บทที่ 4 ผู้ชายชื่อพีร์
หากมีใครตั้งคำถามกับพิมพ์ดาวว่า ในชีวิตนี้คนประเภทไหนที่เธอจะยอมไว้ใจให้เปลี่ยนหน้าตัวเองจนคนทั้งโลกจำไม่ได้ คำตอบคงมีเพียงชื่อเดียวเท่านั้น
เมษา
เพื่อนสนิทที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย สาวประเภทสองรูปร่างสูงโปร่ง ผู้มีคิ้วคมกริบราวกับใช้ไม้บรรทัดทาบวาด ริมฝีปากสีแดงระเรื่อพอดิบพอดี และแต่งตัวเนี้ยบกริบชนิดที่ต่อให้ถูกปลุกขึ้นมากลางดึกตอนตีสาม ก็ยังสามารถหยิบต่างหูมาใส่เข้าคู่กับกระเป๋าได้อย่างไร้ที่ติโดยไม่ต้องเปิดไฟ
ปัจจุบันเมษาเป็นช่างแต่งหน้าอิสระที่รับงานอยู่ในวงการบันเทิงเต็มตัว ผ่านมาแล้วทั้งกองถ่ายโฆษณา แฟชั่นโชว์ รายการโทรทัศน์ ไปจนถึงคอนเสิร์ตใหญ่ระดับประเทศ เธอเคยแต่งหน้าให้นางแบบหน้าสดกลายเป็นผู้หญิงที่สวยสะกดจนเจ้าตัวยังส่องกระจกจำตัวเองไม่ได้ เคยแปลงโฉมนักแสดงหนุ่มหน้าอ่อนให้ดูแก่หง่อมขึ้นยี่สิบปี และเคยเนรมิตให้นักแสดงหญิงคนหนึ่งกลายเป็นเด็กผู้ชายได้แนบเนียนจนทีมงานหน้าใหม่ในกองถ่ายเผลอทักผิดทักถูกตลอดทั้งวัน
ดังนั้น เมื่อพิมพ์ดาวทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้ากระจกบานใหญ่ แล้วเอ่ยปากด้วยสีหน้าจริงจังที่สุดในชีวิตว่า...
"ฉันต้องปลอมเป็นผู้ชาย"
เมษาจึงไม่ได้หลุดหัวเราะออกมาในทันที
ช่างแต่งหน้าคนเก่งค่อยๆ วางแปรงปัดแก้มที่กำลังเช็ดทำความสะอาดลงบนโต๊ะ แล้วเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนรักอย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับกำลังพยายามแยกแยะให้ออกว่าประโยคเมื่อครู่เป็นเรื่องจริง หรือเป็นเพียงผลข้างเคียงจากการอดนอนติดต่อกันหลายคืน
"พูดใหม่อีกทีสิคะ"
"ฉันต้องปลอมเป็นผู้ชาย"
เมษานิ่งงันไปสองวินาที
"ไม่ค่ะ"
"เมษา"
"ขอเจ๊ตกใจก่อน หล่อนจะปลอมเป็นผู้ชายไปทำอะไร"
พิมพ์ดาวไม่ตอบคำถามนั้น แต่เลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือไปตรงหน้าเพื่อนสนิท
หน้าจอสว่างจ้าเปิดค้างอยู่ที่ประกาศรับสมัครงานของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ หัวข้อตัวอักษรหนาระบุชัดเจนว่า รับสมัครผู้จัดการศิลปินชาย ประจำวงโนวาเอ็กซ์
เมษากวาดสายตาอ่านรายละเอียดตั้งแต่บรรทัดแรกไล่ลงมาจนถึงเงื่อนไขด้านล่างสุด ที่ระบุว่าผู้สมัครต้องสามารถเดินทางค้างคืนและพักอาศัยในพื้นที่เดียวกับศิลปินชายได้ตลอดระยะเวลาการทำงาน
เธอเงยหน้าขึ้นช้าๆ สบตาเพื่อน
"อย่าบอกนะ"
"ใช่"
"หล่อนจะสมัครตำแหน่งนี้"
"ใช่"
"เข้าไปเป็นผู้จัดการวงโนวาเอ็กซ์"
"ใช่"
"วงบอยแบนด์ที่มีผู้ชายห้าคนเนี่ยนะ"
"ใช่"
"วงที่ต้องกิน นอน เดินทาง เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้ววิ่งกันพล่านไปมาอยู่หลังเวทีแทบจะตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง"
"ใช่"
เมษายกมือขึ้นทาบอก สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ คล้ายกำลังตั้งสติ ก่อนจะหรี่ตากวาดมองเพื่อนสนิทตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
สายตาคู่นั้นหยุดชะงักและจดจ้องอยู่ตรงบริเวณหน้าอกของพิมดาวนานเป็นพิเศษ
พิมพ์ดาวรีบยกสองแขนขึ้นกอดอกฉับพลัน
"มองอะไร"
"กำลังประเมินหน้างานค่ะ"
"มองหน้าก็พอ"
"ไม่ได้ค่ะคุณน้อง จะปลอมเป็นผู้ชายมันต้องทำทั้งตัว ไม่ใช่ปลอมแค่ใบหน้าถ่ายรูปติดบัตร"
เมษาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อนอีกนิด สีหน้าจริงจังขึงขังราวกับประติมากรผู้เชี่ยวชาญกำลังประเมินชิ้นงานชิ้นเอก
"หน้าเนี่ยเจ๊พอจัดการให้ได้ ปรับทรงคิ้ว แต่งเงากราม ตัดผมสั้นอีกหน่อย" เธอลากสายตาลงมาที่ช่วงอกของเพื่อนอีกครั้ง "แต่จะให้เจ๊ติดหนวดจิ๋มแล้วปล่อยให้หล่อนนมโตเดินอกผายเข้าบริษัทไป มันก็ไม่ได้ปะ"
พิมพ์ดาวอ้าปากค้าง
"อีเมษา!"
"อะไรคะ เจ๊พูดข้อเท็จจริง"
"หนวดอะไรของแก"
"ก็ถ้าหล่อนคิดว่าการปลอมเป็นผู้ชายคือแค่เอาดินสอเขียนคิ้วมาวาดหนวดเหนือริมฝีปากเหมือนละครหลังข่าวล่ะก็" เมษายกนิ้วชี้ขึ้นวาดรูปหนวดกลางอากาศ "หน้าเป็นผู้ชาย แต่ข้างล่างอกตั้งชูชันมาแต่ไกล แบบนั้นไม่เรียกปลอมตัวค่ะ เรียกตั้งใจให้คนจับได้"
"ฉันไม่ได้คิดจะติดหนวดสักหน่อย"
"ก็ดีมากค่ะ เพราะเบ้าหน้าอย่างหล่อน ขืนขีดหนวดลงไปน่าจะออกมาเหมือนลูกสาวมาเฟียหนีออกจากบ้านมากกว่าผู้ชาย"
พิมพ์ดาวคว้าม้วนกระดาษทิชชูบนโต๊ะปาใส่คนปากดี
เมษาเอียงตัวหลบอย่างคล่องแคล่วพร้อมกับหัวเราะลั่น
"ฉันมาหาแกเพราะอยากให้ช่วย ไม่ได้มาให้วิจารณ์นม"
"ก็เจ๊ต้องตามแก้ให้ครบทุกจุดนี่คะ อาชีพเจ๊คือช่างแต่งหน้าสร้างภาพลวงตา ไม่ใช่แม่มดเสกปาฏิหาริย์"
แม้จะหงุดหงิดคำวิจารณ์ แต่พิมพ์ดาวก็อดที่จะหลุดหัวเราะตามออกมาไม่ได้ มันเป็นเสียงหัวเราะสั้นๆ ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หลังจากต้องจมปลักอยู่กับความวิตกกังวลมืดมนมาหลายวัน
เมษามองใบหน้าเพื่อน แล้วรอยยิ้มหยอกล้อก็ค่อยๆ จางหายไป
"เรื่องพีทใช่ไหม"
พิมพ์ดาวเงียบ
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือกลับมา เปิดคลิปวิดีโอคืนสุดท้ายของน้องชาย แล้ววางมันลงตรงกลางโต๊ะแต่งหน้า
ภาพโถงทางเดินภายในตึกวอร์เท็กซ์ปรากฏขึ้น ป้ายหน้าห้องเทรนนิงโซนบี โลโก้พายุหมุนของบริษัท และภาพแผ่นป้ายโปรเจกต์อิคลิปส์ที่เธอพยายามซูมขยายจนภาพแตกเป็นเม็ดพิกเซล
เมษายืนดูคลิปนั้นตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่ปริปากพูดอะไรแทรก
"บริษัทยืนกรานว่าเขาไม่เคยอยู่ที่นั่น" พิมพ์ดาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "แต่ฉันเห็นเต็มสองตาว่าเขาอยู่ที่นั่นจริงๆ"
เมษาเงยหน้าขึ้นมองเพื่อน ใต้ตาของพิมพ์ดาวมีรอยคล้ำจางๆ จากการอดนอนประท้วงร่างกายมาหลายคืน ใบหน้าซูบซีดลงกว่าปกติ ต่อให้หญิงสาวจะพยายามทำตัวเข้มแข็งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมษาก็มองทะลุไปถึงก้นบึ้งหัวใจว่าเพื่อนของเธอกำลังหวาดกลัวเพียงใด
"แล้วทางตำรวจว่ายังไงบ้าง"
"รับเรื่องไว้แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเขาถูกลักพาตัว โทรศัพท์ปิดเครื่อง บัญชีธนาคารไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่มีใครติดต่อมาเรียกค่าไถ่ แล้วทางวอร์เท็กซ์ก็ปฏิเสธเสียงแข็งว่าพีทไม่เคยเป็นเด็กฝึกของค่าย"
"แล้วแกคิดว่าถ้าแฝงตัวเข้าไปได้ จะหาน้องเจออย่างนั้นหรือ"
"ฉันไม่รู้"
คำตอบที่ซื่อตรงจนน่าใจหายทำให้เมษานิ่งอึ้งไป
"แต่ฉันรู้แค่ว่า ถ้ายืนรออยู่ข้างนอกแบบนี้ต่อไป ฉันก็ทำอะไรไม่ได้เลย"
คราวนี้ไม่มีมุกตลกตบมุกตามมา
เมษาระบายลมหายใจยาว ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือเพื่อนเอาไว้แน่น
"ก็ได้"
พิมพ์ดาวเงยหน้าขึ้นสบตา
"พูดจริงนะ"
"แต่ถ้าจะทำ งานนี้ต้องทำให้สุด อย่าคิดตื้นๆ แค่ว่าจะหยิบเสื้อยืดผู้ชายมาใส่ ตัดผมสั้นกุด แล้วเดินลอยหน้าลอยตาเข้าไปได้เลย ถ้าคนในบริษัทนั้นเกิดสงสัยหล่อนขึ้นมาตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าไป ทุกอย่างคือจบเกม"
"ฉันพร้อม"
"พร้อมตัดผมด้วยใช่ไหม"
มือของพิมพ์ดาวยกขึ้นแตะปลายผมยาวสลวยของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว
