บทที่ 9 9

“เรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วนายจะนอนห้องไหนคะ”

“ก็นอนห้องฉันสิ ถามได้” เขาตอบยิ้มๆ อย่างคนมีแผน

“แล้วคุณผู้หญิงคนนั้นล่ะคะ จะให้ไปนอนห้องไหน เดี๋ยวสมใจจัดห้องให้ค่ะ” แม่บ้านสาวไม่คิดว่าเจ้านายหนุ่ม จะให้กานต์ธิดานอนในห้องนอนสุดรักสุดหวงด้วยกัน จึงรีบเสนอทันที

“ก็นอนห้องนี้แหละ เธอไม่ต้องไปจัดห้องใหม่ให้ยุ่งยากหรอก”

เขารีบตัดปัญหา เพราะอยากพักผ่อนเต็มที

“แต่ว่า…”

“นี่ก็ดึกดื่นแล้วด้วย เธอไปนอนได้แล้ว ฉันจะนอนแล้วเหมือนกัน”

“ค่ะ ค่ะ ไปก็ไป” หลังจากแม่บ้านสาวเดินลงไปแล้ว ชายหนุ่มก็เข้าไปในห้องนอนเพื่อพักผ่อนบ้าง เขาเดินเข้าไปดูกานต์ธิดาใกล้ๆ แอบคิดเองเออเองในใจแล้วก็แทบไม่อยากจะเชื่อ ว่าผู้หญิงหน้าตาหวานๆ ดูเรียบร้อยอย่างกานต์ธิดา จะกล้าคิดแย่งผู้ชายคนอื่นได้ ก่อนจะรีบปัดความคิดชั่วช้านั้นออกไป แล้วรีบเดินเข้าไปชำระร่างกายในห้องน้ำ

พออาบน้ำเสร็จก็ออกมาทั้งเสื้อคลุมอาบน้ำสีน้ำเงินเข้ม เดินขึ้นเตียงไปสอดตัวใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับกานต์ธิดา เขาเหนื่อยล้ามาทั้งวัน แถมยังต้องมานั่งซุ่มดูกานต์ธิดาทำงานผ่านกล้องวงจรปิดที่ห้องประชุมเล็กเกือบค่อนคืน

ขณะนั้นเองที่ชายหนุ่มล้มตัวนอนลง กานต์ธิดาก็พลิกตัวมาทางเขาพอดี เขาถึงกับตกอยู่ในอาการแข็งขืน เมื่อเนื้อนุ่มนิ่มทั้งสองข้างที่ดุนดันผ่านเสื้อตัวสวยของเธอ มาสัมผัสแผ่นอกแกร่งเข้าอย่างจัง

“กานต์ธิดา” เขาสะกิดเรียก แต่เธอไม่ไหวติง “ทำไมเป็นลมนานอย่างนี้ หรือว่าตายไปแล้ว”

จบคำประชดประชันของเขา หญิงสาวก็ยกแขนขึ้นพาดลำตัวชายหนุ่มทันที แค่นั้นไม่พอ ยังขยับเข้ามาแนบชิดร่างหนาราวกับนั่นคือหมอนข้างที่เธอก่ายกอดอยู่ทุกคืนอีกด้วย

“เธอจะยั่วฉันไปถึงไหนกานต์ธิดา” ปากบอกว่าเธอยั่วแต่มือกลับดึงร่างบางมากอดไว้แน่น ก่อนจะข่มใจหลับตาพากันเข้าสู่นิทราในที่สุด ราวกับคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ไม่ปาน

แสงแดดอ่อนๆยาม เช้าสาดส่องลอดช่องผ่านผ้าม่านลายลูกไม้สีขาวเข้ามากระทบกับดวงหน้าหวาน ทำให้กานต์ธิดารู้สึกตัวตื่น แพขนตางอนงามเริ่มขยับขึ้นลงสองสามครั้ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่หญิงสาวเห็นคือเพดานห้องสีขาว จึงรู้ทันทีว่า ไม่ใช่ห้องนอนของตนอย่างแน่นอน

“ที่นี่ที่ไหนกัน” วินาทีต่อมากานต์ธิดาตกใจแทบช็อก เมื่อรู้สึกว่าเหมือนมีอะไรมาพาดลำตัว พยามขยับตัวแล้วขยับไม่ได้ จึงก้มลงไปมองสิ่งนั้นทันที

“คุณภาคี” คำถามต่อมาเกิดขึ้นในใจ คือเธอมาอยู่ที่นี่กับเขาได้อย่างไรกัน และพยายามยกแขนแกร่งออกจากหน้าท้องแบนราบแต่ไม่สำเร็จ พยายามอยู่หลายครั้งจนเหนื่อย จึงเปลี่ยนใจทิ้งตัวลงนอนตามเดิม น่าจะง่ายกว่างัดแขนเขาออกจากตัว

ภาคีพลิกตัวมาทางหญิงสาว พร้อมใบหน้าอันหล่อเหลาซบลงที่อกอิ่มเข้าอย่างจัง กานต์ธิดาถึงกับแข็งทื่อไม่กล้าขยับเขยื้อน แถมเขายังเบียดตัวมาแนบชิดกับเธอมากขึ้นประหนึ่งว่านั่นเป็นหมอนข้าง จนกระทั่งเสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นและดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาคีจึงเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่หัวเตียงมารับสาย ทั้งที่ยังไม่ลืมตา

“ครับ” เขากรอกเสียงตามสายสั้นๆ เพราะยังไม่เต็มตื่นดี

“เกิดอะไรขึ้นคุณจารุณี” ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่อได้ฟังเหตุผลจากปลายสาย โดยไม่สนใจท่าทีของคนที่นอนกกกอดมาตลอดคืน จากนั้นภาคีก็ลุกเดินออกไปคุยงานที่ระเบียงห้องนอน กานต์ธิดาก็ได้มองตามด้วยความงุนงง ไม่ถึงสิบนาทีชายหนุ่มกลับเข้ามาพร้อมใบหน้าที่เคร่งเครียด

“เอ่อ...คือว่า”

“มีอะไร อ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ น่ารำคาญจริง”

“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ”

หญิงสาวกลั้นใจถามกล้าๆ กลัวๆ เมื่อเห็นท่าทางดุดันของอีกฝ่าย

“เมื่อวานเธอเป็นลม ฉันไม่รู้ว่าบ้านเธออยู่ไหน ก็เลยพามาที่นี่”

“พามาที่นี่” กานต์ธิดาทวนคำเสียงดังลั่น “งั้นนี่ก็บ้านของท่านสิคะ”

หญิงสาวจ้องหน้าเจ้าของบ้านคาดคั้น ต้องการคำตอบที่กระจ่าง หรือเรียกง่ายๆ ว่าเธออยากรู้ว่านี่คือเรื่องจริงไม่ใช่แค่ฝันไป

“ใช่ บ้านฉัน จะตกใจอะไรนักหนา แล้วต่อไปเรียกฉันว่าคุณภาคีก็พอ” ชายหนุ่มตอบพลางทำหน้าหงุดหงิดใส่ หญิงสาวถึงกับหน้าเจื่อนๆ

“ค่ะ” กานต์ธิดาขานรับเสียงอ่อย ไม่อยากขัดคนอารมณ์ไม่ดี เกรงว่าจะเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาอีก

“เข้าใจแล้วก็ลุกขึ้นมาเตรียมชุดทำงานให้ฉันได้แล้ว” เขาสั่งเสร็จก็เดินเข้าห้องน้ำไป หญิงสาวรู้สึกเหนื่อยใจกับท่าทีและคำพูดของเขาสุดจะทน เธออยากถามเขาเหลือเกินว่าไปทำอะไรให้เขาขัดเคืองใจนักหนา ไม่ว่าเธอจะทำหรือพูดอะไร ก็ดูจะขวางหูขวางตาเขาไปซะหมด

เมื่อบ่นเสร็จ กานต์ธิดาจึงรีบลุกไปเตรียมชุดทำงานตามสั่ง ก่อนที่ภาคีจะออกมา ถ้าขืนยังมัวชักช้าก็คงไม่พ้นต้องโดนตำหนิอีก หญิงสาวไล่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสุดหรูของชายหนุ่มทีละตัวพร้อมพึมพำถามตัวเองเบาๆ

“จะเลือกตัวไหนดีนะ ถึงจะได้ถูกใจเขา” สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกสีฟ้า ที่เป็นสีโปรดของเธอ ก่อนจะเลือกสูทตัวนอกให้เขาเป็นรายการต่อไป เลือกสูทสีเข้มให้คิดว่าน่าจะเข้ากันดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป