บทที่ 9 เผชิญหน้า
(เป็นอย่างไงบ้างลูก คนพวกนั้นต้อนรับลูกของพ่อดีหรือเปล่า)
“รินสบายดีค่ะ ทุกคนในบ้านนี้ดีกับรินมาก”
คำโกหกคำโตถูกพูดออกไปเพื่อไม่ให้ทุกคนต้องเป็นห่วง ถึงแม้ว่าจะสวนทางกับความอึดอัดที่เกิดขึ้น แต่เฌอรินก็เข้มแข็งพอที่จะไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น เธอตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่ามาที่นี่เพื่ออะไร ต่อให้จะไม่ได้รักอีกฝ่าย หรือต้องจำใจมากแค่ไหน แต่หญิงสาวไม่มีวันถอดใจแน่นอน
(ไม่พูดโกหกให้พ่อไม่สบายใจนะ)
“ไม่ค่ะ คุณปราบเองเขาดีกับรินมาก” ปากบอกว่าเขาดี ทั้งที่ตัวเองยังไม่ได้เจอหน้าเขาเป็นอาทิตย์ตั้งแต่มาถึง นึกแล้วก็...
เฮ้อ....เฌอรินถอนหายใจ นึกเสียใจที่ต้องโกหกพ่อ แต่ก็ไม่อยากให้พ่อต้องเป็นห่วงอยู่ดี
(งั้นดูแลตัวเองดี ๆ นะลูก)
“ค่ะ คุณพ่อเองก็เช่นกันนะคะ”
สายโทรศัพท์ที่ตัดสายลงไปพร้อมกับหัวใจที่ห่อเหี่ยว ดวงตาคู่สวยได้แต่ทิ้งสายตาไว้ที่น้ำพุเบื้องหน้าอย่างนั้นครู่ใหญ่ หญิงสาวยืนนิ่งเหมือนภาพที่ถูกถ่ายไว้ โดยไม่ได้รู้สึกถึงการมาของใครบางคนเลยแม้แต่น้อย
ทางด้านหลังของเฌอรินมีผู้ชายคนหนึ่งในชุดสูทพอดีตัว เขาสูงสง่าแถมยังมีหน้าตาที่ดูดีหล่อเหลา ผมดำขลับของเขาทำให้ผิวและใบหน้าของชายหนุ่มยิ่งขาวสว่างมากขึ้น
วันนี้ปราบเลิกงานค่อนข้างไว และไม่คิดว่าเธอจะกล้าลงมาเดินที่สวนหย่อมภายในบ้านของเขาเพียงลำพัง
นัยน์ตาคมจดจ้องไปที่เรือนร่าวเล็กที่ยืนหันหลังอยู่ ผมสลวยลอนอ่อนสีน้ำตาลตอนเธอโน้มตัวลงไปดมกลิ่นดอกไม้
หึ! ปราบแสยะยิ้มด้วยความนึกรังเกียจ
ภาพของเธอที่โดนแอบถ่ายตอนที่เที่ยวอยู่ในผับก็เห็นแค่ข้างหลังแบบนี้! ผู้หญิงที่ชอบเที่ยวและมั่วสุมอยู่ในผับ ผ่านผู้ชายมานับสิบคงไม่ธรรมดา ช่างต่างจากพี่สาวของเธอที่เขาต้องการแต่งงานด้วยอย่างสิ้นเชิง!
เขาหลบหน้าเธอมาตลอด เพราะต้องการจะทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจนอยากจะกลับบ้านแล้วและเปลี่ยนให้พี่สาวมาแต่งแทน อุตส่าห์แกล้งให้เธอไปนอนที่ห้องรับรองที่เล็กที่สุดของบ้าน แต่นี่ก็เหมือนจะยังไม่พอที่เขาจะใช้มันกดดันเธอ
“ผู้หญิงสกปรก เหมือนพ่อของเธอไม่มีผิด”
ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกรังเกียจ นัยน์ตาคมสีดำมืดสนิทมองด้วยความเดียดฉันท์ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่กำลังยืนเหม่ออยู่ตรงหน้า
ใช่! หากว่าเขาไม่ทำอะไรสักที เห็นทีว่าความตั้งใจที่อยากจะบีบให้หญิงสาวตรงหน้ารู้สึกอึดอัดจนทนไม่ไหวเห็นจะไม่สำเร็จ
เฌอรินยังคงดื่มด่ำกับสวนสวยที่อยู่ตรงหน้า ภาพตรงหน้าฉายสะท้อนแต่เพียงน้ำพุที่กำลังไหลลงตามแรงโน้มถ่วงราวกับว่าโลกนี้มีเพียงเธอและความโดดเดี่ยวเท่านั้น
“เฮ้อ…เหงาชะมัด” คำตัดพ้อเอ่ยออกมาก่อนจะมองดูน้ำพุตรงหน้าด้วยแววตาเศร้าหมอง
ไหนว่า…นี่คือการให้คนมารับเธอเพื่อปรับตัวก่อนแต่งงานอีกสามเดือนข้างหน้า
ไหนว่า…นี่คือการทำความรู้จักกันก่อนแต่งงาน
เอาแค่ลำพังหน้าของเจ้าบ่าวของเธอตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีโอกาสเห็น แล้วเธอจะทำความคุ้นเคยได้อย่างไร
“เหงามากสินะ เพราะไม่ได้ออกไปทำเรื่องอย่างว่า?”
เสียงทุ้มที่แฝงความเย้ยหยันดังขึ้นจากด้านหลัง เขาจงใจให้หญิงสาวได้ยินแล้วหันมา!
เสี้ยวหน้าหวานที่หันหลังให้ค่อย ๆ หันกลับมาตามเสียงอย่างที่ปราบคิด
แต่ทว่า…
ดวงตากลมคู่หวานประกายตอนที่มันกระทบกับแสงแดด ริมฝีปากกระจับจิ้มลิ้มสีชมพูระเรื่อ บวกกับใบหน้าที่ดูหวานละมุน จนคนตรงหน้าอึ้งไปนิด
ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เย็นชาไว้ตามเดิม
"คะ..คุณ!"
เฌอรินเอ่ยขึ้นทั้งยังแสดงสีหน้าอาการตกใจ เธอจำเขาได้เป็นอย่างดี เพราะเธอเคยเจอเขาในวันที่เขาโดนยิงจนได้รับบาดเจ็บ
และเธอเองนี่แหละที่เป็นคนที่เข้าไปช่วยเหลือเขา ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะมีโอกาสเจอผู้ชายคนนี้อีกครั้ง
วันนั้นเขาปลอดภัยดีสินะ
เฌอรินอ้าปากค้าง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบาง ๆ เพื่อทักทายคนตรงหน้ามองจ้องชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ เขาใส่สูทดูดี อกกว้างผายออก ท่าทางสง่างาม ใบหน้าคม คนทั้งคู่สบตากันชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะหยุดตรงหน้าเธอแล้วเอ่ยขึ้น
“หึ ดูท่า ผู้หญิงอย่างเธอ คงจะเห็นผู้ชายเป็นไม่ได้เลยสินะ”
เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่น ความคิดเรื่องจะทักทายเขาเรื่องอาการบาดเจ็บถูกกลืนลงไป หญิงสาวเม้มปากแน่นเพราะโดนดูถูกอย่างซึ่งหน้า และถ้าเดาไม่ผิดเขาน่าจะเป็นเจ้าบ่าวของเธอที่ชื่อปราบ เพราะเขาคงไม่ชอบคนตระกูลดิษสถาวงษ์อย่างเธอ
“สวัสดีค่ะ คุณคงเป็นคุณปราบสินะคะ”
แม้จะไม่พอใจกับการพูดจาไม่ดีใส่ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ถึงกระนั้นกลับพยายามปั้นใบหน้ากลับฉีกยิ้มให้เขาอีกครั้ง
“แล้วเธอคิดว่าใคร”
ปราบยังคงใช้สายตาคมที่ร้ายกาจมองเฌอรินอย่างดูถูก แม้จะกระตุกไปนิดหนึ่งตอนที่เห็นใบหน้าหวานตอนที่เธอหันมาสบตาเขาครั้งแรก
ใช่ว่าเขาเองจะไม่เคยเห็นเธอ วันนั้นเขาก็มองเธอจากกล้องวงจรปิด เพียงแต่ไม่ทันสังเกตใบหน้าอย่างชัด ๆ และปิดกล้องไปก่อนที่จะเห็นเธอเต็ม ๆ
แต่เอาเถอะ ยังไงผู้หญิงสำส่อนก็ยังคงเป็นผู้หญิงสำส่อนอยู่วันยังค่ำ ความสวยความน่ารักของเธอคือยาพิษร้ายซึ่งเขาไม่ควรจะใจอ่อน
“ค่ะ งั้นก็ยินดีที่ได้รู้จัก!” เฌอรินตอบกระชากเสียงนึกโมโหเล็กน้อยที่ปราบดูจะญาติดีด้วยไม่ได้
รู้แบบนี้ เธอปล่อยให้เขาตายไปเลยเสียตั้งแต่วันนั้นก็คงดี
“ใครอนุญาตให้เธอมาเดินเล่นเพ่นพ่านในบ้านนี้”
ปราบยังคงไม่เลิกหาเรื่องเธอ ทั้งที่จริงเขาควรจะเดินหนีไปตั้งแต่เธอหันหลัง แต่ไม่รู้เพราะอะไรทำให้เขาเดินเข้ามาเรื่องเธออย่างตอนนี้
