บทที่ 2 วันที่น้องชายหายไป

พ่อกับแม่จากพวกเธอไปเมื่อห้าปีก่อนจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ วันนั้นพิมพ์ดาวเพิ่งอายุยี่สิบเอ็ดปี ส่วนพีทเพิ่งเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบหก นับจากวินาทีนั้น โลกทั้งใบของพวกเขาสองคนก็หลงเหลือกันอยู่แค่พี่น้อง

พิมพ์ดาวต้องดร็อปเรียนมหาวิทยาลัยชั่วคราวเพื่อออกมาวิ่งรอกทำงาน หารายได้มาหมุนจ่ายค่าเช่าห้อง ค่าเทอม และดูแลทุกอย่างในชีวิตของน้องชาย แม้ในเวลาต่อมาเธอจะกัดฟันสู้จนกลับไปเรียนจบได้สำเร็จ แต่บทบาทพี่สาวของเธอก็ไม่เคยกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป

เธอไม่ได้เป็นแค่พี่สาวที่คอยเล่นหัวด้วย เธอกลายเป็นคนที่ต้องคอยจู้จี้ถามว่าเขากินข้าวหรือยัง จะกลับบ้านกี่โมง จ่ายค่าเทอมหรือยัง ไม่สบายกินยาหรือเปล่า และเดือนนี้เงินในบัญชีพอใช้ไหม

บางครั้งพีทอาจจะรู้สึกรำคาญ แต่พิมพ์ดาวไม่เคยคิดจะเลิกทำ เพราะเขาคือครอบครัวเพียงคนเดียวที่เธอเหลืออยู่บนโลกใบนี้

"ขอโทษ" พีทเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

พิมพ์ดาวระบายลมหายใจ "ไม่เป็นไร"

"ผมรู้ว่าพี่เป็นห่วง"

"รู้ตัวก็ดีแล้ว"

"แต่ครั้งนี้ผมอยากลองสู้ดูจริงๆ นะพี่ดาว"

พิมพ์ดาวทอดสายตามองใบหน้าของน้องชายผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม จากเด็กมัธยมตัวผอมกะหร่องที่เคยแหกปากร้องเพลงเสียงหลงอยู่ในห้องน้ำ วันนี้เขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ชายเต็มตัวแล้ว และเธอก็รู้ดีแก่ใจว่า ต่อให้พยายามห้ามปรามแค่ไหน เขาก็คงจะเลือกเดินไปตามเส้นทางความฝันของตัวเองอยู่ดี

"พี่ก็ไม่ได้ห้ามเสียหน่อย"

พีทเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตาเป็นประกาย

"พูดจริงดิ"

"แต่แกต้องระวังตัวให้มาก อ่านเอกสารให้ครบทุกหน้า อย่าไปหูเบาเชื่อใครง่ายๆ แล้วถ้ามีเหตุการณ์อะไรแปลกๆ ทะแม่งๆ ต้องรีบโทรหาพี่ทันที"

"รับทราบครับผม"

"เงินขาดมือก็โทรมาบอก"

"ครับ"

"แล้วถ้ามีใครหน้าไหนสั่งให้ไปไหนมาไหนตอนกลางคืน" พิมพ์ดาวพูดยังไม่ทันจบประโยค น้องชายก็โวยวายแทรกขึ้นมาเสียก่อน

"โอ๊ย พี่ดาว ผมยี่สิบเอ็ดแล้วนะ ไม่ใช่เด็กสิบเอ็ดขวบ"

"สำหรับฉัน แกก็ยังเป็นไอ้เด็กที่เคยเอาหมากฝรั่งไปแปะติดผมตัวเองเล่นอยู่ดีนั่นแหละ"

"ตอนนั้นผมเพิ่งห้าขวบเองนะ!"

"หลักฐานทางสติปัญญามันฝังใจพี่ไปแล้ว"

พีททำหน้ามุ่ย ก่อนที่ทั้งคู่จะประสานเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน

มันเป็นเพียงเสียงหัวเราะธรรมดาๆ ตามประสาพี่น้อง ธรรมดาเสียจนไม่มีใครคาดคิดว่า นั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่พิมพ์ดาวจะได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแบบนั้นของน้องชาย

ก่อนจะกดวางสาย พีทยกโทรศัพท์ขึ้นสูงเหมือนเพิ่งนึกอะไรสนุกๆ ออก

"พี่ดาว ดูนี่สิ"

ภาพในกล้องสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะสลับมุมกล้องหันออกไปด้านหน้า พิมพ์ดาวเห็นภาพโถงทางเดินทอดยาวภายในอาคาร ผนังตกแต่งด้วยโทนสีเทาดำดูล้ำสมัย มีโปสเตอร์ภาพศิลปินใส่กรอบติดเรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทาง ปลายทางเดินมีประตูบานใหญ่ และเหนือกรอบประตูบานนั้นมีแผ่นป้ายตัวอักษรสีเงินมันวาวติดไว้ว่า เทรนนิงโซนบี

"นี่เหรอตึกบริษัท"

"ใช่ครับ"

พีทเดินก้าวไปข้างหน้าอีกสองก้าว แล้วแพนกล้องเข้าไปในห้องซ้อมที่กรุด้วยกระจกใสบานใหญ่ ภายในห้องมีเด็กหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันหลายคนกำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่บนพื้นไม้ขัดเงา บางคนกำลังยืดเหยียดกล้ามเนื้อ บางคนก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์มือถือ

"พวกนี้ก็คือคนที่ผ่านเข้ารอบมาเหมือนกัน"

"อย่าไปถ่ายติดหน้าคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าสิ เดี๋ยวก็โดนตำหนิหรอก"

"รู้แล้วน่า"

พีทสลับกล้องหน้ากลับมาหาตัวเอง ก่อนจะป้องปากกระซิบกระซาบราวกับกำลังบอกเล่าความลับระดับชาติ

"ถ้าผมได้เดบิวต์จริงๆ พี่ดาวต้องมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้ผมนะ"

พิมพ์ดาวแค่นหัวเราะ

"ฝันไปเถอะยยะ ฉันไม่เอาชีวิตไปผูกติดคอยตามเช็ดก้นให้แกหรอก"

"งั้นผมจะดังพลุแตกจนพี่ต้องมาง้อขอเป็นผู้จัดการผมเองเลยคอยดู"

"เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะพ่อคุณ"

"ระดับพีทแล้ว รอดแน่นอน"

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและชัดเจน รอยยิ้มของเขาก็สว่างไสวเสียจนหลายวันต่อมา พิมพ์ดาวยังคงจดจำมันได้ติดตาทุกเสี้ยววินาที

ก่อนจะบอกลากัน พีททิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่งว่า

"พรุ่งนี้ผมจะโทรหานะพี่"

"เออ รีบกลับไปพักผ่อนได้แล้ว"

"รักพี่ดาวนะ"

พิมพ์ดาวชะงักไปนิดหนึ่ง

"เป็นอะไรเนี่ย ผีเข้าหรือไง อยู่ๆ ก็มาทำซึ้ง"

"บอกรักพี่สาวตัวเองไม่ได้หรือไง"

"บอกได้ แต่มันขนลุก"

"ใจร้ายว่ะ"

"ไปประชุมต่อได้แล้วไป๊"

"ครับคุณพี่"

หน้าจอโทรศัพท์ตัดดับลง พิมพ์ดาววางมือถือทิ้งไว้ข้างแล็ปท็อป นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวพักใหญ่ ก่อนจะดึงสมาธิกลับมาจัดการตัวเลขในบัญชีตรงหน้าต่อ

เธอไม่เคยล่วงรู้เลยว่า คำสั้นๆ ที่บอกว่า พรุ่งนี้ผมจะโทรหา จะกลายเป็นประโยคที่จองจำให้เธอต้องเฝ้ารอคอยอย่างทรมานยาวนานถึงสามวันเต็ม

วันแรก พีทไม่ได้โทรมาหาตามสัญญา พิมพ์ดาวลองส่งข้อความไปหาตอนสายๆ แต่ก็ไม่มีการเปิดอ่าน เธอพยายามคิดในแง่ดีว่าน้องคงเข้าค่ายเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างหนัก พอตกเย็นเธอตัดสินใจกดโทรออกไปหนึ่งครั้ง สัญญาณรอสายดังอยู่พักใหญ่ก่อนจะถูกตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความเสียง

วันที่สอง โทรศัพท์ของพีทถูกปิดเครื่องสนิท แอปพลิเคชันไลน์ไม่มีการเปิดอ่าน อินสตาแกรมไม่มีการเคลื่อนไหวอัปเดตสตอรีใดๆ

พิมพ์ดาวเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี เธอไล่โทรหาเพื่อนสนิทที่มหาวิทยาลัยของพีททีละคน แต่กลับไม่มีใครรู้เบาะแสเลยว่าเขาหายไปไหน ทุกคนรู้เพียงแค่ว่าพีทไปออดิชันกับค่ายวอร์เท็กซ์และกำลังดีใจสุดขีดที่ผ่านเข้ารอบ

คืนวันที่สอง พิมพ์ดาวแทบข่มตาหลับไม่ลง เธอผุดลุกผุดนั่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กทุกๆ ชั่วโมง ทั้งที่หน้าจอว่างเปล่าไร้การแจ้งเตือนใดๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป