บทที่ 11 11
ในขณะที่กานต์ธิดาเพลิดเพลินกับความสวยงามอยู่ภายในบ้านภาคี ส่วนอติเทพผู้เป็นพี่ชายก็กำลังขับรถมุ่งตรงไปยังบ้านคู่หมั้นคนสวย หลังจากที่คุยงานเสร็จเรียบร้อย เป็นเพราะหญิงสาวไม่ยอมรับโทรศัพท์จากเขา ไม่รู้ว่าคนตัวเล็กกำลังงอนด้วยเรื่องอะไร เมื่อเคลื่อนรถเข้ามาจอดภายในบริเวณบ้านหลังใหญ่ เขาก็มุ่งตรงเข้าไปภายในบ้าน และทันทีที่คู่หมั้นหนุ่มปรากฏตัว
เขมจิราซึ่งนั่งอ่านนิตยสารอยู่ที่ห้องรับแขก ก็สะบัดหน้าหนี รีบลุกขึ้นเดินหนีออกไปนั่งที่ริมสระบัว โดยไม่สนใจจะกล่าวทักทาย จนชายหนุ่มต้องเดินตามมาง้อคนแสนงอน ที่กำลังนั่งหน้ามุ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ เขมจิราไม่ต่างอะไรไปจากน้องสาวตัวยุ่งของเขาเลย แสนงอนเหมือนกันไม่มีผิด
“น้องเขมงอนอะไรพี่ครับ” เขาโอบกอดคู่หมั้นสาว ซึ่งกำลังโกรธตนโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่รู้จะง้องอนอย่างไรดี แต่หญิงสาวกลับไม่ยอมตอบ เอาแต่นิ่งเงียบ ทำให้ชายหนุ่มจนปัญญา
“ว่าไงครับคนดี พูดกับพี่เทพหน่อยสิครับ”
เขาก้มลงไปจุมพิตริมฝีปากชมพูระเรื่อหยอกเย้าแกมง้องอน
“ทำบ้าอะไรพี่เทพ” เธอผลักเขาออกอย่างไม่สบอารมณ์ปนเขินอายนิดๆ
“ก็น้องเขมไม่ยอมพูดกับพี่นี่ครับ พี่ก็เลยต้องใช้วิธีนี้แหละ” เขายิ้มกริ่ม
“ถ้าใครมาเห็นเข้า จะว่ายังไง พี่เทพไม่อายแต่เขมอายนะ” คู่หมั้นหนุ่มชอบฉวยโอกาสหากำไรกับตนประจำ จนหญิงสาวกลัวว่าจะเผลอใจไปให้เขาสักวันหนึ่ง
“บอกพี่ได้หรือยัง ว่าพี่ไปทำอะไรให้น้องเขมโกรธ” ร่างสูงจับปลายคางมนของคู่หมั้นสาวให้หันหน้ามาคุยกับเขาให้รู้เรื่อง แต่คนตัวเล็กก็เอาแต่สะบัดหน้าหนี
“คุยอะไรกันอยู่ มาขัดจังหวะหรือเปล่า” ภาคีเดินเข้ามาขัดขวางการง้องอนของอติเทพโดยไม่ได้ตั้งใจ
“พี่คีย์” เขมจิราได้จังหวะ วิ่งไปหาภาคีทันทีที่อติเทพเผลอ แถมกอดแขนพี่ชายต่างสายเลือดอย่างสนิทสนม สร้างความไม่พอใจให้กับอติเทพเป็นอย่างมาก
‘ทำไมต้องไปเกาะแขนมันแน่นแบบนั้นด้วย’ คนขี้หึงร้องก้องอยู่ในใจ
“ว่างมากหรือไงคีย์ ถึงได้มาหาคู่หมั้นชาวบ้าน ไม่รู้เวล่ำเวลา”
อติเทพเปิดฉากถามเสียงขุ่น
“พี่เทพจะบ้าหรือไง” เขมจิราหันไปต่อว่าคู่หมั้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่อติเทพกลับไม่สนใจ พร้อมเข้าไปดึงร่างบางออกห่างจากเพื่อนรักทันที
“มี แต่ฉันคิดถึงน้องหนูก็เลยแวะมาหา แล้วนายว่างเหรอ ถึงได้มีเวลามาหาน้องหนูได้”
“ฉันเพิ่งคุยธุระกับลูกค้าเสร็จ พอว่างก็รีบแวะมาหาน้องเขมด้วยความคิดถึงทันที” อติเทพกล่าว พลางหันไปบอกหญิงสาวด้วยสายตาหวานหยด จนเขมจิราหน้าแดงระเรื่อด้วยอาการเขินอาย ภาคีถึงกับเบือนหน้าหนีภาพบาดตาบาดใจ อย่างไม่อาจทนดูต่อได้อีกแล้ว จึงเอ่ยแทรกความหวานของทั้งคู่
“พี่ขอตัวกลับก่อนนะน้องหนู พอดีนึกได้ว่ามีธุระด่วน”
“อ้าวพี่คีย์จะกลับแล้วหรือคะ เรายังไม่ทันได้คุยกันเลยนะคะ” เขมจิราเอ่ยถามอย่างเสียดาย แต่กลับสร้างความพอใจให้อติเทพยิ่งนัก
“น้องเขมไม่ได้ยินที่นายคีย์บอกหรือครับ ว่ามีธุระด่วน ด่วน น่ะรู้จักไหมครับ” เขาเน้นย้ำให้คู่หมั้นสาวฟัง จนหญิงสาวหันมาทำหน้ามุ่ยใส่
“พี่กลับก่อนนะครับน้องหนู” เขาหันไปบอกน้องน้อยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน พยายามกลบเกลื่อนอารมณ์ตัวเองไม่ให้แสดงออกทางสีหน้าและแววตา
“ค่ะพี่คีย์ เดี๋ยวน้องหนูเดินไปส่งนะคะ” หญิงสาวเดินก้าวนำไปไม่กี่ก้าว อติเทพก็รีบเดินเข้าไปโอบเอวบางเธอไว้อย่างหวงแหน เขาไม่ต้องการให้คู่หมั้นคนสวย อยู่กับชายหนุ่มคนอื่นตามลำพัง ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนรักอย่างภาคี เขามองออก ว่าภาคีนั้น คิดอย่างไรกับเขมจิรา ผู้ชายด้วยกันย่อมมองกันออก
“ฉันจะไปส่งนายด้วย”
“ไม่ต้องลำบากนายหรอก เดี๋ยวฉันเดินไปเองได้ พี่ไปนะครับน้องหนู”
ภาคีกล่าวจบ ก็รีบหันหลังเดินจากไปเป็นการตัดปัญหาทั้งหมด
“มองตามตาละห้อยเลยนะน้องเขม”
อติเทพอดไม่ได้ที่จะกล่าวประชดประชันขึ้นมา
“พูดบ้าอะไรพี่เทพ เขมไม่อยากพูดกับคนที่พูดไม่รู้เรื่อง” เขมจิราหงุดหงิดกับความคิดไม่เข้าท่าของอติเทพ จึงเดินหนีเข้าไปในบ้าน และมีหรือคนอย่างอติเทพจะยอมแพ้ เขาจึงเดินตามคู่หมั้นคนสวยเข้าไปติดๆ เดินหน้าง้อเธอต่อไป
เสียงรถแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้าน เรียกความสนใจให้กับสมใจและกานต์ธิดา ที่ช่วยกันทำกับข้าวอยู่ในห้องครัว ทั้งสองจึงหันมองหน้าบ้านพร้อมกัน
“สงสัยนายจะกลับมาแล้ว เดี๋ยวสมใจเดินไปดูก่อนนะคะ”
“ค่ะ” กานต์ธิดาขานรับ แล้วหันไปสนใจอาหาร ที่เธอตั้งใจทำให้ชายหนุ่มทานเย็นนี้ โดยไม่คิดเลยว่าเขาจะเดินเข้ามา กระแนะกระแหนถึงในครัว
“ฉันก็เพิ่งรู้ ว่าผู้หญิงอย่างเธอ จะทำอาหารเป็น ไม่ใช่ดีแต่แต่งตัวยั่วผู้ชายไปวันๆ” คำพูดที่เจ็บแสบของภาคี ทำใบหน้ากานต์ธิดาเจื่อนซีด แต่นั่นกลับทำให้ชายหนุ่มพอใจ จนต้องยิ้มเยาะที่มุมปาก
“ไง ฉันพูดถูกแทงใจดำสินะ ถึงได้เป็นใบ้ไปเลย” เขาไม่ปล่อยให้กานต์ธิดาได้โต้แย้งสักคำ เอาแต่ว่าเธอเสียๆ หายๆ ไม่หยุด
