บทที่ 3 ใครโกหก

เข้าสู่วันที่สาม บัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมดของพีทหายสาบสูญไปจากสารบบ

มันไม่ใช่แค่การหยุดอัปเดตชั่วคราว แต่มันคือการถูกลบทิ้งอย่างถาวร อินสตาแกรมค้นหาชื่อผู้ใช้ไม่พบ บัญชีติ๊กต็อกปลิวหาย หน้าโปรไฟล์ที่เคยเต็มไปด้วยรูปถ่ายและคลิปวิดีโอโชว์พลังเสียงร้องเพลงหลายร้อยรายการ กลายเป็นเพียงหน้าจอสีขาวโพลนว่างเปล่าราวกับว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตมาก่อน

คราวนี้พิมพ์ดาวไม่อาจนิ่งนอนใจรอคอยได้อีกต่อไป

ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน เธอผลักบานประตูกระจกเดินเข้าไปในอาคารสำนักงานใหญ่ของค่ายวอร์เท็กซ์ เอนเตอร์เทนเมนต์ด้วยหัวใจที่เต้นรัวกระหน่ำเร็วกว่าปกติ

ตึกกระจกสูงเฉียดสามสิบชั้นตั้งตระหง่านอย่างโอ่อ่าอยู่ใจกลางย่านธุรกิจราคาแพง ทุกตารางนิ้วภายในโถงชั้นล่างถูกตกแต่งอย่างหรูหราและเป็นระเบียบเรียบร้อยจนแทบไร้ที่ติ ตั้งแต่พนักงานรักษาความปลอดภัยรูปร่างกำยำในชุดสูทสีดำสนิท ไปจนถึงจอแอลอีดีขนาดยักษ์ที่กำลังฉายมิวสิกวิดีโอเพลงฮิตของวงโนวาเอ็กซ์วนไปมา

พิมพ์ดาวก้าวฉับๆ ตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ทันที

"ขอโทษนะคะ ฉันมาตามหาน้องชายค่ะ เขามาออดิชันเป็นเด็กฝึกของค่ายนี้ ชื่อพีรภัทร ศิริกุลค่ะ"

พนักงานสาวหน้าตาสะสวยคลี่ยิ้มกว้างตามมารยาทการทำงาน

"รบกวนรอตรวจสอบข้อมูลสักครู่นะคะ"

พนักงานสาวรัวนิ้วพิมพ์ข้อมูลลงในแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์อยู่พักหนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มการค้าบนใบหน้าจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความฉงนสงสัย

"ขออภัยค่ะ ทางเราไม่พบชื่อนี้นะคะ"

พิมพ์ดาวชะงักงัน รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า

"รบกวนช่วยลองค้นหาดูใหม่อีกครั้งได้ไหมคะ พีรภัทร ศิริกุล อายุยี่สิบเอ็ดปี เขาเพิ่งผ่านออดิชันรอบสุดท้ายเมื่อสามวันก่อนนี่เองค่ะ"

พนักงานสาวลองพิมพ์ค้นหาดูใหม่อีกรอบ คราวนี้เธอใช้เวลาตรวจสอบนานกว่าเดิม

"ในระบบไม่มีชื่อนี้จริงๆ ค่ะ"

"จะเป็นไปไม่ได้ได้ยังไง"

"น้องชายของคุณผู้หญิงอาจจะใช้ชื่ออื่นในการสมัครหรือเปล่าคะ"

"ไม่ค่ะ เขาใช้ชื่อนี้แน่นอน"

"หรืออาจจะเป็นบริษัทอื่นในเครือข่ายของเราคะ"

"เขาวิดีโอคอลหาฉันจากตึกนี้ จากที่นี่เลยค่ะ"

น้ำเสียงของพิมพ์ดาวเริ่มแข็งกร้าวขึ้นด้วยความร้อนใจ พนักงานประชาสัมพันธ์มองหน้าเธอด้วยสายตาประเมิน ก่อนจะเอ่ยปากขอให้รอสักครู่ แล้วยกหูโทรศัพท์ต่อสายตรงขึ้นไปยังแผนกที่เกี่ยวข้องเบื้องบน

เวลาผ่านไปเกือบยี่สิบนาที ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมในชุดสูทสีเทาก็เดินลงมาพบเธอ เขาแนะนำตัวสั้นๆ ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากฝ่ายพัฒนาศักยภาพเด็กฝึก

พิมพ์ดาวสูดลมหายใจลึก เล่ารายละเอียดทุกอย่างให้เขาฟังอีกครั้งตั้งแต่ต้นจนจบ ชายคนนั้นยืนล้วงกระเป๋าฟังอย่างเงียบๆ จนกระทั่งเธอเล่าจบ เขาจึงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าแฝงความห่างเหินเย็นชา

"ผมทำการตรวจสอบฐานข้อมูลอย่างละเอียดแล้วนะครับ ขอยืนยันว่าในปีนี้ ทางบริษัทของเราไม่มีผู้สมัครที่ผ่านเข้ารอบที่ชื่อพีรภัทร ศิริกุล อย่างแน่นอนครับ"

"แต่เขาอยู่ที่นี่จริงๆ นะคะ"

"มันอาจจะเป็นความเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนกันก็ได้นะครับ"

"ฉันมีคลิปวิดีโอยืนยันค่ะ"

ร่างของชายตรงหน้าชะงักแข็งค้างไปเสี้ยววินาที มันเป็นปฏิกิริยาที่สั้นมาก แต่สัญชาตญาณของพิมพ์ดาวจับสังเกตเห็นมันได้อย่างชัดเจน

เธอล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋าสะพาย กดเปิดคลิปวิดีโอที่พีทส่งมาให้ดูเมื่อคืนวันนั้น ภาพโถงทางเดินทอดยาว ห้องซ้อมกระจกใส ป้ายหน้าห้องเทรนนิงโซนบี รวมถึงโลโก้สัญลักษณ์ของค่ายวอร์เท็กซ์ที่ติดหราอยู่บนผนังปรากฏชัดเจนเต็มสองตา

"คุณลองดูสิคะ นี่ใช่ตึกบริษัทของคุณไหม"

ชายคนนั้นหรี่ตามองหน้าจอมือถืออยู่ครู่หนึ่ง

"อืม... พื้นที่ดูคล้ายกันมากครับ"

"คล้ายงั้นเหรอคะ?" พิมพ์ดาวเลิกคิ้วสูง

"สถานที่สำหรับฝึกซ้อมศิลปินหลายๆ แห่งก็มักจะมีการตกแต่งภายในที่ดูคล้ายคลึงกันแบบนี้แหละครับ"

พิมพ์ดาวจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายตรงหน้าอย่างไม่ลดละ

"แล้วโลโก้บริษัทของคุณที่ติดอยู่ตรงนั้น มันก็บังเอิญคล้ายกันด้วยอย่างนั้นหรือคะ"

บรรยากาศอึดอัดโรยตัวลงมาปกคลุมทันที ชายตรงหน้าขยับคอเสื้อเล็กน้อยก่อนจะกระแอมเบาๆ เพื่อทำลายความเงียบ

"ถ้าหากคุณติดต่อญาติไม่ได้มาหลายวัน ผมขอแนะนำให้คุณไปแจ้งความกับตำรวจจะดีกว่านะครับ ทางบริษัทของเราคงไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออะไรได้มากนัก ในเมื่อเราไม่มีประวัติข้อมูลยืนยันว่าเขาเคยเป็นเด็กฝึกของเรา"

คำตอบนั้นฟังดูสุภาพเรียบร้อย สุภาพเสียจนผิดธรรมชาติ และท่าทีปัดความรับผิดชอบอย่างหน้าตายนั้นยิ่งทำให้พิมพ์ดาวรู้สึกหนาวเยือกไปทั่วทั้งแผ่นหลัง

เธอไม่คิดจะเสียเวลาต่อล้อต่อเถียงกับคนพวกนี้อีกต่อไป หญิงสาวเก็บโทรศัพท์มือถือยัดลงกระเป๋า หมุนตัวเดินก้าวฉับๆ ออกจากอาคาร

ทว่าก่อนที่บานประตูกระจกอัตโนมัติจะเลื่อนปิดลง พิมพ์ดาวหันขวับกลับไปจ้องมองโลโก้ตัวอักษรวีของวอร์เท็กซ์ขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางโถงล็อบบี้อีกครั้ง

หัวใจของเธอไม่ได้สั่นไหวไปด้วยความหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังเต้นระรัวไปด้วยความสงสัยเคลือบแคลงที่อัดแน่นจนแทบระเบิด

ดึกดื่นคืนนั้น พิมพ์ดาวนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง กดดูคลิปวิดีโอของพีทซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้กี่สิบขอบ

ครั้งแรก เธอจับจ้องเพียงแค่ใบหน้าเปื้อนยิ้มของน้องชาย

ครั้งที่สอง เธอกวาดสายตาสำรวจรายละเอียดภายในห้องซ้อม

ครั้งที่สาม เธอเพ่งมองใบหน้าของเด็กหนุ่มคนอื่นๆ ในคลิป

จนกระทั่งการดูคลิปดำเนินมาถึงรอบที่สิบเอ็ด นิ้วเรียวก็กดหยุดภาพชั่วคราวตรงจังหวะที่กล้องของพีทแพนกวาดผ่านกรอบประตูด้านหลัง

บริเวณเหนือขอบประตูบานนั้น มีแผ่นป้ายสีดำขนาดเล็กติดอยู่

เธอใช้นิ้วซูมขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น ภาพแตกพร่ามัวจนแทบมองไม่ออก แต่เมื่อเพ่งมองอย่างละเอียดก็ยังพอจะแกะรอยตัวอักษรภาษาอังกฤษสีขาวสองคำที่เรียงต่อกันได้

โปรเจกต์อิคลิปส์ และภายใต้ข้อความนั้น มีตัวเลขเล็กๆ สลักกำกับเอาไว้ อี-เจ็ด

พิมพ์ดาวนั่งตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เธอนึกย้อนไปถึงประโยคที่พีทพูดเอาไว้เมื่อคืนวันนั้น

โปรเจกต์ใหม่ ความลับขั้นสุดยอด สัญญาห้ามเปิดเผยข้อมูล

หญิงสาวนั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์นิ่งนานจนแสงสีฟ้าสะท้อนวาบเข้าไปในดวงตาที่เริ่มแดงก่ำ และในท้ายที่สุด เธอก็ขยับริมฝีปากเปล่งเสียงกระซิบออกมาแผ่วเบา ราวกับกำลังให้คำสัตย์ปฏิญาณกับใครบางคนที่เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน

"พี่จะหาแกให้เจอ"

ต่อให้ต้องแอบลักลอบเข้าไปในสถานที่ที่พวกมันพยายามปิดตาย ต่อให้ต้องปั้นน้ำเป็นตัวโกหกคนทั้งโลก หรือแม้แต่จะต้องสวมรอยกลายเป็นใครอีกคน เธอก็จะทำ

เพราะถ้าหากผู้บริหารของวอร์เท็กซ์ เอนเตอร์เทนเมนต์ กล้ายืนกรานกระต่ายขาเดียวว่า พีรภัทร ศิริกุล ไม่เคยมีตัวตนอยู่ที่นั่น เธอก็จะขอบุกเข้าไปกระชากหน้ากากคนพวกนั้น และพิสูจน์ความจริงด้วยสองมือของเธอเองว่า

ใครกันแน่ที่กำลังโกหก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป