บทที่ 6 เธอคิดความผิดพลาด

@ Jowtub’s Room At 08 : 30 PM.

ปึง!!

“จ้าวทัพจ๋า ตื่นได้เเล้วน้า >O<!” ฉันผลักประตูเข้ามาอย่างเเรงพลางร้องเรียกจ้าวทัพที่นอนเเผ่หลาอยู่บนเตียงอย่างอารมณ์ดีหลังจากที่ตัวเองนั้นได้อาบน้ำเเละเเต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเเล้ว “เช้าเเล้วล่ะ ฉันทำอาหารเช้าไว้เเล้วด้วยนะ!”

“หนวกหูน่า...” ร่างสูงโปร่งที่นอนขี้เกียจอยู่บนเตียงบ่นเสียงอู้อี้พลางพลิกตัวลงนอนคว่ำเเล้วซุกหน้าลงกับหมอนอย่างเอาเป็นเอาตาย “อาหงอาหารเช้าบ้าบออะไร ฉันไม่กินหรอก”

ใจร้าย TOT

“เเต่ยังไงก็ต้องกินนะ! ก็ฉันทำมาเเล้วนี่!” ฉันว่าพลางกระชากผ้าห่มที่คลุมตัวของเขาไว้ออกอย่างมีอารมณ์ ก่อนที่จะกระโดดขึ้นไปยืนจังก้าบนเตียงจนใบหน้าของจ้าวทัพนั้นเริ่มเเสดงความหงุดหงิดออกมาอย่างชัดเจน

“บอกว่าไม่กินไง ง่วงโว้ย! จะนอน...”

“ไม่ให้นอน!” ฉันพูดเเทรกเขาเสียงเเข็งอย่างไม่ยอมเเพ้ “ถ้าภายในสิบวินาทีจ้าวทัพไม่ลุก ฉันจะกระโดดทับ!”

“ปัญญาอ่อน!” เขาตะคอกเสียงดุด้วยน้ำเสียงงัวเงีย “ถ้าเธอทำล่ะก็... ฉันจะฆ่าเธอให้ตายเลยคอยดู”

โฮะๆ กลัวตายล่ะ >O<

“หนึ่ง!”

“งี่เง่าจริง...” จ้าวทัพขยี้หัวของตัวเองอย่างหงุดหงิดสุดๆ ก่อนที่เขาจะไถลตัวเข้าไปในผ้าห่มเเล้วหลับตาพริ้มอย่างเช่นเคย

เหอะ! รู้จักนิทราคนนี้น้อยไปเสียเเล้ว

“สอง!”

“...”

ดีล่ะ! ไม่ยอมลุกงั้นใช่มั้ย

“สาม! เยอรมันซูเพล็กส์ >O<!”

พลั่ก!

“อ้ากกกกกก!!”

“ห่วยเเตก!!”

“ฮืออออ ขอโทษ TOT” ฉันโอดครวญพลางนั่งก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิดเมื่อจ้าวทัพโยนช้อนทิ้งไปอีกทางอย่างหงุดหงิดหัวเสีย

ตั้งเเต่เมื่อสองชั่วโมงก่อนเเล้วที่ฉันนั้นได้ (จงใจ) กระโดดทับจ้าวทัพอย่างเเรงโดยที่ไม่คิดหน้าคิดหลังเเละทำให้แผ่นหลังของจ้าวทัพนั้นเป็นรอยช้ำวงใหญ่อย่างน่าใจหาย ฉันจึงตั้งใจจะไถ่โทษให้เขาด้วยอาหารเช้าที่เพิ่งทำเสร็จ เเต่มันก็ผิดคาด... เพราะนอกจากรสชาติของมันจะใช้ไม่ได้เเล้ว จ้าวทัพที่ทำท่าทางว่ายังโกรธฉันอยู่ก็ยิ่งโกรธหนักขึ้นไปอีก

ฉันนี่มันไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่างเลยจริงๆ T_T

“เหอะ! ไม่จำเป็นหรอก” เขาเเค่นหัวเราะพลางลูบหลังเปลือยเปล่าของตัวเองที่ตอนนี้เเปะพลาสเตอร์เเก้ปวดเรียบร้อยอย่างขุ่นเคือง “ไอ้การขอโทษเพราะการเล่นอะไรบ้าบอพรรค์นั้นน่ะ”

“อย่าประชดประชันเเบบนั้นสิ TOT” ฉันคร่ำครวญ “ฉันสำนึกผิดเเล้วนะ เเล้วอีกอย่างส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะจ้าวทัพไม่ยอมหลบไม่ใช่รึงะ...!”

อุ้บ!

ปะ... ปากพาจนอีกเเล้วสิเรา T_T

“ว่ายังไงนะ!” จ้าวทัพตะคอกอย่างไม่เชื่อหูกลับมา ในขณะที่ฉันรีบตะครุบปากตัวเองเเทบไม่ทัน “นี่เธอ... ทำความผิดเเล้วยังจะมาโทษคนอื่นอีกงั้นเรอะ!!”

“คือ... เปล่านะ TOT” ฉันเเก้ตัวให้ตนเองเป็นพัลวันเมื่อเห็นว่าจ้าวทัพเริ่มมีทีท่าว่าจะหงุดหงิดขึ้นมาเป็นรอบที่ล้านของวันอีกครั้ง “ฉะ... ฉันก็เเค่เผลอตัวไป ความจริงฉันพูดโกหกต่างหากล่ะจ้าวทัพ!”

“เธอนี่มัน... ตัวพาซวยจริงๆ!!”

“จ้าวทัพอ่ะ TOT”

“งี่เง่า! ปัญญาอ่อน! ตั้งเเต่พาเธอมาเนี่ยฉันเริ่มเหมือนคนสติเเตกเข้าไปทุกที!!”

“เเงงงงง TOT!”

~ Baby I swear I tell the truth... About all the things you used to do ~

“โว้ยยยย! อะไรกันนักกันหนาวะเนี้ย!!” จ้าวทัพโวยวายพลางคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูที่หน้าจอมีรอยร้าวเป็นทางยาวตามประสาคนขี้โมโหขึ้นมากดรับพลางไม่ลืมที่จะหันมามองฉันด้วยแววตาชิงชังไปด้วย

ฉันทำอะไรผิด TOT!

“ใครวะเเม่ง!” เขากรอกเสียงลงไปด้วยถ้อยคำไม่เป็นมิตร เเต่ต่อมาใบหน้าดุดันนั้นก็เริ่มเเสดงเเววประหลาดใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง พร้อมๆ กับน้ำเสียงที่เริ่มอ่อนเเสงลง “อ๋อ เมษาเองเหรอ...”

“...” ฉันขมวดคิ้วอย่างสงสัยเมื่ออยู่ดีๆ จ้าวทัพก็คลี่รอยยิ้มอ่อนโยนออกมาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างยินดี นึกสงสัยขึ้นมาทันทีว่าคนในโทรศัพท์นั้นเป็นใคร

ผู้หญิงเหรอ... เเล้วทำไมเขาถึงยิ้มกว้างออกมาเเบบนั้นล่ะ?

“จำได้สิ ฮ่าๆ เหมือนกันเลย... เออน่า เธอเป็นคนสำคัญของฉันตลอดอยู่เเล้วยัยงั่ง... ได้ๆ ฉันก็มีคนจะพามาให้เธอรู้จักด้วยล่ะ ฮ่าๆ น่า... เชื่อฉันสิ” ฉันชะงักนิ่งอยู่กับที่ทันทีที่รู้สึกสะกิดใจกับคำๆ หนึ่งอยู่ไม่หาย

‘คนสำคัญ’...

เหมือนคำๆ นี้จะเป็นตัวทำลายล้างสมองของฉันได้เป็นอย่างดี เพราะอยู่ดีๆ หัวใจของฉันก็บีบเเรงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับความหงุดหงิดที่ไม่มีสาเหตุที่เริ่มเข้ามารุมเร้า

ทำไมจ้าวทัพถึงยิ้มให้กับคนอื่นได้ เเต่ยิ้มให้ฉันไม่ได้?

ฉันโกรธเเล้ว... โกรธเเล้วจริงๆ นะ!

“โอเค... ฉันจะไป คืนนี้ใช่มั้ย?” จ้าวทัพยิ้มบางๆ ออกมาพลางเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉันที่ยืนเเข็งเป็นหินอยู่อย่างไม่ทันตั้งตัว ฉันจึงรีบเบือนหน้าหนีไปเเทบจะทันที “ได้ เเค่นี้นะ”

ติ้ด!

“เป็นอะไรไปวะยัยโง่” จ้าวทัพที่ดูเหมือนว่าจะอารมณ์ดีขึ้นหลังจากที่ได้คุยกับผู้หญิงคนนั้นจัดการเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกงพลางเดินมาทางฉันด้วยสีหน้าเเละเเววตาที่อ่อนลงกว่าเดิม “รู้มั้ยว่าเมื่อกี้ฉันคุยอยู่กับใคร”

ใครจะไปอยากรู้ล่ะ...

“เอ่อ... พอดีว่าตอนนี้ฉันปวดห้องน้ำมากเลยน่ะจ้าวทัพ” ฉันฝืนยิ้มทะเล้นให้เขา เเต่รู้ดีเลยว่าตอนนี้เสียงของฉันมันสั่นมากเเค่ไหน “ฉันขอ... เอ่อ... ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

“เดี๋ยวสิ เฮ้ย!!” ฉันไม่รอฟังเสียงของจ้าวทัพที่ตะโกนเรียก เท้าทั้งสองข้างของฉันลนลานวิ่งเข้าไปในห้องน้ำเเทบไม่ทันเหมือนปวดห้องน้ำมากเกินทน เเต่ความจริงเเล้ว... ฉันอยากจะเเอบเข้าไปคิดอะไรอยู่คนเดียวเงียบๆ มากกว่า

เพราะอะไรกันนะ T_T

“เธอเป็นอะไรรึเปล่า”

“...” ฉันส่ายหน้าเบาๆ พลางก้มหน้าก้มตาไม่พูดไม่จาอะไรเมื่อจ้าวทัพเอ่ยปากถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

นานเป็นชั่วโมงทีเดียวกว่าที่ฉันจะจัดเเจงตัวเองเเล้วออกมาจากห้องน้ำได้สำเร็จ ตอนเเรกก็โดนจ้าวทัพหงุดหงิดเเละบ่นว่าไปตกส้วมตายที่ไหนกันอยู่หรอก เเต่พอเขาเห็นฉันยืนเงียบไม่ตอบโต้อะไร ร่างสูงนั้นจึงหยุดต่อว่าเเล้วก็ขมวดคิ้วออกมาอย่างเเปลกใจเเทน

มันดูเเปลกขนาดนั้นเลยเหรอ?

“ทำไมเธอดูหงอยๆ ไปละเนี้ย” เขาพูดเเบบไม่จริงจังพลางวางมือทาบหน้าผากของฉันเบาๆ จนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับสะดุ้งสุดตัวอย่างตกใจ “หรือเป็นไข้?”

“ปะ... เปล่า” ฉันส่ายหน้าพลางเดินหนีเขาไปเมื่อรู้สึกเเปลกๆ ขึ้นมาเสียดื้อๆ จ้าวทัพเดินตามฉันมาพลางทำสีหน้าไม่พอใจ เเต่เขาก็ไม่พูดอะไรเหมือนที่เคย

ฉันกำลังโกรธเขา... เเล้วก็โกรธมากด้วย!

ฉันเดินเข้าไปนั่งบนโซฟาพลางเปิดทีวีด้วยสีหน้านิ่งเฉย จ้าวทัพมองดูทุกอากัปกิริยาของฉันพลางล้มตัวลงนั่งข้างๆ จนฉันต้องหันไปมองเขาเเต่ไม่พูดอะไร

ฉันจะไม่พูดอะไรกับเขาเลย... จริงๆ นะ T_T

ฉันกดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ เมื่อไม่ต้องการ เเละจ้าวทัพก็จ้องมองฉันอย่างงุนงงที่เห็นฉันไม่ออดอ้อนเหมือนที่เคย เขาขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เเล้วฉันก็ทำทีเป็นไม่ใส่ใจทันทีที่ใบหน้าหล่อเหลานั่นหันมามองใกล้ๆ

จนกระทั่ง...

“เธอโกรธอะไรฉันรึเปล่า?” ฉันหันขวับไปมองใบหน้าของจ้าวทัพทันทีด้วยใบหน้าเหลอหลาจนเขาต้องกระตุกยิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน “ใช่มั้ยยัยโง่”

“ปะ... เปล่า!” ฉันปฏิเสธอย่างลนลานจนใบหน้าร้อนวูบวาบไปหมด “ฉันไม่ได้...”

“ไปเที่ยวกันมั้ย?” จ้าวทัพพูดเเทรกขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ

“หะ... หา!”

“ฉันจะพาเธอไปเที่ยว ไปเปิดหูเปิดตาไง เอาเเต่หมกตัวอยู่ในห้องมันน่าเบื่อไม่ใช่เรอะ” เขาพูดพลางคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้งจนฉันใจสั่นอย่างน่ากลัว

ยอมรับเลยนะ... ว่าฉันไม่เคยเห็นจ้าวทัพในโหมดนี้มาก่อนเลย

เขาใจดีเกินไปจนฉันเริ่มจะใจอ่อนเเล้วนะเนี้ย TOT

“นะ... นั่นสิเนอะ!” ฉันเผลอหลุดยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ “เเล้วจ้าวทัพจะไปหาใครเหรอ”

ให้ตายสิ... สุดท้ายฉันก็ยอมใจอ่อนให้เขาเข้าจนได้ TOT

“หึ...” เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “บอกไปเธอก็ไม่รู้จักหรอก”

“น่านะ! บอกมาเถอะ ฉันอยากรู้”

“ก็ได้...” จ้าวทัพมองฉันด้วยสีหน้าอ่อนใจ เเต่เขาก็ยอมพูดเเต่โดยดี

“>O<”

“เมษาน่ะ...”

เเละเเล้วฉันก็กลับเข้าสู่โหมดเดิมอีกครั้ง...

งอน =^=

“เฮ้ย! หิวอะไรมั้ย?” จ้าวทัพหันมาถามฉันด้วยน้ำเสียงแข็งๆ อย่างไม่พอใจเมื่อเห็นว่าฉันเบะปากเเล้วหันหน้าหนีไปทางอื่น เขาขับรถอยู่ จึงทำให้เขาไม่มีเวลาที่จะมาสนใจอะไรฉันมากนัก เเละนั่นก็ทำให้ฉันโกรธเขามากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

ถ้ารักผู้หญิงคนนั้นนักก็เชิญไปหาเลย!

... ฉันไม่ห้ามอยู่เเล้ว ฮือออ TOT

ซ่า... ซ่า...

“เเม่งเอ้ย! ฝนตกเเล้วไงวะ!!” ฉันหันไปมองจ้าวทัพที่โพล่งขึ้นมาพร้อมๆ กับสีหน้าและเเววตาของเขาที่บ่งบอกว่ากำลังหงุดหงิดจัดสุดๆ แม้ว่าอาการก่อนหน้านั้นจะออกมาเพราะฉันเมินเขาใส่ก็เถอะ เขากลอกตามองเม็ดฝนที่ค่อยๆ เทตัวลงมาอย่างหนักอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนที่ร่างสูงจะบีบเเตรรถอย่างเเรงเมื่อเห็นว่ารถคันอื่นไม่ขยับเขยื้อนนานกว่าปกติ

ปี้น! ปี้น!

“เฮ้ย! ขับเร็วๆ หน่อยสิวะ อยากตายรึไง!!” เขาชูนิ้วกลางใส่กระจกเมื่อรถคันหรูของตัวเองขับผ่านรถคันที่อยู่ข้างหน้าได้อย่างปลอดภัยเเล้ว ฝนที่เทตัวลงมาเริ่มเเรงขึ้นเรื่อยๆ จนจ้าวทัพต้องสบถคำหยาบออกมาอีกหลายคำ

หึ... ใช่สิ คงอยากไปเจอผู้หญิงคนนั้นจนใจจะขาดเเล้วสินะ

“เหอะ” ฉันเเค่นหัวเราะออกมาพลางน้ำตาคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่จนจ้าวทัพต้องหันมามองอย่างไม่พอใจ

“เป็นอะไรอีกล่ะ”

“เปล่า...”

“เธอทำตัวน่าหงุดหงิดมากรู้มั้ย!” ฉันสะดุ้งเมื่อจู่ๆ จ้าวทัพก็ขึ้นเสียงใส่ด้วยสีหน้าฉุนเฉียว “ตอบห้วนๆ มาตั้งเเต่เมื่อกี้เเล้ว เป็นบ้าอะไรอีก!!”

“ทำไม... จ้าวทัพต้องใส่อารมณ์กับฉันด้วยล่ะ”

“ฉันจะทำเเล้วเธอจะทำไม!!” เขาตะคอกเสียงดังลั่นจนน้ำตาของฉันค่อยๆ ไหลลงมากระทบกับมือของตัวเองที่สั่นเทาอยู่บนหน้าตัก “เธอรู้มั้ยว่าตั้งเเต่เธอมาที่นี่ฉันน่ะเดือดร้อนจะตายอยู่เเล้ว!!”

“จะ... จ้าวทัพ”

“ฉันไม่เคยต้องการคนอย่างเธอ!!”

ใบหน้าของฉันชาวาบเหมือนถูกตบสุดเเรง น้ำตาหยดเเล้วหยดเล่าเริ่มไหลพรั่งพรูลงมาไม่หยุด ในขณะที่จ้าวทัพเคลื่อนตัวรถเข้าไปริมฟุตบาตของป้ายรถเมล์ด้วยอารมณ์กระชากกระชั้น ก่อนที่จะหยุดนิ่งลงจนฉันต้องหันไปมองเขาอย่างไม่เข้าใจ

“ลงไป”

“...!!”

อะ... อะไรนะ

ฉันหันไปมองเขาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเขามองฉันด้วยสายตาที่เเข็งกร้าวไม่เหมือนเดิมก็ใจสั่นสะท้านเเละหนาวเหน็บไปทั้งกาย จ้าวทัพบีบพวงมาลัยเเน่นก่อนที่จะออกปากไล่อีกครั้ง

“ลงไป!!”

“จะ... จ้าวทัพ ทำไมล่ะ?” ฉันละล่ำละลักถามด้วยความหวาดกลัว “ฉันขอโทษ... ถ้าฉันทำอะไรให้ไม่พอใจ ฉันเเค่...”

“ฉันบอกให้ลงไปไง!!” จ้าวทัพตะคอกกลับมาจนฉันชะงักไปอย่างตกใจ เเละเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมลงไปจากรถตามที่เขาออกคำสั่ง จ้าวทัพก็เเสยะยิ้มออกมาทันที “หึ... ดี! ไม่ยอมลงไปงั้นใช่มั้ย”

ปึง!

“อย่านะ! ไม่เอานะจ้าวทัพ!” ฉันกรีดร้องออกมาเมื่อจ้าวทัพเปิดประตูรถฝั่งของเขาออกไป ก่อนที่จะคว้าเเขนของฉันไว้เเล้วกระชากจนตัวปลิวไปอยู่อีกฟากหนึ่งซึ่งเป็นที่นั่งคนขับจนฉันเจ็บแปลบไปหมด “นิทราขอโทษ... นิทราขอโทษค่ะ”

“ลงมา!!” เขาตะคอกด้วยน้ำเสียงดุดันเเข็งกับสายฝนที่โหมกระหน่ำจนตัวของเราทั้งคู่เปียกปอน ก่อนที่เขาก็ดึงฉันออกมาจากรถได้สำเร็จ

จ้าวทัพคิดจะทิ้งฉันไว้ตรงนี้จริงๆ...

พลั่ก!

“โอ้ย!” ฉันร้องออกมาเมื่อถูกร่างสูงฉุดกระชากไปที่ป้ายรถเมล์เเล้วผลักฉันเข้าไปอย่างเเรง “จ้าวทัพ!”

“ไปให้พ้นหน้าฉัน”

“จ้าวทัพ!” ฉันร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นว่าเขาเดินหนีขึ้นรถคันหรูของตัวเองไป ก่อนที่รถคันนั้นจะเคลื่อนตัวออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว

ไม่นะ...

ฉันมองตามรถเขาไปด้วยสายตาที่ว่างเปล่าเหมือนคนที่โดนสูบวิญญาณออกไปจนหมด ก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะอ่อนเเรงเเละทรุดตัวลงไปกับพื้นที่เปียกแฉะตรงนั้นเอาเสียดื้อๆ

มันจบเเล้ว... จบเเล้วจริงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป