บทที่ 6 เตรียมตัวบุกเข้าถ้ำเสือ

น้ำเสียงของเมษาจริงจังเสียจนพิมพ์ดาวต้องเลิกตั้งแง่เล่นตาม

"เข้าใจแล้ว ฉันจะจำไว้"

"ดีมาก เพราะเจ๊รับปากช่วยให้หล่อนปลอมเป็นผู้ชาย แต่เจ๊จะไม่ยอมช่วยให้กระดูกซี่โครงหล่อนพังหักคาอกหรอกนะ"

ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกเสื้อผ้า เสื้อเชิ้ตคอปกทรงตรงเรียบง่าย แจ็กเก็ตตัวโคร่งที่สวมใส่หลวมพอดีตัว กางเกงสแลกที่ไม่เน้นรัดรูปช่วงสะโพก รองเท้าผ้าใบสีพื้นฐาน ทุกชิ้นส่วนถูกคัดสรรและคำนวณมาอย่างดีเพื่อพรางสัดส่วนส่วนโค้งเว้าของพิมพ์ดาวให้ดูตรงทื่อเป็นเส้นขนานมากที่สุด

เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จสรรพ เมษาก็สั่งให้เธอลองเดินทดสอบ

พิมพ์ดาวก้าวเดินออกไปได้เพียงสามก้าว

"หยุด"

"อะไรอีกเนี่ย"

"สะโพก"

"ฉันไม่ได้ส่ายสะโพกเสียหน่อย"

"สำหรับตัวหล่อนอาจจะคิดว่าไม่ได้ส่าย แต่สำหรับสายตาช่างแต่งหน้าที่เฝ้าดูจังหวะการเดินของนางแบบบนรันเวย์มากว่าสิบปี อาการแบบนี้เรียกว่าส่ายค่ะ"

"แล้วฉันต้องเดินยังไง"

"ก้าวขาให้ยาวขึ้นอีกนิดหนึ่ง อย่าทิ้งน้ำหนักลงที่สะโพกข้างใดข้างหนึ่ง เวลายืนพักขาก็อย่ายืนแอ่นพักแบบนั้น"

พิมพ์ดาวลองเดินใหม่อีกครั้ง

ครั้งที่สองท่าทางเริ่มดูทะมัดทะแมงขึ้น

พอถึงครั้งที่สาม เมษาก็พยักหน้าอย่างพอใจ

"โอเค เริ่มดูเป็นผู้เป็นคน เป็นผู้ชายขึ้นมาบ้างแล้ว"

"สภาพนี้พอจะไปสมัครงานได้หรือยัง"

"ยังขาดชื่อใหม่ค่ะ"

พิมพ์ดาวนิ่งคิดไปเล็กน้อย

ก่อนจะเอ่ยออกมา

"พีร์"

"พีร์งั้นเหรอ"

"พีร์ พัฒนกุล"

เมษาหันมามองหน้าเพื่อน

"ทำไมถึงเลือกชื่อนี้ล่ะ"

พิมพ์ดาวทอดสายตามองคนในกระจก

ชายหนุ่มหน้าหวานที่ไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงกำลังจ้องมองเธอกลับมา

"เพราะมันออกเสียงคล้ายกับชื่อพีท"

เมษาเงียบเสียงลง

"เวลาที่มีใครเรียกฉันด้วยชื่อนี้ ฉันจะได้คอยเตือนสติตัวเองอยู่เสมอว่า... ฉันแฝงตัวเข้าบริษัทนั้นไปเพื่ออะไร"

คราวนี้เมษาไม่ได้เอ่ยปากแซวเหมือนทุกที

เธอเพียงพยักหน้ารับรู้เบาๆ แล้วจัดการเปิดหน้าจอแล็ปท็อป เข้าสู่ระบบกรอกแบบฟอร์มสมัครงาน

พีร์ พัฒนกุล อายุยี่สิบเจ็ดปี

ประสบการณ์ด้านประสานงานอีเวนต์และดูแลศิลปินอิสระ

เนื่องจากพิมพ์ดาวมีประสบการณ์การทำงานในสายออร์แกไนซ์และดูแลศิลปินมาอย่างโชกโชนอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องนั่งเทียนแต่งประวัติการทำงานใหม่ทั้งหมด เมษาย้ำนักย้ำหนาให้เธอใช้ข้อมูลตามความเป็นจริงให้มากที่สุด เพราะยิ่งปั้นแต่งเรื่องโกหกมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดช่องโหว่ให้ถูกจับผิดได้ง่ายมากขึ้นเท่านั้น

ขั้นตอนสุดท้ายเหลือเพียงการถ่ายรูปติดบัตรพนักงาน

"นั่งตัวตรงค่ะ"

พิมพ์ดาวขยับตัวนั่งหลังตรงแหน่วตามคำสั่ง

"อย่ายิ้มหวานหยดย้อยแบบนั้น"

"ฉันไม่ได้ยิ้มหวานเสียหน่อย"

"รอยยิ้มปกติของหล่อนมันดูเหมือนพรีเซนเตอร์กำลังจะขายเซรั่มบำรุงผิวหน้าเลยค่ะคุณน้อง"

"แล้วจะให้ฉันทำหน้าแบบไหนล่ะ"

เมษากรอกตาคิดอยู่ครู่หนึ่ง

"ทำหน้าซังกะตายเหมือนคนเพิ่งถูกหวยกินงวดล่าสุด"

พิมพ์ดาวปรับสีหน้าเรียบตึงไร้อารมณ์ทันที

แชะ!

เมษาก้มลงดูรูปภาพในกล้องแล้วชูนิ้วหัวแม่มือให้

"ผ่านฉลุย"

พิมพ์ดาวชะโงกหน้าเข้าไปดูรูปถ่ายของตัวเองบนหน้าจอ

มันไม่ใช่ภาพของผู้ชายที่หล่อเหลาคมเข้มจนสะดุดตา แต่กลับเป็นภาพของหนุ่มน้อยหน้าหวานที่ดูสะอาดสะอ้าน สุภาพเรียบร้อย และแฝงไปด้วยเสน่ห์ประหลาดแบบที่ยิ่งมองนานก็ยิ่งน่าค้นหา

"หน้ามันไม่ดูหวานละมุนเกินไปเหรอ"

"ความหวานบนหน้าแกมันเอาออกให้หมดไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าขืนพยายามลบออกมากไป หน้าแกจะกลายเป็นหน้าพลาสติกดูปลอมเปลือกไปเลย ปล่อยให้เป็นคอนเซปต์ผู้ชายหน้าหวานละมุนไปแบบนี้นี่แหละ ดูเป็นธรรมชาติดี"

"จะมีปัญหาอะไรตามมาไหม"

เมษากระตุกยิ้มมุมปาก

"ไม่รู้สิคะ"

"อะไรของแกเนี่ย ยิ้มแบบนี้หมายความว่าไง"

"ก็แหม... สมาชิกวงโนวาเอ็กซ์มีทั้งหนุ่มเมะกล้ามโต ทั้งหนุ่มเคะหน้าหวาน ถ้าเกิดมีผู้จัดการหน้าหวานหยดย้อยอีกคนเข้าไปคลุกคลีอยู่ด้วยกัน..."

"หยุดความคิดอกุศลของแกเดี๋ยวนี้เลยนะ"

"เจ๊ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำเลยนะคะ"

"แต่หน้าแกมันฟ้องหมดแล้ว"

เมษาหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี

หลังจากตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดอย่างละเอียดรอบคอบเป็นครั้งสุดท้าย พิมพ์ดาวจึงเลื่อนเคอร์เซอร์เมาส์ไปหยุดอยู่ตรงปุ่มส่งใบสมัคร

ทว่าก่อนจะกดปุ่มคลิก นิ้วของเธอก็ชะงักงันไปชั่วอึดใจ

ภาพรอยยิ้มของพีทผุดพรายขึ้นมาในห้วงความคิด

รอยยิ้มสดใสในคืนสุดท้ายที่ได้คุยกัน

น้ำเสียงร่าเริงที่บอกว่าจะโทรหาในวันรุ่งขึ้น

แต่นี่ก็ล่วงเลยมาสามวันเต็มแล้ว น้องชายคนเดียวของเธอก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะติดต่อกลับมา

"พี่กำลังจะไปหาแกแล้วนะพีท"

เธอพึมพำกับตัวเองแผ่วเบา ก่อนจะตัดสินใจกดปุ่มคลิกเมาส์

แถบสถานะโหลดข้อมูลวิ่งจนสุดหลอด และหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็เปลี่ยนเป็นข้อความยืนยันการส่งใบสมัครเสร็จสมบูรณ์

เมษาถอนหายใจเฮือกใหญ่

"เอาล่ะ ต่อไปนี้ก็ทำได้แค่สวดมนต์ภาวนาขอให้ฝ่ายบุคคลเขาเรียกตัวเข้าไปสัมภาษณ์"

ยังไม่ทันขาดคำ เสียงแจ้งเตือนอีเมลเข้าก็ดังแทรกขึ้นมา

สองสาวหันขวับไปจ้องหน้าจอแล็ปท็อปพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

อีเมลฉบับใหม่จากค่ายวอร์เท็กซ์ เอนเตอร์เทนเมนต์ แจ้งรายละเอียดว่าทางบริษัทกำลังเร่งสรรหาผู้จัดการคนใหม่มาดูแลวงโนวาเอ็กซ์อย่างเร่งด่วน และขอเชิญผู้สมัครที่ชื่อพีร์ พัฒนกุล เข้ามาสัมภาษณ์งานในวันรุ่งขึ้น เวลาสิบโมงตรง

เมษาเบิกตากว้างอ้าปากค้าง

"อะไรมันจะด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋าขนาดนี้"

พิมพ์ดาวเลื่อนลูกกลิ้งเมาส์อ่านรายละเอียดลงไปเรื่อยๆ จนถึงรายชื่อคณะกรรมการสัมภาษณ์งาน

ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล

ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารศิลปิน

และรายชื่อลำดับสุดท้าย...

ภูผา อลงกรณ์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วอร์เท็กซ์ เอนเตอร์เทนเมนต์

เมษารีบคว้าโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาทันที

"แกจะทำอะไร"

"เสิร์ชหาข้อมูลสิคะ ถามได้"

เพียงไม่กี่อึดใจต่อมา รูปภาพของชายที่ชื่อภูผาก็ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ

ชายหนุ่มวัยสามสิบสี่ปีในชุดสูทสากลสีเข้มคัตติงเนี้ยบ ใบหน้าคมคายหล่อเหลา สันจมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาดุดันเยือกเย็น แผ่ซ่านบรรยากาศความน่าเกรงขามแบบผู้ชายทรงอำนาจ ที่เพียงแค่ก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้อง ผู้คนรอบข้างก็คงต้องหุบปากหยุดคุยกันโดยอัตโนมัติ

เมษาใช้นิ้วซูมขยายรูปภาพใบหน้านั้นให้ใหญ่ขึ้น

"โอ๊ยตายแล้ว"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป