่างไง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป