บทที่ 4 การแต่งงาน
“ไม่....เดี๋ยวก่อน นายกับฉันกับน่าจะมีข้อตกลงที่ดีกว่านั้น” เสียงรัชพลพูดออกมาอย่างหวาดหวั่น เขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ามือกำภาพที่ส่งมาก่อนจะขยำมันจบยับย่น
ช่างเป็นการตัดสินใจได้ยากมาก เส้นบาง ๆ ระหว่างคุกกับการยกสัญญาโครงการให้คู่แข่ง มันเป็นอะไรที่ตัดสินใจได้ยากจริง ๆ ในตอนนี้เขาเหมือนคนที่กำลังยืนอยู่บนหน้าผา ด้านหลังคือท้องทะเลลึก ด้านหน้าคือสิงโตที่พร้อมจะขยำเหยื่อ
“ฉันให้เวลานายสามวัน แล้วบอกฉันมา”
“นายจะให้ฉันยกสัญญาให้นายไปได้ไง ในเมื่อสัญญาระบุว่าหากมีฉันไม่สามารถทำงานต่อได้หรือเปลี่ยนแปลงผู้ร่วมธุรกิจภายใน 180 วันฉันต้องเสียค่าปรับสองเท่า นายก็รู้ว่าฉันไม่มีเงินสำรองมากขนาดนั้น”
ใช่โครงการพันล้าน หากโดนค่าปรับสองเท่า รัชพลจะหาเงินไปจ่ายปรับให้ชาร์โต้มหาศาลได้จากไหน?!!
“นั่นมันเรื่องของนาย ไม่ใช่ฉัน!”
น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้นก่อนจะตัดสายไปอย่างไม่ไยดี รัชพลรู้สึกเหมือนสมองอื้ออึงคล้ายตัวเองหมดแรง
แต่!!
มันต้องมีทางออกโดยสิ ทางออกที่ทำให้เขาไม่ติดคุกและเขายังต้องได้ทำโครงการพันล้านอันนั้นอยู่ นั่นคือตัววัดความเป็นความตายทางธุรกิจของตระกูลดิษสถาวงษ์เลยชัด ๆ
.......
หลายวันต่อมา
รัชพลมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจโทรหาปฐวี ภัครวรเดช เพื่อขอทางออกที่หวังว่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้
หลังจากได้ข้อสรุป รัชพลจึงเรียกทั้งภรรยาของเขาและลูกสาวทั้งสองมาหาที่ห้องโถง
"พ่อมีเรื่องสำคัญจะบอกกับลูกเฌอรัล.."
รัชพลพูดเสียงอ่อนอย่างรู้สึกผิดต่อหน้าลูกสาวทั้งสองคนที่กำลังจ้องมองเขาอย่างสงสัย รัชพลก้มหน้าเศร้า เขารู้สึกผิดและจุกมากที่จะต้องพูดถึงเรื่องนี้กับลูกสาว แต่ทว่าสถานการณ์ปัจจุบันช่างบีบบังคับเหลือเกิน และเขาไม่มีทางเลือกอื่น
ทางออกสุดท้ายที่เขาเพิ่งตกลงกับปฐวี เพราะเขาเองก็ไม่ต้องการติดคุก คือการต้องเปลี่ยนสัญญาโครงพันล้านให้กับตระกูลภัควรเดชแบบเด็ดขาด
แต่ถ้าครบ 180 วัน แล้วดิษสถาวงษ์ตุกติกล่ะ!
เหมือนเสือเห็นเสือ
ปฐวีรีบยื่นข้อเสนอให้เอาลูกสาวของรัชพลมาเป็นตัวประกันในช่วงระยะเวลา 180 วัน เพื่อความปลอดภัยว่ารัชพลจะไม่กล้าสั่งคนไปลอบฆ่าคนในตระกูลภัควรเดชอีก และหลังจากนั้นหากทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ต้องเซ็นยกโครงการชาร์โต้ให้กับตระกูลวงศ์ภัควรเดชโดยไม่มีเงื่อนไข
แต่รัชพลกลับเห็นโอกาสทองมากกว่านั้น ในขณะที่บ้านเขากำลังย่ำแย่ และต้องเสียโครงการพันล้านให้ไป การหาทางลงแบบสวย ๆ คือให้ลูกสาวของตัวเองได้แต่งงานกับลูกชายของบ้านนั้นเพื่อประคองธุรกิจเลยจะดีกว่า อย่างน้อยถ้าทั้งคู่แต่งงานจนมีลูกด้วยกัน ผลประโยชน์ทางธุรกิจก็ยังตกอยู่กับตระกูลอีกคนละครึ่งหนึ่ง
ต่างฝ่ายต่างเห็นประโยชน์ในการเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีใครหักหลังใคร
ปฐวีจะไม่หักหลังแจ้งความเอาผิดเขาในภายหลัง!
และ
รัชพลจะไม่กล้าส่งคนลอบฆ่าภัควรเดช เพราะลูกสาวอยู่ในมือ!
ทั้งสองคนจึงตกลงกันเองเป็นที่เรียบร้อย โดยไม่ได้คำนึงถึงผลที่จะตามมาเลยแม้แต่น้อย
...
ห้องโถงตระกูลดิษสถาวงษ์
รัชพลประสานฝ่ามือใบบนตักก่อนจะจ้องมองลูกสาวทั้งสองอย่างเคร่งเครียด
เฌอรัลลูกสาวคนโต เธออายุ 25 ปี เธอเปรียบเสมือนมือขวาของเขา อนาคตของเธอกำลังจะเป็นไปได้ดีในวงการธุรกิจ เธอมีความเป็นผู้นำและกล้าตัดสินใจ
ส่วนอีกคนที่นั่งอยู่คือเฌอริน ลูกสาวคนเล็ก อายุ 22 ปี เพิ่งเรียนจบนิสัยเรียบร้อยและอ่อนหวาน เธอเป็นดังแก้วตาดวงใจ ราวกับตุ๊กตาตัวน้อยที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตลอด
เสียงผ่อนลมหายใจอย่างหนักหน่วง ก่อนที่รัชพลจะตัดสินใจพูดออกมาด้วยสีหน้าลำบากใจ!
“ตระกูลภัครวรเดช ต้องการให้เฌอรัลแต่งงานกับลูกชายของเขา”
“อะไรนะคะคุณพ่อ”
เฌอรัลลุกขึ้นยืนอย่างตกใจ การแต่งงานสำหรับเธอคือเรื่องใหญ่ ไม่ใช้คำตอบของชีวิตโดยเฉพาะผู้หญิงอย่างเฌอรัล มิหนำซ้ำยังเป็นการแต่งงานกับตระกูลภัครวรเดชที่เป็นศัตรูกันทางธุรกิจแถมขึ้นชื่อลือชาว่าค่อนข้างระเบียบและบ้าอำนาจด้วยแล้ว การให้แต่งงานกับตระกูลนี้ก็เหมือนการที่ครอบครัวจะส่งเธอไปทรมานชัด ๆ !!
“รัลนั่งลง ฟังคุณพ่อก่อน” รสสุคนธ์ผู้เป็นแม่ออกเสียงปราม ก่อนจะพยายามฉุดแขนลูกสาวคนโตให้ยอมนั่งลงแต่โดยดี
“พ่อจะพุดอีกครั้งนะรัล ตระกูลภัครวรเดช ต้องการให้รัลแต่งงานกับปราบลูกชายคนโตของเขา”
“ให้แต่งงานกับบริษัทคู่แข่ง? ...ไม่ใช่ว่าคุณพ่อไปดิวลับอะไรกับบ้านนั้นแล้วยื่นข้อเสนอแบบนี้ไปให้เขาเองนะคะ” เฌอรัลไม่ใช่คนโง่ เธอฉลาดพอที่จะเดาสถานการณ์ได้
“เขาเกลียดบ้านเราจะตาย ขืนรัลไปแต่งงานบ้านนั้น เขาคงไม่ได้เอารัลไปเป็นภรรยาหรอกค่ะ คงเอารัลไปใช้งานเป็นทาสซะมากกว่า”
“รัล!” เมื่อโดนผู้เป็นแม่เอ่ยปากดุเป็นรอบสอง ทำให้เฌอรัลทรุดตัวลงนั่งอย่างยอมแพ้ ดวงตาแดงก่ำก่อนจะกัดฟันพูดออกมาทั้งที่น้ำเสียงเครือสั่น
“ไม่เป็นอะไรค่ะ จะแต่งก็แต่งตามใจคุณพ่อ รัลมันไม่มีค่าไม่มีประโยชน์อะไรต่อคุณพ่อคุณแม่นี่คะ เอาเถอค่ะต่อให้บ้านนั้นเอารัลไปทรมานก็ยอม”
น้ำเสียงสั่นเครือก่อนที่หยดน้ำตาเม็ดใสจะไหลออกมาเปื้อนแก้ม เธอยกหลังมือขึ้นป่ายปัดน้ำตาก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเหมือนยอมรับชะตากรรม
คนอย่างเฌอรัลที่ไม่เคยมีใครได้เห็นน้ำตาเพราะเธอมันจะแสดงความแข็งแกร่งตามแบบฉบับของลูกคนโตที่มั่นใจในตัวเองสูง แต่ทว่าวันนี้กลับมีหยดน้ำตาที่แสดงความอ่อนแอออกมา สร้างความลำบากใจให้ผู้เป็นพ่อไม่น้อย หรือแม้กระทั่งเฌอรินน้องสาวเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน เธอนึกสงสารพี่สาวของเธอจับใจ
