บทที่ 7 ฟ้าครึ้มฝน
ll Jowtub’s Part ll
ผมกำลังหงุดหงิดยัยบ้านั่น!
ใช่… ผมกำลังหงุดหงิดเพราะยัยบ้านั่นคนเดียว!!
ตั้งเเต่ที่ผมขับรถหนีออกมาจนพ้นป้ายรถเมล์ที่ทิ้งยัยนั่นเอาไว้ สายตาผมก็ไม่เหลียวมองกลับไปอีกเลยว่าเธอจะร้องไห้หรืออะไร ผมไม่อยากจะสนใจเธออีกต่อไปเเล้ว
จะว่าผม ด่าผมว่าผมเลวก็เชิญเถอะ…
เพราะตอนนี้ภายในหัวผมก็กำลังตีกันยุ่งเหยิงเหมือนกัน ว่าที่ผมทำลงไปน่ะ… มันถูกต้องเเล้วรึเปล่า?
ทั้งๆ ที่ความจริง… คนอย่างผมไม่เคยคิดถึงเรื่องเเบบนี้เลยไม่ว่ากับใคร
“ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เป็นอะไรกับเเก… เเกจะไปสนใจทำไมวะไอ้เวรจ้าวทัพ” ผมสบถเบาๆ กับตัวเอง เเม้มันจะดูขัดกับสิ่งที่ผมกำลังคิดอยู่ในตอนนี้ก็ตามที
ผมกำลังเป็นห่วงยัยนั่น… ด้านสว่างของผมตอบสิ่งในใจของผมกลับมา
เเต่ว่า… นี่มันคือ ‘ผม’ เชียวนะ ด้านมืดของผมเเสยะยิ้มพลางเถียงกลับมาอย่างไม่ยอมเเพ้
ใช่… นี่มันคือผมเชียวนะ ปิศาจขี้โมโห ไร้หัวใจเเละไม่สนใจใครเเม้กระทั่งเพื่อนรักของตัวเอง ผมถูกขนานนามว่าอย่างนี้จริงๆ นะ
เเล้วสุดท้ายเเล้วผมต้องมาห่วงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเเบบนี้… มันดูทุเรศไปรึเปล่า?
เเต่ถึงจะพูดไปเเบบนั้น มือทั้งสองข้างของผมก็บังคับพวงมาลัยหักเลี้ยวโค้งเเละมุ่งตรงไปยังป้ายรถเมล์ที่ทิ้งยัยนั่นเอาไว้อย่างไม่รู้ตัว กว่าจะรู้สึกตัวอีกที… รถผมก็เคลื่อนตัวไปยังที่ๆ ไม่สมควรไปเสียเเล้ว
“บ้าชิบ” ผมสบถเบาๆ กับตัวเองอีกครั้ง เเต่ในเวลานี้มันต่างออกไป เพราะในใจของผมกำลังกระวนกระวายอย่างหนักเพราะเรื่องของยัยนั่น
ขอให้เธอยังยืนอยู่ที่นั่นเหมือนเดิมเถอะนะ… นิทรา
ll Jowtub’s Part End ll
“หนาวจัง” ฉันร้องออกมาเบาๆ พลางกอดตัวเองเอาไว้หลังจากที่ยืนตากฝนเป็นเวลานาน เเละฉันก็ยังนั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์ที่ถูกจ้าวทัพทิ้งไว้อยู่ที่เดิมไม่ไปไหน
ส่วนหนึ่งเพราะฉันกำลังเเอบหวัง… ว่าเขาคงจะกลับมา
เเต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้หรอกเนอะ
“เเหะๆ” ฉันหัวเราะฝืนๆ ก่อนที่น้ำตามากมายจะไหลพรั่งพรูลงมาอาบสองเเก้มอีกครั้ง พร้อมๆ กับที่ตัวของฉันเริ่มสั่นเทาเพราะเเรงสะอื้น
“… ฮึก”
ซ่า… ซ่า…
สายฝนที่เทกระหน่ำลงมาไม่หยุดนั้นทำให้ฉันต้องเหลือบมองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา เม็ดฝนนั้นเป็นเม็ดเล็กๆ เหมือนเข็มเเหลมๆ หลายเล่มที่ตกลงสู่พื้นดิน เเล้วมันก็เหมือน… น้ำตาของใครสักคนที่อยู่บนนั้นหล่นลงมา
คงกำลัง… ร้องไห้เป็นเพื่อนฉันอยู่ล่ะมั้ง
“ขอบคุณมากนะจ้ะ คุณเม็ดฝน” ฉันฝืนยิ้มซีดเซียวพลางเอื้อมมือไปสัมผัสเม็ดฝนเย็นๆ ที่หล่นลงมากระทบผิวกาย “คุณใจดีมากเลย… ผิดกับใครบางคน”
จ้าวทัพ…
พอนึกถึงใบหน้าของเขาขึ้นมา ดวงตาก็เหมือนจะร้อนผ่าวขึ้นมาเฉยๆ จนฉันต้องก้มหน้าลงไปเเละนั่งชันเข่าอย่างหมดสิ้นหนทาง
ฉันคงจะตายอยู่ที่นี่งั้นสินะ…
บรืนนนนน
“…!”
ฉันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองเมื่อได้ยินเสียงอะไรบางอย่างอยู่ใกล้ๆ สิ่งเเรกที่ได้เห็นคือรถอัลฟาโรมิโอคันหรูที่จอดอยู่ข้างฟุตบาต ก่อนที่ใครบางคนจะเปิดประตูเเล้วเดินกางร่มออกมา
เขาเป็นผู้ชายที่มีใบหน้าสวยเหมือนผู้หญิง ดวงตาสีอำพันสดใสเเละริมฝีปากได้รูปที่กำลังยกยิ้มบางๆ เมื่อได้สบตากับฉัน ไม่ว่าจะมองดูทางไหน… ฉันก็มั่นใจว่าไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเลย
เเล้วทำไมเขาถึงส่งยิ้มมาให้ฉันกันนะ?
“น้องสาวของรุ่นพี่จ้าวทัพ… ใช่มั้ยครับ?”
“หะ… หา!”
เมื่อกี้… เขาพูดว่ายังไงนะ!!
“นายชื่ออะไรเหรอ?”
“ผมชื่อรีเทิร์นครับ” ชายหนุ่มนิรนามที่บอกว่ารู้จักจ้าวทัพเป็นอย่างดียิ้มหวาน “พี่สาวล่ะชื่ออะไร?”
“พี่สาวเหรอ O.O?”
“เห็นพี่เท็กซัสบอกว่าพี่อายุน้อยกว่ารุ่นพี่จ้าวทัพเเค่ปีเดียว” เขาอธิบายด้วยใบหน้าที่ยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “เเล้วผมก็อายุน้อยกว่ารุ่นพี่สองปี”
“อ๋อ… เเสดงว่าอายุน้อยกว่าฉันปีเดียวสินะ” ฉันบ่นงึมงำกับตัวเอง เเละสะดุ้งน้อยๆ อย่างตกใจเมื่อรีเทิร์นโน้มตัวเข้ามาใกล้ “จะ… จะทำอะไรน่ะ!”
“ผมจะคาดเข็มขัดให้ พี่สาวคงจะทำมันลำบาก J”
“อ๋อ… อย่างงี้นี่เอง” ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอกพลางปล่อยให้รีเทิร์นจัดการคาดเข็มขัดให้เสร็จสรรพ ร่างสูงโปร่งยิ้มให้ ก่อนที่เขาจะบังคับพวงมาลัยเเละเคลื่อนตัวรถออกไป
ถ้าจะบอกว่าทำไมฉันถึงเชื่อคนง่ายขนาดนี้ ฉันคงจะบอกได้เเค่คำว่า… ฉันไม่มีที่พักพิง
เเละคนๆ นั้น… ก็คงจะไม่สนใจฉันอีกเเล้วล่ะ
“… ฮึก” ฉันหลุดเสียงสะอื้นออกไปเมื่อนึกถึงใบหน้าของคนใจร้ายที่ทิ้งฉันเอาไว้อย่างเลือดเย็นขึ้นมา รีเทิร์นหันมามองอย่างสงสัย เเละเมื่อเห็นน้ำตาของฉันเขาก็เริ่มมีสีหน้าตกใจ
“เป็นอะไรไปครับพี่สาว!”
“ปะ… เปล่า” ฉันเอ่ยปฏิเสธ ก่อนที่จะค่อยๆ รับผ้าเช็ดหน้าของรีเทิร์นมาเช็ดน้ำตาเมื่อเขาส่งมาให้
“รุ่นพี่ต้องทำอะไรให้พี่สาวเสียใจเเน่ๆ” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางเงยหน้าสบตากับฉันที่เบิกตากว้างอย่างตกใจ “เล่าให้ผมฟังหน่อยสิครับ”
“เอ่อ…”
“พี่สาว”
“…”
ฉันไม่ควรจะไว้ใจคนที่เพิ่งเคยรู้จักกันเเบบนี้เลยจริงๆ นะ
เพราะหลังจากที่ฉันตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้เขาฟังจนหมด รีเทิร์นก็มีสีหน้าเป็นกังวลเเละฉุนเฉียวเล็กน้อย เขากำพวงมาลัยรถเเน่นพลางพูดกับตัวเองอยู่ซ้ำๆ อย่างนั้นว่า…
“รุ่นพี่นี่มันเเย่จริงๆ”
“อย่าว่าจ้าวทัพเลยรีเทิร์น… ฉันไม่ดีเองเเหละ” ฉันส่งยิ้มซีดเซียวไปให้เขาพลางก้มหน้าลง
“…” รีเทิร์นมองหน้าฉันเเล้วเขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาบังคับพวงมาลัยด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น เเละฉันก็ไม่คิดที่จะพูดอะไรกับใครด้วย เราต่างคนต่างเงียบจนภายในรถมีเเค่เสียงของเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานเป็นอย่างดีดังขึ้นเป็นระยะๆ
จนกระทั่ง…
“ไปอยู่ที่ห้องผมก่อนมั้ย?” ฉันที่ใกล้จะวูบหลับลงไปเเล้วตาสว่างขึ้นทันที ก่อนที่จะหันขวับไปมองเขาอย่างไม่เชื่อหู “ถ้าเกิดพี่สาวจำทางกลับบ้านไม่ได้”
“นาย… รู้ได้ไงว่าฉันจำทางกลับบ้านไม่ได้?”
“ท่าทางของพี่บอกฮะ” เขาพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ จนฉันต้องเผลอยิ้มบางๆ ตามเขาไปด้วย “ผมสัญญา… ว่าผมจะไม่ทำอะไรพี่สาว”
“จะเชื่อได้มั้ยเนี่ย” ฉันหรี่ตามองเขาอย่างไม่ค่อยจะเชื่อสักเท่าไหร่จนรีเทิร์นต้องยิ้มกว้างออกมาอย่างขบขัน
“เชื่อได้สิฮะ รู้มั้ย… ผมไม่เคยรู้สึกเป็นห่วงใครตั้งเเต่ครั้งเเรกที่เจอเหมือนพี่เลยนะ”
‘เป็นห่วง’ เหรอ?
“งั้นเหรอ” ฉันยิ้มเเป้นออกมา ลืมเรื่องที่กำลังเศร้าเสียใจไปเสียสนิท “ถ้างั้น… รีเทิร์นก็ไม่ต้องเรียกฉันว่า ‘พี่สาว’ หรอกนะ เรียกว่า ‘นิทรา’ ธรรมดาก็พอเเล้ว”
“ฮะ?” เขาหันมามองฉันอย่างไม่เชื่อหู เเล้วฉันก็ส่งยิ้มหวานกลับไป “เรียกได้เหรอฮะ”
“ได้สิ!”
“งั้นผมขอเปลี่ยนเป็นเรียกว่า ‘หนูนิท’ เเทนได้มั้ย?” เขาถามฉันยิ้มๆ พลางค่อยๆ หยุดรถเมื่อไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเเดง
หนูนิทเหรอ…
“เอาสิ! น่ารักดีจัง ฉันชอบๆ >_<” ฉันพยักหน้ารัวๆ อย่างตื่นเต้นจนร่างสูงต้องเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
“เเล้วตกลง… หนูนิทจะไปที่ห้องของผมรึเปล่าครับ?”
“ไปเเน่นอนค่า >O<!”
ฉันชูมือขึ้นมาเหมือนเด็กๆ จนรีเทิร์นต้องอมยิ้มออกมาอีกครั้ง ร่างสูงหันกลับไปจ้องถนนเบื้องหน้าก่อนที่จะเคลื่อนรถคันหรูออกไปเมื่อไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวพอดี ฉันยิ้มค้างกับตัวเองไว้พลางเกาะหน้าต่างรถอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นว่าสายฝนหยุดตกลงมาเเล้ว เช่นเดียวกันกับน้ำตาของฉันในตอนนี้ที่เริ่มเหือดหายไป
จ้าวทัพ… เเล้วเขาจะต้องเสียใจที่ทิ้งฉันไว้ คอยดู!
“ที่นี่เเหละ…”
“O_O!”
ม่านตาของฉันเบิกกว้างอย่างรวดเร็วทันทีที่เห็นบ้านของรีเทิร์นเต็มสองตา ไม่ใช่ว่าเพราะมันหรูหราหรือว่ามันดูอลังการ เเต่ที่นี่มัน… เป็นคอนโดเดียวกันกับที่จ้าวทัพอยู่เลยนี่นา!
โลกมันกลมเกินไปสินะเนี้ย T_T
“เป็นอะไรไปครับ?” ร่างสูงโปร่งเกินขอบเขตก้าวลงมาจากรถเมื่อเห็นว่าฉันมัวเเต่จ้องคอนโดมิเนียมหรูตรงหน้าด้วยสายตาเลื่อนลอยเหมือนคนไร้วิญญาณ เขาเปิดประตูรถให้เเล้วขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันอย่างสงสัย
“เอ่อ…” ฉันเผลอสะดุ้ง “เปล่าหรอก ว่าเเต่ที่นี่บ้านนายเหรอ?”
“ใช่ครับ บ้านของผม” เขายิ้มหวานกลับมาจนฉันต้องก้มหน้าลงเหงื่อตกอย่างห้ามไม่อยู่ “… คอนโดเดียวกันกับที่รุ่นพี่จ้าวทัพอาศัยอยู่ J”
“…!”
ขะ… เขารู้ได้ยังไง!
“ดูจากท่าทางของหนูนิทอีกนั่นเเหละ” เขาหัวเราะออกมา จนฉันที่นั่งอยู่ในรถหน้าเเดงจัดอย่างอับอาย “ออกมาได้เเล้วครับ ยังไงก็คงไม่ได้เจอกันง่ายๆ หรอก ตึกนี้มีหลายชั้นจะตาย”
“อะ… โอเค” ฉันพูดเสียงสั่นพลางปลดเข็มขัดนิรภัยออกเเล้วก้าวลงมาจากรถโดยมีรีเทิร์นที่เดินตามมาติดๆ “หะ… ห้องนายอยู่ไหนเหรอ?”
ให้ตายสิ ไม่ว่ายังไงเสียงก็ยังไม่ยอมหายสั่นซะที TOT!
“ตามมาเดี๋ยวก็รู้” เขาลอบยิ้มบางๆ พลางจูงมือฉันเเล้วเดินนำเข้าไปในคอนโดทันที
ได้โปรดเถอะ… ขออย่าให้มีเรื่องร้ายๆ อะไรเกิดขึ้นเลยนะ T_____T ~
“ว้าว ~ ห้องของนายสุดยอดไปเลย >O<!”
เเละเเล้วความกังวลทั้งหมดของฉันก็สลายหายไปเป็นปลิดทิ้งอีกเช่นเคย…
ด้วยเหตุผลที่ว่า… ห้องของรีเทิร์นนั้นมีเเต่ผีเสื้อกระดาษตกเเต่งห้อยเป็นพวงระย้าอยู่เต็มไปหมด!
ให้ตายสิ! มันสวยมากๆ เลย >_<
“ผมนึกว่าหนูนิทจะตกใจซะอีก” รีเทิร์นพูดพลางระบายยิ้มบนใบหน้าเมื่อกดเปิดไฟจนทั่วทั้งห้องที่สว่างไสวไปด้วยผีเสื้อตัวเล็กๆ น่ารักๆ เเล้ว
“ไม่เลย! ห้องของนายสวยกว่าห้องของจ้าวทัพซะอีกนะ” ฉันหันไปยิ้มร่าเริงให้ผู้ชายที่เดินตามเข้ามาติดๆ พลางลองกระโดดจับผีเสื้อที่อยู่เหนือหัวอย่างซุกซน เเต่มันก็อยู่สูงเกินไปจนฉันเอื้อมไม่ถึง “นายชอบผีเสื้อเหรอ?”
“อืม… ใช่เเล้ว”
“ทำไมล่ะ”
“เพราะว่ามัน…”
บ้อก! บ้อก!
ยังไม่ทันที่รีเทิร์นจะตอบอะไรกลับมา เสียงของอะไรบางอย่างก็ดังขึ้นพร้อมๆ กับเจ้าตัวปุกปุยสีน้ำตาลสลับขาวฟูฟ่องวิ่งเเจ้นเข้ามาอยู่ต่อหน้าฉัน
นะ… น้องหมานี่นา!
น่ารักจัง >O<
“ปาปิยอง มานี่มา” รีเทิร์นอมยิ้มพลางอุ้มน้องหมาที่หน้าตาน่ารักสุดๆ มาไว้ในอ้อมเเขน พลางหันมาหาฉันที่ตอนนี้ละลายคาพื้นห้องไปเเล้ว
ว่าเเต่… ‘ปาปิยอง’ งั้นเหรอ?
“ปาปิยองเป็นชื่อในภาษาฝรั่งเศสที่เเปลว่าผีเสื้อน่ะ” เขาอธิบายกับฉันเหมือนรู้ทันความคิด ก่อนที่จะลูบหัวปาปิยองที่ตอนนี้มองหน้าฉันพลางกระดิกหางอย่างเป็นมิตร “เเล้วก็คงเป็นเพราะว่าผมชอบผีเสื้อด้วยล่ะมั้ง”
“ขนาดตั้งชื่อหมายังเอาผีเสื้อไปรวมด้วยเลยอ่ะ =_=”
“ฮ่าๆ ก็มันอดไม่ได้นี่นา!” ร่างสูงโปร่งหัวเราะเสียงดังลั่นจนตัวสั่นไปหมด “ก็ผมชอบผีเสื้อ เเต่ปาปิยองดันเหมือนสิงโตน่ะสิ” พูดพลางก้มลงหอมน้องขนฟูตัวน้อยๆ ฟอดใหญ่ไปด้วย
น่ารักจริงๆ เลยนะ…
“ยิ้มอะไรครับ?” ฉันสะดุ้งน้อยๆ อย่างตกใจเมื่อเห็นว่ารีเทิร์นกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์พลางเดินเข้ามาใกล้อย่างคุกคาม “อ๋อ… เผลอหลงเสน่ห์ผมเข้าเเล้วล่ะสิ”
“…!” ฉันยืนเเข็งทื่อเเทบจะเป็นหินทันทีที่เขาโน้มใบหน้าลงมาจนใบหน้าของเราห่างกันเเค่คืบเดียวจนฉันต้องหน้าเเดงขึ้นมาด้วยความอับอาย ก่อนที่ฉันจะเเทบร้องกรี๊ดออกมาทันทีที่เขาทำท่าว่าจะถอดเสื้อผ้าของฉันออก!
มะ… หมอนี่คิดจะทำอะไรฉันน่ะ!!
