บทที่ 1 ข้อความสุดท้าย

เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นทำลายความเงียบในเวลาเกือบเที่ยงคืน ขณะที่พิมพ์ดาวกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาเช็กบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่ตรงโต๊ะกินข้าวตัวเล็กในคอนโดมิเนียม 

ห้องทั้งห้องเงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศตัดสลับเป็นระยะ แสงสีฟ้าจากหน้าจอแล็ปท็อปสะท้อนใบหน้าที่เริ่มมีร่องรอยความเหนื่อยล้าสะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าทันทีที่หางตาเหลือบเห็นชื่อคนส่งข้อความสว่างวาบขึ้นมาบนหน้าจอมือถือ มุมปากของหญิงสาวก็ยกขึ้นโดยอัตโนมัติ

"ไอ้ตัวแสบ"

ชื่อที่เธอตั้งไว้ให้น้องชายคนเดียวมาตั้งแต่เขายังเรียนอยู่มัธยมต้น

ข้อความแรกเด้งขึ้นมารัวรวดเร็ว

"พี่ดาววววววว!!!"

ตามด้วยสติกเกอร์ตัวการ์ตูนผู้ชายกระโดดโลดเต้น ทิ้งช่วงไม่ถึงสามวินาที ข้อความถัดมาก็พุ่งพรวดตามมาติดๆ

"ผมผ่านแล้ว!"

พิมพ์ดาวชะงัก มือที่กำลังจะกดเครื่องคิดเลขค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เธอเงยหน้ามองหน้าจอมือถือก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ

"ผ่านอะไร อย่าบอกนะว่าสอบใบขับขี่ที่ตกมาสามรอบ" เธอพิมพ์ตอบกลับไป

ฝั่งนั้นอ่านแทบจะในเสี้ยววินาที

"โห พี่! ทำไมต้องขุดอดีตอันแสนเจ็บปวดของผมมาพูดด้วย ผมผ่านรอบสุดท้ายของวอร์เท็กซ์แล้วต่างหาก!"

ปลายนิ้วของพิมพ์ดาวหยุดนิ่งอยู่เหนือหน้าจอ

คำว่า วอร์เท็กซ์ ทำให้เธอตั้งตัวตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว วอร์เท็กซ์ เอนเตอร์เทนเมนต์ ไม่ใช่ค่ายเพลงห้องแถวที่ใครจะเดินเข้าเดินออกได้ตามใจชอบ ที่นั่นคืออาณาจักรผลิตศิลปินยักษ์ใหญ่ระดับท็อปของประเทศ มีทั้งนักร้อง นักแสดง ไอดอล และศิลปินเบอร์ต้นๆ ที่ดังจนเดินไปปากซอยก็ต้องเห็นป้ายโฆษณา โดยเฉพาะบอยกรุ๊ปอย่างวง โนวาเอ็กซ์ ที่ชื่อของสมาชิกแต่ละคนสามารถขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งได้สบายๆ แม้เพียงแค่ออกมาอัปเดตสีผมใหม่

พีทพร่ำบอกเรื่องอยากเป็นนักร้องมานานหลายปีแล้ว นานจนพิมพ์ดาวเคยคิดว่ามันเป็นเพียงความฝันแบบเด็กผู้ชายที่ยังไม่รู้ประสีประสาว่าชีวิตจริงมันโหดร้ายแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยถอดใจ หลังเลิกเรียน พีทไปตระเวนร้องเพลงตามร้านอาหารเล็กๆ รับงานประกวดตามเวทีมหาวิทยาลัย เก็บหอมรอมริบซื้อไมโครโฟนเอง เรียนร้องเพลงเอง ดูคลิปสอนเต้นแล้วแกะท่าเองทั้งหมด

ถึงจะถูกพี่สาวบ่นหูชาแทบทุกวันว่าให้ตั้งใจเรียนให้จบก่อน เขาก็ยังคงส่งยิ้มและตอบกลับมาประโยคเดิมทุกครั้ง

"ผมไม่ได้จะทิ้งเรื่องเรียนนะพี่ ผมแค่ไม่อยากทิ้งความฝันด้วย"

พิมพ์ดาวเคยคิดว่าน้องชายตัวเองหัวรั้น แต่ลึกๆ แล้วในใจ เธอก็รู้ดีว่าตัวเองภูมิใจในตัวเด็กคนนี้มากแค่ไหน

หญิงสาวกดวิดีโอคอลกลับไปหาเขาทันที

หน้าจอสั่นอยู่เพียงสองครั้งก่อนใบหน้าของพีทจะปรากฏขึ้น เด็กหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปียิ้มกว้างจนตาหยี ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเหมือนคนเพิ่งเดินออกจากห้องซ้อม เสื้อยืดสีดำชุ่มไปด้วยเหงื่อจนลู่ติดลำคอ แต่แววตากลับสว่างจ้าเปี่ยมไปด้วยพลังจนคนมองเผลอยิ้มตาม

"จริงเหรอ" พิมพ์ดาวถามย้ำ

"จริง!" พีทแทบตะโกนใส่ไมค์ "ผมบอกแล้วว่าผมทำได้!"

"ยังไม่ได้เดบิวต์เสียหน่อย ทำมาเป็นคุย"

"แต่ผ่านรอบนี้ก็เหมือนเอาตัวเข้าไปอยู่ในค่ายแล้วครึ่งนึงนะพี่"

"ครึ่งตัวก็แปลว่ายังเหลืออีกครึ่งตัวอยู่ข้างนอกนั่นแหละ"

"พี่ดาว!"

พิมพ์ดาวหลุดหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้างองุ้มขัดใจของน้องชาย

"เออๆ เก่งมาก ยินดีด้วย"

เพียงแค่ประโยคสั้นๆ นั้นก็ทำให้พีทยิ้มกว้างกว่าเดิม เด็กหนุ่มยกกำปั้นขึ้นชูเหนือศีรษะท่าทางเหมือนคนเพิ่งคว้าแชมป์โลกจนคนเป็นพี่ต้องส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

"เห็นไหม ผมบอกแล้วว่าถ้าผมหลุดเข้ามาออดิชันรอบนี้ได้ ผมจะไม่ยอมปล่อยให้โอกาสหลุดมือแน่"

"แล้วตอนนี้อยู่ไหน ทำไมยังไม่กลับห้อง"

"อยู่ที่บริษัทครับ"

พิมพ์ดาวขมวดคิ้ว พลางเหลือบมองนาฬิกาแขวนบนผนังห้อง

"นี่มันเที่ยงคืนแล้วนะ"

"วันนี้เขาให้คนที่ผ่านรอบสุดท้ายอยู่ประชุมต่อ มีรายละเอียดโปรเจกต์ใหม่ด้วย"

"โปรเจกต์อะไร"

สีหน้าของพีทเปลี่ยนไปเล็กน้อย รอยยิ้มยังคงแต้มอยู่บนมุมปาก ทว่าแววตากลับดูเหมือนกำลังตื่นเต้นปิดบังบางอย่างที่ตัวเองยังพูดออกไปไม่ได้

"ยังบอกไม่ได้ครับ"

"อะไรนะ"

"เขาให้เซ็นเอ็นดีเอ"

"อย่ามาพูดภาษาอังกฤษกับฉัน"

"สัญญาห้ามเปิดเผยข้อมูลครับคุณพี่" พีทหัวเราะร่วน "โครงการนี้เป็นความลับขั้นสุดยอด เขาบอกว่าคนที่ผ่านรอบนี้จะมีโอกาสไปชุบตัวฝึกต่อกับทีมต่างประเทศด้วยนะ"

พิมพ์ดาวกลับไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นตามไปด้วยแม้แต่น้อย

คำว่า ความลับ กับ สัญญาห้ามเปิดเผยข้อมูล ในเวลาหลังเที่ยงคืนเช่นนี้ ทำให้สัญชาตญาณระแวดระวังของคนที่เคยทำงานเบื้องหลังอีเวนต์และคลุกคลีอยู่กับวงการบันเทิงมาบ้างสะกิดเตือนขึ้นมาทันที

"พีท"

"ครับ"

"อ่านสัญญาดีหรือยัง"

"อ่านแล้ว"

"อ่านหมดทุกบรรทัดไหม"

เด็กหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบอ้อมแอ้ม "ก็เกือบหมด"

พิมพ์ดาวหลับตาลงพร้อมกับถอนหายใจยาว เธอรู้ดีว่าคำว่าเกือบหมดในพจนานุกรมของน้องชาย แปลว่ากวาดสายตาอ่านแค่สามหน้าแรก พอเห็นจำนวนเงินสนับสนุนกับคำว่าโอกาสเดบิวต์ ตัวแสบของเธอก็คงรีบตวัดปากกาเซ็นชื่อทันทีโดยไม่คิดให้รอบคอบ

"ถ่ายรูปส่งมาให้พี่ดูเดี๋ยวนี้เลย"

"ไม่ได้พี่ เขาห้ามถ่ายรูปเอกสารเด็ดขาด"

"แล้วขอสำเนามาเก็บไว้ได้ไหม"

"น่าจะได้มั้ง เดี๋ยวผมลองถามทีมงานดู"

"ฟังพี่นะ อย่าเพิ่งเซ็นเอกสารอะไรเพิ่มถ้ายังไม่ได้อ่านให้ครบทุกตัวอักษร เข้าใจไหม"

"ครับแม่"

"ฉันเป็นพี่"

"บ่นเก่งยิ่งกว่าแม่อีก"

คำพูดหยอกล้อนั้นทำให้พิมพ์ดาวชะงักและเงียบลงไปชั่วขณะ

พีทเองก็ดูเหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่าหลุดปากพูดอะไรออกไป รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าค่อยๆ จางลง บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เงียบสงัดลงทันตาเห็น

บทถัดไป