บทที่ 11 มีแฟนเป็นผู้หญิงหรือเปล่า
"ทราบครับ"
"แล้วคุณไม่กลัวกระแสต่อต้านจากแฟนคลับของพวกเขาบ้างเหรอคะ"
"กลัวสิครับ"
คำตอบที่ตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์นั้นทำให้คณะกรรมการทุกคนชะงักไป
พิมพ์ดาวรีบอธิบายขยายความต่อ
"แต่ถ้าหากเราสวมบทบาทเป็นผู้จัดการศิลปิน แล้วมัวแต่มานั่งหวาดกลัวกระแสแฟนคลับจนไม่กล้าตักเตือนหรือห้ามปรามเวลาที่ศิลปินทำตัวไม่เหมาะสม สุดท้ายแล้วคนที่ต้องรับผลกรรมและเสียหายหนักที่สุด ก็คือตัวศิลปินเองครับ"
คราวนี้ภูผายอมเงยหน้าขึ้นจากแผ่นกระดาษเอกสารเต็มๆ ตา
ดวงตาสีเข้มดุดันคู่นั้นจ้องลึกตรงมาที่เธอ
พิมพ์ดาวเผลอสบตาเข้ากับเขาอย่างไม่ตั้งใจ
หนึ่งวินาที...
สองวินาที...
สามวิ...
อย่าไปสบตาเขานานๆ เด็ดขาด! เธอรีบเบือนสายตาหลบหนีไปมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทันที
แต่ทว่า เธอไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยว่า ภูผายังคงทอดสายตาจ้องมองเธออยู่อย่างนั้น
มีบางสิ่งบางอย่างในตัวของผู้สมัครรายนี้ที่ไม่เหมือนกับผู้สมัครคนอื่นๆ ที่ผ่านมา
มันไม่ใช่แค่เรื่องของรูปร่างหน้าตา ภูผาคลุกคลีอยู่กับบรรดาผู้ชายหน้าตาดีในบริษัทมานักต่อนักทุกวี่ทุกวัน
ศิลปินชายในสังกัดของเขาหลายต่อหลายคนก็มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาดูดีกว่าผู้สมัครที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้เสียด้วยซ้ำ
แต่พีร์ กลับมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่างที่ชวนให้สะดุดตาอย่างน่าประหลาด
โครงหน้าละมุนละไมที่ดูบอบบางเกินกว่าจะเป็นผู้ชายเต็มตัว
แววตาสงบนิ่งที่ฉายชัดถึงความดื้อดึงไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ
น้ำเสียงทุ้มต่ำสุภาพเรียบร้อย ทว่าถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยออกมากลับแฝงความคมคายเฉียบขาดเอาไว้
และประการสำคัญที่สุด...ผู้ชายคนนี้ ไม่ได้พยายามประจบประแจงเลียแข้งเลียขาเขาเลยแม้แต่น้อย และภูผา ก็เกลียดพวกประจบสอพลอเข้าไส้เสียด้วย
"ถ้าหากคุณผ่านการคัดเลือกและได้รับงานนี้ คุณอาจจะต้องเข้าไปพักอาศัยร่วมชายคาเดียวกับศิลปินในบางช่วงเวลา"
ภูผาเอ่ยทำลายความเงียบ
"คุณจะมีปัญหาติดขัดอะไรไหม"
"ไม่มีปัญหาครับ"
พิมพ์ดาวสวนตอบกลับไปรวดเร็วเกินไปหน่อย ภูผาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
"ตอบได้เร็วดีนี่"
หัวใจของเธอกระตุกวูบ
"ผมศึกษารายละเอียดเงื่อนไขการทำงานมาล่วงหน้าแล้วครับ"
"คุณไม่ใช่คนที่ซีเรียสเรื่องความเป็นส่วนตัวงั้นสิ"
"มีบ้างครับ"
"แต่ว่า...?"
พิมพ์ดาวรีบเค้นสมองคิดหาคำตอบให้เร็วที่สุด
"แต่ถ้าหากมันเป็นเรื่องของหน้าที่การงาน เราก็ต้องรู้จักแยกแยะเรื่องส่วนตัวออกจากการทำงานให้ชัดเจนครับ"
"แล้วคุณสามารถใช้ห้องน้ำร่วมกับคนอื่นได้สบายมากเลยงั้นสิ"
คำถามทะลุกลางปล้องนั้นทำเอาเธอแทบจะสำลักน้ำลายตัวเองตาย เธอไม่แน่ใจเลยว่า ภูผาตั้งใจถามขึ้นมาจริงๆ หรือแค่อยากจะลองเชิงทดสอบสภาพจิตใจของเธอกันแน่
ภาพใบหน้าของเมษาลอยเด่นขึ้นมาในห้วงความคิดทันที
ห้องน้ำชาย!
พิมพ์ดาวพยายามฝืนรักษาสีหน้าให้ดูราบเรียบเป็นปกติที่สุด
"ถ้าหากห้องน้ำบานนั้นมีประตูมิดชิด ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ"
ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารศิลปินปล่อยก๊ากออกมาเสียงดังลั่น
แม้แต่ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลที่พยายามสงวนท่าทีก็ยังหลุดอมยิ้ม
ภูผานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิงคำถามถัดไป
"แล้วทำไมจะต้องมีประตูด้วยล่ะ"
พิมพ์ดาวจ้องหน้าเขากลับไป นี่เขากำลังพยายามจับผิดอะไรเธออยู่หรือเปล่าเนี่ย
"เพราะผมเป็นพวกค่อนข้างจะหวงแหนพื้นที่ส่วนตัวน่ะครับ"
"แต่พวกคุณก็เป็นผู้ชายอกสามศอกด้วยกันทั้งนั้นนี่"
"ถึงจะเป็นผู้ชายเหมือนกัน ก็มีสิทธิ์ที่จะหวงเนื้อหวงตัวได้เหมือนกันนะครับ"
คำตอบตอกกลับแบบไม่ไว้หน้านั้นทำให้บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ภูผาทอดสายตาจ้องมองใบหน้าของเธอนานกว่าเดิม
คนถูกจ้องเริ่มรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่เห่อลามขึ้นมาบริเวณต้นคอ แล้วเขาก็เอ่ยปากถามคำถามแปลกประหลาดขึ้นมาอีก
"ตอนนี้คุณมีแฟนหรือเปล่า"
พิมพ์ดาวแทบจะหลุดสบถออกมา
นี่ตกลงว่าฉันกำลังนั่งสัมภาษณ์งานบริษัท หรือกำลังให้ปากคำเช็กประวัติสถานภาพการสมรสกันแน่เนี่ย
แต่เธอก็พอจะเข้าใจได้ว่า ตำแหน่งผู้จัดการศิลปินเป็นงานที่มีตารางเวลาไม่แน่นอน ทางบริษัทคงจำเป็นต้องประเมินตรวจสอบภาระผูกพันส่วนตัวของผู้สมัครเอาไว้ก่อน
"ไม่มีครับ"
"แล้วก่อนหน้านี้เคยมีไหม"
"เคยครับ"
เธอตอบไปตามสคริปต์ประวัติที่แต่งเตรียมเอาไว้
ภูผาก้มลงมองเอกสารใบสมัคร
"แฟนเป็นผู้หญิงเหรอ"
คำถามเจาะลึกทะลุความเป็นส่วนตัวนั้น ทำให้ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลต้องเงยหน้าขึ้นมองท่านประธานหนุ่มด้วยความประหลาดใจ
แม้แต่พิมพ์ดาวเองก็ยังชะงักไปชั่วขณะ
"ครับ?"
"ผมถามว่า แฟนเก่าของคุณน่ะ เป็นผู้หญิงใช่ไหม"
คราวนี้เธอเริ่มสงสัยตงิดๆ ขึ้นมาจริงๆ แล้วว่า ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงต้องจู้จี้ซักไซ้ไล่เลียงรายละเอียดส่วนตัวของเธอมากมายขนาดนี้ด้วย
แต่ถ้าหากเธอตอบรับว่าใช่ มันก็น่าจะเป็นทางออกที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดแล้ว
"ครับ เป็นผู้หญิงครับ"
ภูผาพยักหน้ารับรู้เบาๆ ท่าทางดูเหมือนเขาแค่เอ่ยถามเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป
"ไม่มีอะไรหรอก"
พิมพ์ดาวอยากจะตะโกนสวนกลับไปเหลือเกินว่า... ไม่มีอะไรแล้วคุณมึงจะมานั่งถามซอกแซกหาพระแสงอะไรวะคะ
แต่เธอก็เลือกที่จะรูดซิปปากเงียบเอาไว้
กระบวนการสัมภาษณ์งานยังคงดำเนินต่อไปอีกเกือบยี่สิบนาทีเต็ม
ไล่เรียงไปตั้งแต่เรื่องการจัดการตารางงาน การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การรักษาความลับของศิลปิน ไปจนถึงวิธีการรับมือจัดการกับข่าวฉาวหน้าบันเทิง จนกระทั่งเดินทางมาถึงคำถามสุดท้ายของการสัมภาษณ์
ภูผาวางปากกาด้ามหรูลงบนโต๊ะกระจก
"สมมุติว่า... คุณบังเอิญไปล่วงรู้มาว่า ศิลปินในความดูแลของคุณแอบไปทำเรื่องผิดกฎระเบียบร้ายแรงของบริษัท และเขาก็ขอร้องอ้อนวอนให้คุณช่วยปิดบังความลับนั้นเอาไว้... คุณจะตัดสินใจทำยังไง"
พิมพ์ดาวนิ่งอึ้งไป มันเป็นเพียงแค่คำถามจิตวิทยาธรรมดาๆ แต่คำว่า ปิดบัง กลับพุ่งเข้ามาทิ่มแทงก้นบึ้งหัวใจของเธออย่างจัง
ภาพรอยยิ้มของพีทผุดพรายขึ้นมาในความทรงจำทันที
ชื่อที่ถูกลบทิ้งไปจากระบบ บริษัทที่ยืนกรานกระต่ายขาเดียวว่าเด็กคนนี้ไม่เคยมีตัวตน
เธอค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นสบตากับภูผา
"ผมคงต้องพิจารณาดูรายละเอียดก่อนครับ ว่าเรื่องที่เขาขอให้ผมช่วยปิดบังนั้น... มันสร้างความเดือดร้อนหรือไปทำร้ายใครหรือเปล่า"
