บทที่ 1 1

“พี่คีย์ มาหาน้องหนูที่บ้านหน่อยได้ไหมคะ” น้ำเสียงสั่นเครือกล่าววิงวอนร้องขอดังมาตามสาย ด้วยหัวใจที่ปริ่มว่ากำลังจะขาดรอนๆ

“วันนี้พี่มีประชุมประจำเดือน น้องหนูมีอะไรหรือเปล่า” เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มที่กล่าวออกมาดังเพียงให้ได้ยินกันสองคนเท่านั้น

“แล้วน้องหนูจะรอค่ะ”เสียงสะอื้นที่ไม่สามารถกลั้นได้ ดังขึ้นก่อนที่เขมจิราจะวางสาย การกระทำที่ห้วนสั้นไร้เหตุผลของเธอ สร้างความกระวนกระวายให้ภาคีเป็นอย่างมาก ถ้าไม่ติดว่ามีประชุมเขาจะรีบไปหาเธอเดี๋ยวนี้เลย น้ำเสียงแสนเศร้าบอกว่าเธอกำลังมีเรื่องทุกข์ใจ และนั่นคือความทุกข์ใจของเขาเช่นกัน

นอกจากเขมจิราหญิงเดียวในดวงใจ น้องน้อยที่ผูกพันกันมาตั้งแต่เยาว์วัย เขาก็ไม่สามารถมอบใจให้ใครได้อีก แม้แต่กุลนิภาคู่ควงคนล่าสุด ฉะนั้น…เมื่อเธอมีเรื่องทุกข์ใจ มีหรือว่าเขาจะนิ่งเฉยอยู่ได้อย่างไม่ทุกข์ร้อนไปด้วย เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิดทันที

“เข้ามาได้” น้ำเสียงเข้มน่าเกรงขามกล่าวอนุญาตจบ จากนั้นไม่กี่อึดใจเลขาฯ สาวก็เปิดประตูเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารการประชุม  

“ได้เวลาประชุมแล้วค่ะท่าน”

ประธานหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นดู แล้วพยักหน้า หันไปหยิบเสื้อสูทขึ้นมาสวม แล้วสาวเท้าเดินนำเลขาฯสาวออกไปอย่างรีบเร่ง ตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ ที่มีทุกฝ่ายได้มานั่งรออยู่ประจำที่เรียบร้อยแล้ว

การประชุมสรุปยอดประจำเดือน เต็มไปด้วยความตึงเครียด กานต์ธิดาซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขาฯของผู้จัดการแผนกการตลาด มีสิทธิ์ได้นั่งใกล้กับประธานบริษัทหนุ่มมากที่สุด หญิงสาวรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เมื่อกลิ่นน้ำหอมปนผสมกลิ่นกายชายลอยมาแตะจมูก ทำให้รู้สึกหวิวๆ อย่างบอกไม่ถูก

หลายต่อหลายครั้งที่กานต์ธิดาเผลอสบตาประธานหนุ่มโดยไม่ตั้งใจ และนัยน์ตาชวนฝันคู่นั้น พาลทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอหวั่นไหวเป็นอย่างมาก ทำไมนะหรือ…ก็เขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อ ที่ชวนให้หญิงสาวอย่างเธอฝันหวานตั้งแต่แรกเจอ ว่าจะได้ครอบครอง ชายหนุ่มประสบความสำเร็จ ตั้งแต่อายุยังน้อย อายุเพียงสามสิบห้าปี ก็สามารถขึ้นมานั่งในตำแหน่งประธานบริหารแล้ว ใครละจะไม่อยากมีไว้ในครอบครอง

สามชั่วโมงผ่านไปกับการประชุมสุดหิน ในที่สุดก็ผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อประธานหนุ่มกล่าวปิดวาระการประชุม พนักงานทุกคนเริ่มทยอยเดินออกไป มีเพียงผู้จัดการหนุ่มแผนกการตลาดเท่านั้น ที่ถูกเรียกตัวไว้

“คุณนพชัย”

ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก นพชัยถึงกับหยุดชะงัก รีบเดินตรงเข้าไปหาประธานหนุ่ม พร้อมกับกานต์ธิดาเลขาฯสาว ที่หอบแฟ้มเอกสารเดินตามหลังมาติดๆ สายตาคมกริบของประธานหนุ่ม ที่กำลังมองมา ทำเอา เลขาฯสาวผู้มีใจยิ่งสั่นไหว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น เพราะไม่เคยยืนใกล้ชายในฝันมากเท่านี้มาก่อน

“ครับท่านประธาน” ผู้จัดการหนุ่มขานรับด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

“ช่วยเตือนลูกน้องคุณหน่อย เวลาอยู่ในที่ประชุม ให้ตั้งใจฟังมากกว่านี้ ไม่ใช่เอาแต่จ้องหน้าผม มันเสียมารยาท” ภาคีกล่าวจบพร้อมกับลุกขึ้น เดินผ่านหน้ากานต์ธิดาไป ราวกับเธอคือ อากาศธาตุ

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงหน้าหวานถึงกับซีดเผือด ก้มหน้าลงเล็กน้อย พลางเม้มริมฝีปากบางไว้แน่น กลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมา หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจเริ่มรินไหลออกมาจากหางตาอย่างห้ามไม่อยู่

นพชัยเห็นแล้วก็ยิ่งสงสาร ไม่รู้ท่านประธานไปกินรังแตนที่ไหนมา ความซวยถึงได้มาเยือนเลขาฯ ของตน โดยไม่ทันได้ตั้งตัว

“ไม่ต้องคิดมากหรอกธิดา เจ้านายคงอารมณ์ไม่ค่อยดี พี่ว่าเราไปกันเถอะ” นพชัยกล่าวปลอบใจก่อนชักชวนกลับ

หญิงสาวจึงรีบยกมือเรียวบางขึ้นมาปาดน้ำตาทิ้ง แล้วเดินตามเจ้านายหนุ่มไปที่แผนกเงียบๆ แต่หากคำพูดของชายในฝันยังคงกึกก้องอยู่ในหัว คอยย้ำเตือนอยู่ในใจตลอดเวลาที่เดินมา ว่าเขาเกลียดเธอ

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งวัน นพชัยผู้จัดการหนุ่มสังเกตเห็นว่าเลขาฯ คนสวยของตน เอาแต่ทำงานผิดพลาด เพราะไม่มีสมาธิ ในการทำงาน เขาจึงตัดสินใจ ให้เธอลาป่วยกลับไปพักผ่อนที่บ้านในช่วงบ่าย ถ้าขืนนั่งทำต่อไป ก็มีแต่เสียกับเสีย งานคงไม่คืบหน้าแน่

กานต์ธิดาเดินออกจากลิฟต์ที่ชั้นล่างสุดของบริษัท เพื่อเดินทางกลับคอนโด หลังจากได้รับอนุญาตจากนพชัย เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ภาคีประธานหนุ่มควงแขนกุลนิภาคู่ขาคนล่าสุดผ่านหน้าไป ชายหนุ่มไม่ชายตามองเธอเลยด้วยซ้ำ ทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้น หญิงสาวได้เพียงแต่มองตามแผ่นหลังน่าซบของชายในฝันไปจนสุดตา คร่ำครวญด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจไปอีกว่า

‘เขาคงสูงเกินเอื้อมสำหรับเธอ’

บทถัดไป