บทที่ 4 คนเถื่อน

"นั่นอะไรน่ะ"

ฉันมองดูซากเน่าๆ บางอย่างภายในจานอย่างสงสัยใคร่รู้พลางเอ่ยปากถามจ้าวทัพที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เข้าใจ จ้าวทัพนั้นอยู่ในเสื้อยืดสีเทาสบายๆ กับกางเกงบ็อกเซอร์ลายตารางหมากรุก ตั้งเเต่เช้าเเล้วที่จ้าวทัพเเสดงการทำอาหารมื้อเช้าให้ฉันดูทั้งๆ ที่ฉันไม่เห็นว่ามันจะจำเป็นตรงไหน เเละก็ดูเหมือนว่าเขาจะภาคภูมิใจกับมันเสียเหลือเกิน

“เธอดูไม่ออกเหรอว่ามันคือขนมปังกับไข่ดาว -_-!” เขาขมวดคิ้วท่าทางหงุดหงิดใส่ฉันอย่างไม่พอใจ “กินๆ เข้าไปเถอะน่า เขาบอกว่าอาหารเเบบฝรั่งจะทำให้ตัวสูงขึ้น”

นี่จะเเอบด่ากลายๆ ว่าฉันเตี้ยรึเปล่าเนี้ย =_=

“จะยังไงก็ช่างเถอะ ว่าเเต่... นี่มันคืออาหารงั้นเหรอ” ฉันเอาช้อนเขี่ยๆ สิ่งที่อยู่ในจานพลางมองหน้าจ้าวทัพที่ยกถ้วยกาเเฟขึ้นมาจิบพลางคลี่หนังสือโป๊มาอ่านอย่างสบายอารมณ์ =O=

ผะ.. ผู้ชายคนนี้นี่มัน!

“ก็คืออาหารน่ะสิ... เเล้วเธอมองว่ามันเป็นอะไรล่ะ”

“ซากตัวประหลาด”

พรวดดด!!

“กรี๊ดดดด! จ้าวทัพสกปรกอ่า TOT!!” ฉันร้องลั่นอย่างตกใจเมื่ออยู่ดีๆ จ้าวทัพที่กำลังซดกาเเฟอยู่ถึงกับพ่นออกมาโดนหน้าฉันเต็มๆ เเละที่สำคัญ... มันร้อนมากๆ เลย! “เเงๆ เปื้อนหมดเลย ร้อนด้วย!”

“เมื่อกี้เธอว่ายังไงนะ!” จ้าวทัพไม่ฟังฉันที่กำลังร้องครวญครางออกมาอย่างทรมาน เขากระเเทกถ้วยกาเเฟลงกับโต๊ะอย่างเเรงจนมันกระเด็นออกมาเลอะบนโต๊ะเต็มไปหมดอย่างหัวเสีย “เธอ... เธอว่าไข่ดาวกับขนมปังปิ้งของฉันเป็นซากตัวประหลาดงั้นเหรอหา!!”

“ก็มันจริงนี่นา” ฉันเบะปาก

“จริงเจิงบ้าบออะไร พูดเเบบนี้มันวอนโดนเตะนะโว้ย!!”

“โหดร้ายอ่ะ! จ้าวทัพก็ดูสิว่ามันกินได้ที่ไหนกัน”

“โว้ยยยย มีให้กินเเล้วก็กินๆ ไปเหอะน่า ผู้หญิงอะไรเรื่องมากจริงวะ!!” เขาโวยวายพลางโยนหนังสือโป๊ลงบนโต๊ะอาหารอย่างเเรงจนฉันต้องสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ “ไม่องไม่อ่านมันเเล้วเว้ย มิยาบงมิยาบิอะไรก็ช่างหัวมัน!!”

“จะ... จ้าวทัพ” ฉันพูดเสียงตะกุกตะกักพลางอ้าปากค้างอย่างตกใจสุดขีดเมื่อเห็นว่าร่างสูงโปร่งของเขาสาวเท้าเดินเร็วๆ มาหยิบจานอาหารเช้าของฉันเททิ้งลงในถังขยะหน้าตาเฉย จ้าวทัพหันมาเเสยะยิ้มให้ด้วยสีหน้าหงุดหงิด ก่อนที่จะชี้หน้าฉันที่นั่งตัวเเข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้อย่างมาดร้าย

“ไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน ถ้าอยากกินก็ทำเอง จบมั้ย!”

“ตะ... เเต่ว่าฉันทำอาหารไม่เป็นนะ T^T”

“นั่นมันก็เรื่องของเธอ!” เขาตะคอกใส่หน้าฉันอย่างเหลืออด “ฉันจะไปนอนต่อ น่ารำคาญว่ะ คนอุตส่าห์ลุกมาทำให้เเต่กลับไม่กิน งี่เง่า!”

“จ้าวทัพ TOT”

“งี่เง่า!!”

ปึง!!

เเล้วฉันจะทำยังไงต่อไปดีเนี้ย ฮืออออ TOT!!

ก็อกๆ!

“จะ... จ้าวทัพ” ฉันออกเเรงเคาะประตูพลางส่งเสียงเรียกคนข้างในเบาๆ อย่างหวาดกลัวเล็กน้อย TOT ผ่านไปนานร่วมครึ่งชั่วโมงกว่าๆ เเล้วที่ซาตานร้ายด้านในห้องยังไม่ยอมคลายความโกรธเเล้วเดินออกมาสักที ฉันถึงต้องบากหน้ามาง้อให้เขาหายงอนเเทน

ใช่เเล้ว... ต้องเรียกว่า ‘บากหน้ามาง้อ’ เลยล่ะ!

“จ้าวทัพจ๋า นิทราขอโทษนะ ออกมาเถอะ”

“...”

“นิทราไม่ได้ตั้งใจจะว่านะ ยกโทษให้นิทราเถอะ TOT”

“...”

“จะไม่บอกว่าอาหารที่จ้าวทัพเป็นซากตัวประหลาดเเล้วนะ ออกมาเถอะน้า ~”

“...”

“จ้าวทัพพพพ TOT!!”

ปึง!!

“น่ารำคาญโว้ย!!” ฉันสะดุ้งสุดตัวเป็นรอบที่ร้อยของวันอีกครั้งเมื่ออยู่ดีๆ บานประตูที่เคยปิดสนิทกลับถูกเปิดออกมาอย่างเเรงพร้อมๆ กับร่างสูงโปร่งของจ้าวทัพที่เดินหัวกระเซิงออกมาด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด เขาเกาหัวตัวเองเเกรกๆ พลางมองฉันอย่างไม่สบอารมณ์อย่างที่สุดของที่สุด

เเต่เหนือสิ่งอื่นใดนั่นก็คือ...

หมับ!

“เฮ้ย!!”

“ฉันขอโทษนะ TOT!” ฉันกระโดดเข้ากอดหมับเข้าที่เเขนของผู้ชายตรงหน้า จ้าวทัพเบิกตากว้างอย่างตกใจก่อนที่จะออกเเรงสะบัดๆ ฉันไปให้พ้นตัวจนฉันอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ “ยกโทษให้ฉันด้วย อย่าโกรธฉันอีกเลยนะจ้าวทัพ”

“พูดอะไรของเธอวะ! ปล่อยเเขนฉันเดี๋ยวนี้!!”

“โธ่... ไม่นึกสงสารฉันบ้างรึไงกัน T^T” ฉันโอดครวญพลางเอาขาทั้งสองข้างเกี่ยวเอวของเขาเอาไว้เหมือนลูกลิง ถึงจะแอบอายนิดๆ แต่ก็เอาเถอะ! เพื่อสันติที่ยั่งยืนของเขาและฉัน ฉันจะอดทน! “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะว่าอาหารของจ้าวทัพเเบบนั้นเลยนะ มันก็เเค่เผลอไปนิดเดียวเองอ่ะ”

“ห้ะ!” จ้าวทัพชะงักเหมือนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างได้พร้อมกับหันมามองใบหน้าของฉัน เเล้วฉันก็ส่งยิ้มกว้างเห็นฟันขาวครบทุกซี่ไปให้ทันที

“เพราะงั้นจ้าวทัพต้องยกโทษให้ฉันด้วยน้า ~”

“ปล่อย...”

“จะ... จ้าวทัพ =O=” ฉันทำสีหน้างุนงง เมื่ออยู่ดีๆ เขาก็เปลี่ยนท่าทีไปอย่างรวดเร็ว จ้าวทัพดึงเเขนของฉันที่กอดเเขนเขาเอาไว้ออกไปด้วยสีหน้าเย็นชา ก่อนที่เขาจะทำท่าว่าจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้งหนึ่ง เเต่ฉันก็ดึงชายเสื้อของเขารั้งเอาไว้ซะก่อน

“ปล่อยสิ”

“จ้าวทัพเป็นอะไรรึเปล่า เมื่อกี้ก็ยังโวยวายดีๆ อยู่เลย”

“ปล่อย...”

“ไม่ปล่อย จ้าวทัพโกรธฉันเหรอ เเต่ฉันก็ขอโทษไปเเล้วนี่ T_T”

“ไม่ได้โกรธ”

ก็นั่นเเหละที่โกรธอยู่เห็นๆ TOT

“จ้าวทัพ...” ฉันเรียกเขาอย่างเหนื่อยใจพลางทำตาละห้อยให้ดูน่าสงสาร “หายโกรธเถอะนะ น้าๆ”

“ไม่”

“ฮือออ จ้าวทัพ TOT”

“ฉันง่วง... เธอกำลังทำให้ฉันรำคาญ” จ้าวทัพว่าเสียงเย็นพลางทำสีหน้านิ่งๆ เเบบที่ไม่เคยทำมาก่อนใส่ฉัน ก่อนที่เขาจะสะบัดหน้าเดินหนีไปที่ห้องนอนทันทีโดยที่มีฉันยืนอ้าปากค้างอยู่ด้านหลังอย่างไม่เข้าใจอะไรเลยสุดๆ

ไม่นะ... ฉันจะยอมให้มันเป็นเเบบนี้ไม่ได้สิ!

“จ้าวทัพ!” ไวกว่าความคิด เมื่อตัวของฉันพุ่งเข้าไปคว้าเเขนเสื้อของเขาเอาไว้ พอจ้าวทัพหันมาด้วยสายตาเหมือนจะต่อว่า ฉันก็อ้ำอึงอย่างทำอะไรไม่ถูกทันที

ทำไมล่ะ... ทั้งๆ ที่คิดคำพูดเอาไว้เเล้วเเท้ๆ

“มีอะไร”

“เอ่อ...” ดวงตาของฉันสั่นไหวเเละภายในใจก็กำลังลังเลว่าควรจะพูดอะไรออกไปดี “คือฉัน...”

“...”

“คือว่า...”

“เลิกอ้ำอึ้งซะทีจะได้มั้ย!” จ้าวทัพตวาดกลับมาด้วยสีหน้ารำคาญจนฉันสะดุ้งเเล้วรีบลนลานตอบกลับไปทันทีด้วยความกลัว

“ฉันเเค่ไม่... ไม่อยากให้จ้าวทัพโกรธ”

“เเค่นั้นเหรอ”

“ฉัน...”

“เหอะ” เขาเเค่นหัวเราะออกมาอย่างสมเพชเวทนาจนหัวใจของฉันถึงกับกระตุกวูบอย่างตกใจ จ้าวทัพสะบัดมือของฉันออกไปอย่างไม่ใยดีพลางจ้องมองใบหน้าของฉันด้วยเเววตาเกลียดชัง “ถ้าเหตุผลโง่ๆ ของเธอมีเเค่นี้ ฉันก็ไม่จำเป็นต้องยืนฟังให้เสียเวลาหรอก!”

“จ้าวทัพ!” ฉันร้องออกมาเมื่อเขาทำท่าว่าจะเดินหนีไป เเละฉันรู้ว่าฉันควรวิ่งตามเขาไป เพราะไม่อย่างนั้น...

ฉันคงไม่เหลือใครที่เป็นที่พักพิงให้ฉันได้อีกเเล้ว

ปิ้งป่อง!

“โธ่เว้ย!!” เเต่เเล้วความคิดทั้งหมดก็ถูกพับเก็บใส่สมองเหมือนเดิมอีกครั้ง เมื่อเสียงกริ่งที่ดังขึ้นหน้าห้องนั้นทำให้ร่างสูงโปร่งที่กำลังเดินกระฟัดกระเฟียดหนีไปคำรามออกมาด้วยความโกรธเเค้น จ้าวทัพมองฉันด้วยหางตา ก่อนที่จะเดินเลี่ยงไปเปิดประตูสีดำสนิทอย่างรวดเร็ว

“ไอ้...!” เขากระชากประตูให้เปิดออกเเละเปิดปากเตรียมจะด่าคนที่กดกริ่งให้สาเเก่ใจ

เเต่ทว่า...

“ไง... ไอ้หน้ายักษ์”

“DAMN IT!!!”

คนที่อยู่ด้านนอกนั้นกลับเป็นคนที่เขารู้จักดีไปเสียได้

“โอ้ย... เเย่จัง หูฉันจะพังมัยเนี้ย”

ฉันนั่งมองชายหนุ่มผมสีทองที่เข้ามาใหม่ด้วยรอยยิ้มขบขันเมื่อเห็นว่าเขากำลังนั่งเช็ครูหูของตัวเองด้วยสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากที่เข้ามานั่งบนโซฟาของเจ้าของ (ที่ไม่ค่อยเต็มใจให้เข้าสักเท่าไหร่) มาร่วมครึ่งชั่วโมงได้ ฉันที่แอบอยู่ในห้องมานานก็เลยได้ยินการสนทนาก่อนหน้านั้นทั้งหมด แล้วก็ได้รู้ว่าผู้ชายที่มาใหม่คนนั้นมีชื่อว่า ‘เท็กซัส’

“เหอะ” จ้าวทัพแค่นหัวเราะนิดๆ แต่ก็ไม่พูดอะไร แล้วก็ดูเหมือนเท็กซัสจะขัดใจกับปฏิกริยานั่นอยู่ไม่ใช่น้อย

“อย่ามาเหอะใส่ฉัน ก็เห็นอยู่ว่าแกทำร้ายแก้วหูของฉันอยู่ตำตา ไอ้โหด” ร่างสูงอีกด้านโพล่งออกมาพร้อมกับทำหน้าตาบูดบึ้งใส่ทั้งๆ ที่ดวงตายังคงแพรวพราว ฉันเลยถือโอกาสสำรวจเขาอย่างละเอียดไปด้วย

‘เท็กซัส’ นั้นมีใบหน้าคล้ายกับลูกครึ่ง เเละเขาก็เป็นเพื่อนรักคนหนึ่งของจ้าวทัพ ถึงเเม้ว่าดูจากภายนอกจะไม่ค่อยเข้าขากันสักเท่าไหร่ เเต่ฉันว่าเท็กซัสนั้นเป็นเพื่อนที่ดีมากๆ คนหนึ่งสำหรับจ้าวทัพเลยล่ะ

“สำออย” จ้าวทัพกอดอกพลางพูดจาประชดประชันอย่างกวนประสาท “นี่เหรอผู้ชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเพลย์บอยตัวพ่อ น่าทุเรศชะมัด”

“ไอ้... ก็ใครใช้ให้เเกตะโกนคำหยาบคายใส่หน้าฉันเเบบนั้นล่ะ”

“นั่นมันก็เรื่องของฉัน!!” จ้าวทัพตะโกนออกมาอย่างหงุดหงิด เขาถลึงตาใส่เท็กซัสด้วยอารมณ์โมโหจนทำให้ฉันต้องหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

“คิก...” เเละเสียงที่ดังเล็ดลอดออกมานั้นก็ทำให้ทั้งคู่พร้อมใจกันหันมามองทางต้นเสียงทันทีโดยที่ไม่ต้องนัดหมาย ทั้งตัวของฉันกระตุกวูบอย่างตกใจเเละมีสีหน้าลนลานมากขึ้นเมื่อเท็กซัสเผยรอยยิ้มที่มุมปากออกมาบางๆ อย่างมีความหมาย ก่อนที่เขาจะหันไปสบตากับจ้าวทัพเช่นเดิม

“J”

“...” จ้าวทัพสบตากับฉัน วินาทีนั้นดวงตาสีควันบุหรี่ของเขาเผยเเววเย็นชาออกมาอย่างไม่ปิดบัง ก่อนที่ร่างสูงจะเบือนหน้าหนีไปเเทบจะทันที

จ้าวทัพ...

“เฮ้... ไอ้เสือร้าย” เท็กซัสเเย้มรอยยิ้มอารมณ์ดีพลางเรียกจ้าวทัพอย่างกวนประสาท “สาวน้อยคนนี้คือใครงั้นเหรอ?”

“หุบปาก!!”

“งั้นเหรอ...” เท็กซัสกระตุกยิ้มเมื่อเห็นท่าทางแปลกๆ ของจ้าวทัพ ก่อนที่เขาจะหันมาสบตากับฉันเเล้วตบๆ ไปยังที่ว่างข้างๆ ตัว “มานั่งนี่มั้ยสาวน้อย”

“มะ ไม่เป็นไร... ค่ะ” ฉันว่าพลางส่ายหน้าเป็นพัลวันโดยไม่ลืมต่อหางเสียงอย่างสุภาพไปด้วย จ้าวทัพเหลือบมองฉันด้วยหางตา ก่อนที่เขาจะเบือนหน้าหนีไปอีกครั้งด้วยท่าทางหงุดหงิด

“มานั่งนี่เถอะ ไอ้หมอนี่มันไม่หวงหรอก” เท็กซัสว่าพลางหันไปโปรยยิ้มกับจ้าวทัพที่หันขวับมามองเขาทันทีด้วยเเววตาโกรธเกรี้ยวที่ปะทุขึ้นในดวงตาของเขามากกว่าเดิม “เพราะมันบอกว่าหุบปากนี่... เนอะ?”

“ไอ้!!”

“เอ่อ... จะดีเหรอ” ฉันเอ่ยปากแทรกขัดสงครามของเขาทั้งคู่จนจ้าวทัพต้องเงียบเสียงลงแล้วทำเมินมองไปทางอื่นอีกครั้ง

“ดีสิ J” เขาพูดพร้อมกับรอยยิ้มหวาน ฉันจึงค่อยๆ เดินออกห่างจากประตูห้องนอนของจ้าวทัพที่ยืนเเอบอยู่เงียบๆ มาตั้งเเต่เมื่อกี้ ก่อนที่จะล้มตัวลงนั่งข้างๆ ผู้ชายผมสีทองตรงหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ

เเละส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่า... อีกด้านหนึ่งของโซฟานั้นมีคนใจร้ายที่นั่งมองอย่างไม่สบอารมณ์สุดๆ อยู่ยังไงล่ะ T_T

บทก่อนหน้า
บทถัดไป