บทที่ 8 8

ทั้งสองต่างสบตากันและกัน ราวกับมีแรงดึงดูดเข้าหากัน ภาคีโน้มริมฝีปากหนาสุขภาพดีมาประกบริมฝีปากที่เย้ายวนของหญิงสาวอย่างอดใจไม่ไหว เขาไม่เคยรู้สึกอยากจะจูบใครเท่าเธอมาก่อน

ภาคีสอดลิ้นอุ่นเข้าไปในช่องปากอุ่นนุ่ม ช่วงที่หญิงสาวยังคงอยู่ในอาการตกตะลึง เขาใช้ประสบการณ์ที่ช่ำชองทำให้คนอ่อนประสบการณ์อย่างกานต์ธิดาคล้อยตามโดยง่ายดาย ชายหนุ่มจูบอย่างดูดดื่มและเร่าร้อน จนเธอรู้สึกมึนงงและร้อนวูบวาบไปทั่วกาย หายใจไม่ทัน ทำให้ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนแรงลงทุกที และหมดสติไปในที่สุด ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกตัวเมื่อหญิงสาวไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง

“กานต์ธิดา” ภาคีเขย่าแขนหญิงสาวเบาๆ เขาคิดว่าเธอใช้มารยาหญิงมาหลอกล่อเขาเหมือนผู้ชายคนอื่น

“อย่ามาแกล้งเป็นลมหน่อยเลย มันไม่สำเร็จหรอก ฉันไม่ใช่ผู้ชายหน้าโง่ที่เธอจะหลอกได้ง่ายๆ อย่างที่ผ่านๆ มาหรอกนะ” แต่เธอก็ยังนิ่งเงียบ จากนั้นเสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“เกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน” ยามประจำตึกวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถาม

“หนูธิดาเป็นลมหรือครับ เดี๋ยวผมช่วยอุ้มนะครับ” ยามวัยกลางคนกำลังยื่นมือเข้าไปช่วย แต่ภาคีก็ปัดจนกระเด็น

“ไม่ต้องยุ่ง ฉันจะอุ้มเขาเอง นายกลับไปประจำที่ของนายได้แล้วไป” ประธานหนุ่มเอ่ยปากไล่ ในขณะที่ยามยังยืนลังเลอยู่

“ยังไม่ไปอีก อ้อ! เดี๋ยวนายไปบอกสมชายให้เอารถมาจอดรอที่หน้าตึกด้วย” ภาคีสั่งยามเสียงเข้ม

“ครับท่านประธาน” หลังจากยามเดินออกไปแล้ว เขาจึงหันมาจัดการอุ้มหญิงสาวขึ้นมา

“เห็นตัวเล็กๆ ก็หนักไม่ใช่เล่นเลยนะยายอัปรีย์” ภาคีอุ้มหญิงสาวเดินเข้าลิฟต์ผู้บริหารไปบ่นไป ระหว่างที่รอลิฟต์ลงมานั้น เขาก็เอาแต่จ้องหน้าหญิงสาวไม่ยอมลดละ ใบหน้าเรียวเล็ก จมูกรั้นๆ ปากกระจับชมพูระเรื่อนั้น ดูท่าแล้วคงจะแสนงอนน่าดู และสิ่งที่เขาจ้องนานเป็นพิเศษ คือริมฝีปากสีชมพูที่เย้ายวนของเธอ เพราะริมฝีปากนี้ ที่ทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเอง นี่เขาจูบผู้หญิงแบบนี้ลงได้ไงกัน

“เธอมันยายแม่มด…กานต์ธิดา” เขาต่อว่าคนหมดสติอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ จนเสียงกริ่งในลิฟต์ดังขึ้นเป็นสัญญาณเตือนว่าถึงชั้นที่หมายแล้ว ชายหนุ่มก็ละสายตาจากยายแม่มด ที่เขากล่าวหา แล้วก้าวยาวๆ ออกจากลิฟต์เดินตรงไปยังหน้าบริษัท

สมชายคนขับรถ เมื่อเห็นผู้เป็นนายเดินมาถึง ก็รีบไปเปิดประตูรถให้ ภาคีจึงวางกานต์ธิดาลงบนเบาะด้านหลังคนขับ จัดท่าทางให้หญิงสาวนอนสบายที่สุด ก่อนจะตามเข้าไปนั่งข้างๆ ให้เธออิงไหล่

“วันนี้ฉันจะไปนอนที่บ้านสวน” เขาสั่ง แต่สมชายมัวแต่มองผ่านกระจก เพื่อดูหญิงสาวที่นายพามาด้วย จนลืมฟัง ภาคีจึงตวาดถามเสียงเข้ม

“ทำไมยังไม่ออกรถอีกสมชาย”

“เอ่อ...คือว่า…คุณผู้หญิงคนสวย จะให้ผมไปส่งเธอที่ไหนครับ” สมชายไม่คิดว่านายตน จะพาคุณคนสวยไปที่บ้านสวนแสนหวงหนักหวงหนาด้วย จึงถามก่อนจะโดนกินหัวรอบสอง เพราะแม้แต่คุณกุลนิภา ยังไม่มีสิทธิ์ย่างกรายเข้าไปที่นั่น ที่ซึ่งเป็นเสมือนโลกส่วนตัวของท่านก็ว่าได้

“ฉันบอกให้ไปไหนก็ไป ไม่ต้องถามมาก” ภาคีตอบกลับอย่างรำคาญใจ

“แต่ว่า...”

“สมชาย! ใครเป็นเจ้านายแก” เขารู้สึกหงุดหงิดใจกับลูกน้องคนนี้เหลือเกิน

“ก็นายสิครับ ถามได้”

สมชายยิ้มแหยออกมากล้าๆ กลัวๆ เมื่อเจ้านายหนุ่มชักสีหน้าอย่างมีอารมณ์

“งั้นก็ออกรถซะ ก่อนที่ฉันจะไล่แกออก” เท่านั้นแหละ สมชายรีบออกรถไปอย่างรวดเร็ว ไม่รอให้ผู้เป็นนายสั่งซ้ำ มุ่งตรงไปยังบ้านสวนแถวชานเมืองทันที

ภาคีก้มลงมองหญิงสาวที่หลับใหลจากไหล่มานอนอยู่บนตัก พร้อมกันนั้น ก็แอบปัดปอยผมที่ปรกหน้าเธอออกไปจนพ้น เห็นใบหน้านวลลออที่มีแสงไฟจากข้างทางส่องมาจนชัดเจน

“เธอจะนอนไปถึงไหนกัน…กานต์ธิดา” เขาพึมพำกับหญิงสาวเบาๆ

“นายว่าอะไรนะครับ” คนหูดีอย่างสมชายรีบถามขึ้นมาทันควัน

“ฉันไม่ได้พูดกับแก ขับไปไม่ต้องมายุ่ง แกนี่มันกวนอารมณ์ฉันจริงๆ”

ชายหนุ่มสงบศึกกับคนขับรถ และหันกลับมาสนใจกานต์ธิดาต่อ เขาถามตัวเองซ้ำๆ ว่าทำไมเธอต้องเป็นผู้หญิงคนใหม่ของอติเทพด้วย และนั่นทำให้เขาครุ่นคิดไปถึงแผนการที่จะทำให้ผู้หญิงตรงหน้านี้เจ็บ เหมือนที่เธอกับอติเทพทำให้น้องน้อยเขาต้องเจ็บ

“ถึงแล้วครับนาย” สมชายรีบลงไปเปิดประตูรถทันที ภาคีจึงอุ้มกานต์ธิดาลงจากรถด้วยท่าทางทุลักทุเล สมชายจึงยื่นมือเข้าไปหมายจะช่วยกลับถูกเจ้านายหนุ่มตะคอกใส่อย่างไม่พอใจ

“ไม่ต้อง!”

“นายอุ้มใครมาคะนั่น” แม่บ้านวัยสามสิบแปดปีถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ เพราะนายไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้ามาที่นี่นอกจากเขมจิราคนเดียว

“เดี๋ยวสมใจช่วยหาน้ำอุ่นๆ มาเช็ดตัว แล้วก็หาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้ผู้หญิงคนนี้ด้วยนะ” ชายหนุ่มหลีกเลี่ยงการตอบคำถามจากแม่บ้าน เปลี่ยนเป็นสั่งงานแทน

“ได้ค่ะ เดี๋ยวสมใจจะจัดการให้เรียบร้อยเลยค่ะ” ภาคีอุ้มหญิงสาวเข้าไปในบ้าน ตรงไปยังชั้นสองที่เป็นห้องนอนของเขาทันที

“เล่นฉันซะเหนื่อยเลย ตื่นขึ้นมาเมื่อไรโดนดีแน่ กานต์ธิดา” ชายหนุ่มกำลังคาดโทษเหยื่อสาว แต่ทว่าเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ

“เข้ามาเลยสมใจ” ภาคีเอ่ยอนุญาตเท่านั้น แม่บ้านสาวเปิดประตูเดินเข้ามา พร้อมกะละมังน้ำอุ่นกับเสื้อผ้าหนึ่งชุด

“มีอะไรหรือสมใจ ทำไมยังไม่เช็ดตัวให้เธออีกล่ะ” ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจที่แม่บ้านสาวยังนิ่งเฉย

“นายจ้องอยู่แบบนี้ สมใจจะเช็ดตัวให้เธอได้ยังไงคะ”

“ก็เช็ดไปสิ ฉันจะไปรอข้างนอก”

เขาแกล้งดุกลบเกลื่อนแล้วรีบเดินออกไป

“เป็นเอามากนะนาย สงสัยคุณท่านจะมีสะใภ้เร็วๆ นี้ละมั้ง” สมใจเริ่มลงมือเช็ดตัวให้หญิงสาวอย่างเบามือพลางพิจารณาร่างบางไปด้วย ภาคียืนรออยู่ที่หน้าห้องนอน จนแม่บ้านสาวเปิดประตูออกมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป