บทที่ 10 สายตาของนักล่า
ผู้สมัครคนที่สองใช้เวลาไปสิบสองนาที ผู้สมัครคนที่สามเดินเข้าไป แล้วเดินกลับออกมาพร้อมกับสีหน้าสิ้นหวัง ราวกับเพิ่งถูกตำรวจสอบปากคำคดีอาชญากรรมร้ายแรงมาหมาดๆ
เมื่อถึงคิวของผู้สมัครคนที่สี่ พิมพ์ดาวก็เริ่มรู้สึกได้ว่าฝ่ามือของตัวเองเริ่มเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ
ไม่ใช่เพราะเธอหวาดกลัวว่าจะไม่ได้งาน แต่เป็นเพราะถ้าหากคณะกรรมการในห้องนั้นสามารถจับผิดได้ว่าเธอโกหกหลอกลวงแม้เพียงแค่จุดเล็กๆ จุดเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เตรียมการมาก็จะพังพินาศจบสิ้นลงทันที
"ผู้สมัครลำดับต่อไป คุณพีร์ พัฒนกุล เชิญด้านในค่ะ"
เสียงประกาศของเจ้าหน้าที่สาวดังขึ้น พิมพ์ดาวลุกขึ้นยืน ก้าวแรกที่เดินมุ่งหน้าไปสู่บานประตู ภาพใบหน้าของพีทก็ปรากฏวาบขึ้นมาในหัว
'พรุ่งนี้ผมจะโทรหานะพี่'
เธอกระชับแฟ้มเอกสารในมือแน่นขึ้นอีกนิด แล้วเอื้อมมือไปผลักบานประตูให้เปิดออก
ห้องสัมภาษณ์กว้างขวางใหญ่โตกว่าที่เธอจินตนาการเอาไว้มาก ผนังด้านหนึ่งกรุด้วยกระจกใสบานใหญ่ มองออกไปเห็นวิวทิวทัศน์ตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานครแบบพาโนรามา โต๊ะประชุมไม้ตัวยาวตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง และมีบุคคลสามคนนั่งรอคอยเธออยู่ก่อนแล้ว
ผู้หญิงวัยสี่สิบต้นๆ ที่นั่งอยู่ริมสุด น่าจะเป็นผู้อำนวยการแผนกทรัพยากรบุคคล
ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมที่นั่งถัดมา เดาว่าคงเป็นผู้อำนวยการแผนกบริหารศิลปิน ส่วนผู้ชายคนสุดท้ายที่นั่งอยู่ตรงกลาง...พิมพ์ดาวรู้ได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอให้ใครเอ่ยปากแนะนำตัว
ภูผา อลงกรณ์
รูปถ่ายที่หาดูได้ตามอินเทอร์เน็ตทำให้เธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้หล่อเหลาดูดีมากแค่ไหน
แต่รูปถ่ายพวกนั้นไม่ได้บอกเลยสักนิดว่า เวลาที่ผู้ชายคนนี้นั่งนิ่งสงบอยู่ตรงหน้า เขาจะแผ่รังสีอำมหิตและแรงกดดันมหาศาลออกมาได้มากถึงเพียงนี้
เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาทับด้วยชุดสูทสากลสีเข้มคัตติงเนี้ยบกริบ เส้นเนกไทถูกจัดวางเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทุกชิ้นส่วนบนร่างกายของเขาดูราวกับถูกจัดวางตำแหน่งเอาไว้อย่างไร้ที่ติ โดยไม่ยอมให้มีความผิดพลาดใดๆ เล็ดลอดออกมาได้เลยแม้แต่น้อย
โครงหน้าของเขาคมคายสันกรามชัดเจนกว่าที่เห็นในรูปถ่ายมากนัก
ดวงตาสีเข้มสนิทคู่นั้นสงบนิ่งเยือกเย็น มันไม่ใช่สายตาของคนที่กำลังทอดมองผู้คนเพื่อผูกมิตรทำความรู้จัก
แต่มันกลับเป็นสายตาของนักล่า ที่กำลังจ้องประเมินเหยื่อว่ามีอาวุธร้ายอะไรซุกซ่อนอยู่บ้าง
เสียงเตือนของเมษาดังก้องขึ้นมาในหัวทันที
อย่าไปสบตาเขานานๆ เด็ดขาด!
พิมพ์ดาวจึงยอมสบตาเขาเพียงแค่แวบเดียวตามมารยาท ก่อนจะหันไปยกมือไหว้ทำความเคารพคณะกรรมการทุกคน
"สวัสดีครับ"
ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลคลี่ยิ้มรับ
"เชิญนั่งได้เลยค่ะคุณพีร์"
"ขอบคุณครับ"
พิมพ์ดาวค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ยืดหลังตรง ไม่นั่งไขว่ห้าง มือทั้งสองข้างวางประสานกันไว้บนหน้าตัก ไม่เผลอทิ้งน้ำหนักลงสะโพก ไม่ยกแขนขึ้นกอดอก ไม่เอื้อมมือไปจับเส้นผม
เธอพยายามท่องจำกฎเหล็กทุกข้อของเมษาเอาไว้ในหัวอย่างเคร่งครัด
และแล้ว ประโยคแรกจากปากของประธานภูผาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
"คุณดูเกร็งๆ นะ"
พิมพ์ดาวแทบจะสะดุ้ง เขาไม่ยอมเปิดฉากด้วยการถามถึงประสบการณ์การทำงาน ไม่ถามแม้กระทั่งชื่อแซ่ และไม่แม้แต่จะกล่าวคำทักทายปราศรัยก่อนเสียด้วยซ้ำ
"การได้เข้ามานั่งสัมภาษณ์งานกับประธานบริษัทระดับนี้ ถ้าใครไม่รู้สึกเกร็ง ก็คงจะเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูงมากเลยล่ะครับ"
คำตอบนั้นหลุดพรวดออกจากปากไปก่อนที่สมองของเธอจะสั่งการเสียอีก
ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลชำเลืองสายตามองหน้าเธอ
ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารศิลปินเลิกคิ้วขึ้นสูง ส่วนท่านประธานภูผา...มุมปากของเขาขยับยกขึ้นเพียงแค่นิดเดียว
เป็นรอยยิ้มที่บางเบาเสียจนพิมพ์ดาวไม่แน่ใจว่าตาฝาดไปเองหรือเปล่า
"ตอบคำถามได้ดี"
"ขอบคุณครับ"
เขาหยิบกระดาษเรซูเม่ของเธอขึ้นมาพลิกดู
"คุณเคยทำงานประสานงานด้านอีเวนต์มาก่อน"
"ครับ"
"เคยมีประสบการณ์ดูแลศิลปินดาราบ้างไหม"
"เคยรับหน้าที่ประสานงานโดยตรงครับ ดูแลทั้งเรื่องตารางงาน การจัดหารถรับส่ง จองห้องพัก จัดเตรียมอาหาร และอำนวยความสะดวกเรื่องความต้องการต่างๆ ที่หน้างานครับ"
"แล้วเคยดูแลศิลปินประเภทไหนมาบ้าง"
"ก็มีทั้งนักร้อง นักแสดง แล้วก็พวกอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังครับ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการจ้างงานแบบระยะสั้นๆ"
ภูผากวาดสายตาอ่านรายละเอียดในเอกสารต่อไป
"ไม่เคยมีประสบการณ์ดูแลวงดนตรีแบบถาวรเลยสินะ"
"ไม่เคยครับ"
"แล้วอะไรทำให้คุณคิดว่าตัวเองมีความสามารถพอที่จะมารับหน้าที่ดูแลวงโนวาเอ็กซ์ได้"
คำถามยิงตรงจุดนั้นทำให้พิมพ์ดาวเงียบงันไปเสี้ยววินาที
เธอไม่สามารถตอบออกไปตามความจริงได้ว่า... เพราะผมต้องเข้ามาตามหาน้องชายที่หายตัวไปครับ เธอจึงเลือกใช้คำตอบที่เตรียมท่องจำมาอย่างดีเมื่อคืนนี้
"เพราะผมเชื่อว่า การรับมือกับศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มันไม่น่ากลัวเท่ากับการทำงานที่ขาดระบบระเบียบครับ ถ้าหากเรารู้ว่าใครมีหน้าที่ต้องทำอะไร เวลาไหน ต้องไปอยู่ที่ไหน และมีแผนสำรองเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินอยู่เสมอ ปัญหาจุกจิกส่วนใหญ่ก็สามารถจัดการแก้ไขได้ครับ"
ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารศิลปินเอ่ยถามแทรกขึ้นมาบ้าง
"แล้วถ้าศิลปินดื้อรั้น ไม่ยอมทำตามกฎระเบียบล่ะ"
"ก็ต้องพิจารณาดูเหตุผลก่อนครับ ว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมทำตาม"
"ถ้าเขาแค่ดื้อดึงเอาแต่ใจเฉยๆ ล่ะ"
"ก็ต้องจับเข่าคุยกันให้รู้เรื่องครับ"
"แล้วถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องล่ะ"
พิมพ์ดาวคลี่ยิ้มออกมาบางๆ
"ถ้าเป็นเรื่องงาน ผมก็คงต้องตักเตือนให้เขารับรู้ว่า ที่ทุกคนได้รับค่าจ้างแพงๆ ก็เพราะเรามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่เพราะว่าเรามีหน้าตาดีครับ"
บรรยากาศภายในห้องสัมภาษณ์เงียบกริบลงทันที
ก่อนที่ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลจะหลุดเสียงหัวเราะคิกคักออกมา
"คุณคงพอจะทราบใช่ไหมคะ ว่าสมาชิกวงโนวาเอ็กซ์แต่ละคนหน้าตาดีระดับท็อปกันทุกคน"
