บทที่ 5 ขั้นตอนป้องกันตัว

เมษาเลิกคิ้ว

"นั่นไง"

"ฉันแค่..."

"เสียดายล่ะสิ"

พิมพ์ดาวทอดสายตามองตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ ผมยาวเส้นนี้เธอทะนุถนอมไว้ยาวมาตลอดหลายปี ตั้งแต่สมัยที่พ่อกับแม่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ แต่พอนึกถึงความปลอดภัยของพีท ความเสียดายเหล่านั้นกลับหดเล็กลงจนแทบไม่มีน้ำหนักอะไรเลย

"ตัดเลย"

เมษาเลิกคิ้วสูงขึ้นอีกนิด

"แน่ใจนะ"

"เออ ตัดเลย"

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมา พิมพ์ดาวก็ย้ายร่างไปนั่งอยู่หน้าโต๊ะกระจกบานใหญ่ในสตูดิโอของเมษา ผ้าคลุมไหล่สีดำถูกสวมทับ กรรไกรตัดผมเนื้อดีถูกยกขึ้นสะท้อนแสงไฟ

"ถามครั้งสุดท้ายนะคะ"

"ตัด"

เสียงกรรไกรกระทบกันดังฉับ

เส้นผมช่อแรกหลุดร่วงลงบนผ้าคลุม พิมพ์ดาวหลับตาลง ซึมซับความรู้สึกหวิวโหวงที่หลังคอ

เมษาเลือกตัดผมทรงเท็กซ์เจอร์ให้เพื่อน ด้านข้างซอยสั้นกว่าด้านบนเล็กน้อยเพื่อเปิดกรอบหน้าให้ดูชัดเจนขึ้น ทว่าไม่ได้ไถสั้นเกรียนจนดูแข็งกระด้างเกินไป เพราะถ้าตัดพลาดผิดทรง ใบหน้าเรียวละมุนของพิมพ์ดาวจะยิ่งดูเหมือนทอมบอย หรือผู้หญิงหั่นผมสั้นมากกว่าจะเป็นผู้ชายจริงๆ

เมื่อจัดการเรื่องทรงผมเสร็จสิ้น ขั้นตอนต่อไปคือการร่ายมนตร์บนใบหน้า

"จำคำเจ๊ไว้นะ ผู้ชายในวงการบันเทิงสมัยนี้เขาก็แต่งหน้าบำรุงผิวกันทั้งนั้น ไม่ต้องพยายามทำตัวซกมกหน้าสดเป็นซอมบี้เพื่อให้ดูแมนหรอก"

"ฉันนึกว่าต้องเปลือยหน้าสดเสียอีก"

"โอ๊ย ถ้าหล่อนหน้าสดเข้าไปคลุกคลีอยู่กับไอดอลบอยแบนด์ แล้วเกิดหน้าสดหล่อนดันสวยเด้งกว่าศิลปิน เดี๋ยวก็ได้เป็นข่าวหน้าหนึ่งก่อนจะได้เริ่มงานพอดี"

เมษาจัดการกันคิ้วและวาดปรับแนวคิ้วของเพื่อนให้ดูตรงและหนาเข้มขึ้น ลดเฉดสีบลัชออนบนพวงแก้มทิ้งไป ใช้คอนทัวร์เพิ่มเงาแรเงาเบาๆ บริเวณสันกรามและข้างสันจมูก สร้างมิติให้โครงหน้าดูแข็งแกร่งขึ้น จากนั้นจึงแต้มลิปสติกสีเนื้อกลบสีริมฝีปาก ลบความอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อแบบที่พิมพ์ดาวชอบทาเป็นประจำออกจนหมดสิ้น

ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม เมษาจึงยอมวางแปรงแต่งหน้าลง

"ลืมตาได้ค่ะ"

พิมพ์ดาวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองกระจก

แล้วก็ต้องชะงักงัน

ภาพที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่พิมพ์ดาวคนเดิมอีกต่อไป

ชายหนุ่มหน้าหวานวัยยี่สิบกลางๆ ตัดผมสั้นรับกับโครงหน้า สีหน้าเรียบเฉย ทว่ากลับมีดวงตาที่ดูอ่อนโยนและมีเสน่ห์ดึงดูดกว่าผู้ชายทั่วไปเล็กน้อยกำลังนั่งจ้องมองเธออยู่

เธอเอียงหน้าไปทางซ้าย

ชายหนุ่มคนในกระจกก็เอียงหน้าตาม

"นี่ฉันเหรอ"

"ใช่ค่ะ"

เมษายืนกอดอกมองผลงานชิ้นเอกของตัวเองด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ

"จากสาวหน้าสวย ตอนนี้กลายเป็นหนุ่มน้อยหน้าหวานไปแล้ว"

"เนียนไหมแก"

"ถ้านั่งรูดซิปปากอยู่เฉยๆ เจ๊ให้แปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์"

"แล้วหายไปไหนอีกสิบห้า"

"ลองเปิดปากพูดสิคะ"

พิมพ์ดาวทำหน้าหงุดหงิด

"เสียงฉันไม่ได้หวานเจี๊ยบขนาดนั้นเสียหน่อย"

"ไหน ลองพูดสิ"

เธอกระแอมเคลียร์คอ

"สวัสดีค่ะ"

เมษายกมือขึ้นปิดตาทันที

"ตายสนิทตั้งแต่คำแรก"

"ก็คนมันเผลอนี่นา"

"เอาใหม่"

"สวัสดีครับ" คราวนี้พิมพ์ดาวพยายามกดเสียงให้ต่ำลงสุดขีดจนเสียงแหบพร่า

เมษานิ่วหน้าทันที

"หล่อนไปสัมภาษณ์งานนะคะ ไม่ได้ไปเคาน์เตอร์โรงพยาบาลเพื่อแจ้งหมอว่าเจ็บคอ"

"ก็แกเป็นคนบอกให้ฉันพูดเสียงต่ำ"

"ลดคีย์ลงให้อยู่ในโทนทุ้มต่ำตามธรรมชาติค่ะ ไม่ใช่ฝืนกดลูกกระเดือกที่หล่อนไม่มีให้ทะลุทะลวงลงไปใต้พื้น"

พิมพ์ดาวหลุดขำก๊าก

หลังจากนั้นกินเวลาไปเกือบชั่วโมง เมษาต้องคอยสวมวิญญาณครูฝึกสอนจังหวะการพูด การทอดน้ำเสียง และคำลงท้ายหางเสียงให้เป็นธรรมชาติ จนกระทั่งพิมพ์ดาวสามารถพูดประโยคพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้ไหลลื่น โดยไม่ฟังดูเหมือนเด็กนักเรียนกำลังท่องจำบทละครเวที

"ครับ"

"ไม่ครับ"

"เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจัดการเองครับ"

"ขอบคุณครับ"

เมษาพยักหน้าหงึกหงักอย่างพึงพอใจ

"เรื่องเสียงถือว่าสอบผ่าน ต่อไปคือเรื่องบุคลิกท่าทาง"

ช่างแต่งหน้าสาวหยิบสมุดจดเล่มเล็กออกจากกระเป๋าสะพาย แล้วโยนดังปุลงบนโต๊ะ

บนหน้าปกสมุดมีตัวหนังสือเขียนด้วยปากกาเมจิกตัวบรรจงว่า คู่มือเอาตัวรอดในฐานะผู้ชาย โดยเจ๊เมษา

พิมพ์ดาวจ้องมองสมุดเล่มนั้นอยู่ครู่หนึ่ง

"แกทำคู่มือนี้จริงๆ เหรอ"

"นั่งปั่นเมื่อคืนเลยค่ะ"

"แกว่างมากเหรอ"

"เพื่อนรักกำลังจะกระโดดเข้าไปอยู่ในดงผู้ชายทั้งที เจ๊จะใจดำปล่อยให้หล่อนไปตกระกำลำบากตามบุญตามกรรมได้ยังไงล่ะ"

เมษาพลิกเปิดหน้าแรก ตรงกลางหน้ากระดาษเขียนด้วยตัวอักษรขีดเส้นใต้เน้นคำว่า ข้อหนึ่ง ห้ามเผลอพูดคำว่าค่ะเด็ดขาด

หน้าถัดไปเขียนไว้ว่า ข้อสอง เวลายืนห้ามทิ้งน้ำหนักเอียงสะโพก

และหน้าถัดไปอีกคือ ข้อสาม เวลาตกใจ ห้ามหลุดเสียงกรี๊ด

พิมพ์ดาวขมวดคิ้วยุ่ง

"ฉันไม่ใช่คนขี้กรี๊ดเสียหน่อย"

เมษามองหน้าเพื่อนตาหยี

"แล้วถ้าเจอแมลงสาบล่ะ"

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ

"ก็... คนเรามันก็ต้องมีจุดอ่อนกันบ้างไหมล่ะ"

"ถ้าแมลงสาบบินพุ่งเข้าหาหล่อนตอนที่สมาชิกวงโนวาเอ็กซ์ยืนอยู่กันครบห้าคน แล้วหล่อนเกิดตกใจกระโดดขึ้นไปกอดคอใครคนใดคนหนึ่งเข้า งานนี้คือจบเห่ เกมโอเวอร์ค่ะ"

"ฉันจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองไปอยู่ในรัศมีแมลงสาบก็แล้วกัน"

"ดีมาก เป็นยุทธศาสตร์การเอาตัวรอดที่ยอดเยี่ยม"

หน้าถัดไปคือหัวข้อที่ทำให้พิมพ์ดาวแทบอยากจะปิดสมุดทิ้งทันที

ห้องน้ำชาย

"ข้ามข้อนี้ไปเลย"

"ข้ามไม่ได้ค่ะ เรื่องคอขาดบาดตาย"

"ฉันก็แค่เข้าห้องน้ำแบบห้องเดี่ยวสิ"

"แล้วตอนอยู่หลังเวทีคอนเสิร์ตล่ะคะ"

"ก็เดินหาห้องเดี่ยว"

"แล้วตอนต้องเดินทางไปทัวร์ต่างจังหวัดล่ะ"

ใบหน้าของพิมพ์ดาวเริ่มตึงเครียด

เมษาหัวเราะคิกคัก

"ไม่ต้องทำหน้าเครียดเหมือนเจ๊จะบังคับให้หล่อนไปยืนฉี่ตรงโถปัสสาวะรวมหรอกค่ะ หล่อนก็แค่เดินเข้าห้องน้ำแบบปิดประตูมิดชิดตามปกตินั่นแหละ แต่ประเด็นสำคัญคืออย่าทำท่าทางลับๆ ล่อๆ หวาดระแวงเหมือนคนกำลังเดินเข้าแดนประหารก็พอ ทำตัวให้เนียนเป็นธรรมชาติเข้าไว้"

"ฉันจะพยายาม"

"แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากที่สุด"

เมษากวาดสายตาลงมาประเมินที่หน้าอกของเพื่อนอีกครั้ง

พิมพ์ดาวรีบยกมือขึ้นกอดอกป้องกันตัวทันที

"ถ้าแกจะวิจารณ์เรื่องนมฉันอีก ฉันกลับจริงๆ นะ"

"แต่เรื่องนี้มันสำคัญต่อสุขภาพของหล่อนนะ"

"มีอะไรก็พูดมา"

"ห้ามเอาผ้าก๊อซมาพันนมแน่นๆ มั่วซั่วเหมือนนางเอกในละครเด็ดขาด มันอันตราย หล่อนต้องไปหาซื้อสเตย์รัดหน้าอกทอมบอยที่ออกแบบมาเพื่อการกระชับสัดส่วนโดยเฉพาะ ต้องเลือกขนาดให้พอดีตัว หายใจได้สะดวก และที่สำคัญต้องหาเวลาพักปลดตะขอให้ร่างกายได้หายใจบ้าง"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป