บทที่ 7 ใบอนุญาตทางสายตา

"อะไรของแกอีก"

"หล่อระเบิดระเบ้อเลยค่ะคุณน้อง"

"ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับฉันเลย"

"สำหรับตัวหล่อนอาจจะไม่เกี่ยว แต่สำหรับเจ๊บอกเลยว่าเกี่ยวเต็มๆ"

"ฉันจะเข้าไปตามหาน้องชาย ไม่ได้จะไปทำอย่างอื่น"

"เจ๊ทราบค่ะ เจ๊ทราบดี"

เมษากดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ แล้วหันมาชี้หน้าคาดโทษเพื่อนสาวทีละข้อ

"พรุ่งนี้ ห้ามหลุดพูดคำว่าค่ะเด็ดขาด"

"ครับ"

"ห้ามยืนแอ่นทิ้งน้ำหนักเอียงสะโพก"

"ครับ"

"ห้ามหลุดเสียงกรี๊ดตอนตกใจ"

"ครับ"

"และที่สำคัญ ห้ามไปยืนจ้องหน้าท่านประธานนานๆ"

พิมพ์ดาวขมวดคิ้วมุ่น

"ข้อสุดท้ายนี่มันเกี่ยวอะไรด้วย"

"กันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ"

"ก็บอกแล้วไงว่าฉันเข้าไปตามหาน้อง ไม่ได้เข้าไปหาผัว"

เมษานิ่งเงียบไปหนึ่งวินาที ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ รับคำ

"ดีค่ะ ประเสริฐมาก"

"อะไรของแกเนี่ย"

"จำประโยคทองคำของหล่อนประโยคนี้เอาไว้ให้ดีๆ ก็แล้วกันนะ"

"ทำไมต้องจำ"

เมษายักไหล่ สีหน้าฉายแววเจ้าเล่ห์พราวระยับ ราวกับคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวดูละครหลังข่าวมาเยอะ และพบเห็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในวงการบันเทิงมานักต่อนัก

"ไม่มีอะไรหรอก เจ๊ก็แค่รู้สึกตะหงิดๆ ว่า... ไอ้อีพวกที่ชอบลั่นวาจาว่า ฉันไม่ได้มาหาผัว เนี่ย บทสรุปสุดท้ายทีไร มักจะได้ผัวไปครองก่อนจะได้ลงมือทำงานเสร็จทุกทีเลย"

"อีบ้าเมษา!"

เสียงหัวเราะร่วนของช่างแต่งหน้าสาวดังก้องไปทั่วทั้งสตูดิโอ

พิมพ์ดาวทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ แล้วหันกลับไปจ้องมองตัวอักษรชื่อ ภูผา อลงกรณ์ บนหน้าจอแล็ปท็อปอีกครั้ง

ในวินาทีนี้ ผู้ชายคนนี้ยังเป็นเพียงแค่ประธานบริษัทที่เธอต้องหาทางฝ่าด่านไปให้ได้

เขาเป็นคนที่อาจจะรู้เห็นเป็นใจ หรืออาจจะไม่รู้เรื่องราวความลับอะไรเลยเกี่ยวกับการหายตัวไปของพีท

เธอไม่ได้รู้สึกพิศวาสอะไรในตัวเขา และไม่มีเหตุผลบ้าบอคอแตกอะไรที่จะต้องไปรู้สึกแบบนั้น

สิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ พรุ่งนี้เช้า ตัวตนของพิมพ์ดาวจะถูกลบหายไปชั่วคราว

และคนที่จะก้าวเท้าเดินเข้าไปในตึกวอร์เท็กซ์ เอนเตอร์เทนเมนต์ แทนตัวเธอคือ...

พีร์ พัฒนกุล

ชายหนุ่มที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงบนโลกใบนี้

บุคคลสมมุติที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำภารกิจเพียงหนึ่งเดียว

นั่นคือการตามหาพีท

แต่ไม่มีใครล่วงรู้เลย... แม้กระทั่งตัวของพิมพ์ดาวเองก็ไม่รู้เลยว่า ชายหนุ่มสมมุติหน้าหวานคนนี้ กำลังจะก้าวเข้าไปสร้างปัญหาใหญ่หลวงให้กับชีวิตของผู้ชายที่ชื่อ ภูผา อลงกรณ์

เพราะอีกไม่นาน ประธานหนุ่มจอมเผด็จการผู้ที่เชื่อมั่นมาตลอดทั้งชีวิตว่าตัวเองมีรสนิยมชอบผู้หญิง

จะต้องเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตตัวเองอย่างหนักหน่วงและจริงจังว่า ทำไมไอ้ผู้จัดการผู้ชายคนใหม่คนนี้... มันถึงได้น่ามองขนาดนี้วะ!

ตอนแปดโมงครึ่งของเช้าวันถัดมา พิมพ์ดาวยืนจ้องตัวเองอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่เต็มตัวในห้องแต่งหน้าของเมษา และเพิ่งค้นพบสัจธรรมความจริงข้อหนึ่งที่ไม่มีใครเคยกระซิบบอกเธอมาก่อนเลยว่า...

การเป็นผู้ชายมันเหนื่อยกว่าที่คิดเอาไว้เยอะ

ไม่ใช่เพราะความยากลำบากในการแต่งหน้าเติมหนวดเครา ไม่ใช่เพราะต้องคอยฝืนเกร็งเดินถ่างขากว้างๆ หรือต้องคอยตั้งสติเปลี่ยนคำลงท้ายหางเสียงจาก "ค่ะ" เป็น "ครับ" อยู่ตลอดเวลา

แต่เป็นเพราะทุกครั้งที่ร่างกายของเธอเผลอไผลผ่อนคลาย เมษาจะง้างมือฟาดด้ามแปรงแต่งหน้าลงบนโต๊ะเสียงดังปัง แล้วแผดเสียงร้องเตือนขึ้นมาทันทีว่า

"สะโพก!"

พิมพ์ดาวที่กำลังก้มหน้าก้มตายืนอ่านประวัติของวงโนวาเอ็กซ์จากหน้าจอโทรศัพท์มือถือสะดุ้งโหยง ก่อนจะรีบยืดหลังดึงตัวเองกลับมายืนตัวตรงแหน่วราวกับทหารเกณฑ์

"ฉันไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย"

"ทำค่ะ หล่อนเผลอยืนทิ้งน้ำหนักลงขาข้างขวาอีกแล้ว"

"คนเรามันก็ต้องมียืนพักขากันบ้างไหมล่ะ"

"พักขาน่ะพักได้ แต่ช่วยกรุณายืนพักด้วยท่าทางที่มันดูเป็นผู้ชายแมนๆ หน่อยได้ไหม"

พิมพ์ดาวระบายลมหายใจยาวพรืด ก่อนจะขยับจัดระเบียบร่างกาย ยืนแยกปลายเท้าออกห่างจากกันเล็กน้อยตามที่ถูกเพื่อนสาวเทรนมาอย่างเข้มงวด

เช้าวันนี้เมษาจับเธอแปลงโฉมด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวคอปกทรงตรงเรียบง่าย สวมทับด้วยกางเกงสแลกสีเข้มขากระบอก และสวมทับด้วยแจ็กเก็ตเนื้อบางเบาที่ช่วยพรางสัดส่วนช่วงเอวได้เป็นอย่างดี ส่วนเสื้อกล้ามด้านในสุดคือเสื้อสเตย์รัดหน้าอกกระชับสัดส่วน ที่เมษากำชับนักกำชับหนาว่า ถ้าระหว่างวันเกิดรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกหรือหายใจไม่ออก ให้รีบหาที่ลับตาคนแล้วปลดตะขอออกทันที ห้ามฝืนทนเด็ดขาด

พิมพ์ดาวพยักหน้ารับคำโดยไม่ปริปากเถียง เพราะตั้งแต่ตอนที่เธอลองสวมมันเป็นครั้งแรกเมื่อคืน เธอก็รับรู้ได้ทันทีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นได้เลย

ส่วนใบหน้าของเธอนั้นถูกแต่งแต้มเพียงบางเบา ปรับทรงคิ้วให้ดูหนาและตรงขึ้น แรเงากรอบกรามให้ดูคมชัดเจนขึ้น สีของริมฝีปากถูกกลบดรอปลงจนเหลือเพียงสีเนื้อธรรมชาติ ผมที่เพิ่งถูกหั่นสั้นถูกเซตจัดทรงให้ดูยุ่งเหยิงนิดๆ เหมือนไม่ได้ตั้งใจเซต ทั้งที่ความจริงแล้วเมษาเสียเวลาปลุกปล้ำกับมันไปเกือบยี่สิบนาทีเต็ม

"หมุนตัวสิคะ"

พิมพ์ดาวขยับตัวหมุนรอบทิศทาง

"หมุนช้าๆ หน่อยค่ะ ไม่ใช่นางงามกำลังเดินโชว์ตัวรอบชุดราตรี"

"ก็แกเป็นคนสั่งให้ฉันหมุนเองนะ"

"โอเค ด้านข้างสอบผ่าน ด้านหลังก็สอบผ่าน"

เมษาก้าวฉับๆ เข้ามาช่วยดึงชายเสื้อแจ็กเก็ตให้เข้าที่เข้าทางอีกเล็กน้อย ก่อนจะถอยออกไปก้มหน้าประเมินมองรูปร่างโดยรวมของเพื่อนรัก

"หน้าอกเก็บซ่อนได้เนียนกริบ เอวไม่คอดชัดเจนเกินไป ส่วนสะโพกถึงจะยังพอมองเห็นส่วนโค้งเว้าอยู่บ้าง แต่เสื้อแจ็กเก็ตตัวนี้ก็ช่วยพรางตาได้เยอะ"

พิมพ์ดาวยกสองแขนขึ้นกอดอกโดยอัตโนมัติ

เมษาจ้องตาเขม็งทันที

"บอกแล้วไงว่าอย่าเผลอกอดอกแบบนั้น"

"แล้วจะให้ฉันทำท่าไหนล่ะ"

"ท่าทางเมื่อกี้ของหล่อนมันเหมือนพวกผู้หญิงกำลังกลัวโดนโรคจิตแอบมองนมเลย"

"ก็แกกำลังจ้องหน้าอกฉันอยู่นี่!"

"เจ๊เป็นช่างแต่งหน้านะคะ เจ๊มีใบอนุญาตทางสายตาถูกต้องตามกฎหมาย"

"ไม่มีหรอกใบอนุญาตบ้าบออะไรนั่นน่ะ"

"มีสิคะ... มีอยู่ข้างในใจเจ๊นี่ไง"

พิมพ์ดาวกลอกตามองบนอย่างเอือมระอา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป