บทที่ 8 สัมภาษณ์งานกับผู้ชายไม่ธรรมดา
เมษาหัวเราะร่วน ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าใส่เอกสารใบกะทัดรัดมาส่งยื่นให้
"แฟ้มประวัติใบสมัครงานของหล่อนอยู่ในนี้ สำเนาเอกสารสำคัญต่างๆ ที่ต้องใช้ก็เตรียมไว้ครบหมดแล้ว อ้อ แล้วก็อย่าลืมทบทวนกระดาษโน้ตที่เราซ้อมกันไว้เมื่อคืนด้วยล่ะ"
พิมพ์ดาวยื่นมือไปรับกระเป๋ามาถือไว้
"ฉันท่องจำขึ้นใจหมดแล้วน่า"
"ก็ดีค่ะ เพราะถ้าขืนหล่อนเผลอหลุดปากพูดข้อมูลประวัติจริงๆ ของตัวเองขึ้นมาล่ะก็... เจ๊ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าเจ๊จะไม่โผล่หน้าไปประกันตัวหล่อนที่โรงพักเด็ดขาด"
"ทำไมฉันถึงต้องไปจบที่โรงพักด้วยล่ะ"
"อ้าว ก็หล่อนเล่นปลอมแปลงตัวตน ปลอมแปลงประวัติเอกสาร ลักลอบแฝงตัวเข้าไปสืบความลับในบริษัทคนอื่นเขา ข้อหาพวกนี้มันไม่ใช่เบาๆ นะคะคุณน้อง"
"ขอบใจมากนะ ที่อุตส่าห์พูดปลอบใจให้ฉันรู้สึกดีขึ้น"
เมษายื่นมือมาตบไหล่เพื่อนเบาๆ
"เจ๊พูดเพื่อเตือนสติให้หล่อนระมัดระวังตัว ไม่ได้พูดขู่ให้หล่อนกลัวจนหัวหดเสียหน่อย"
พิมพ์ดาวนิ่งเงียบไป
มือเรียวกระชับจับหูกระเป๋าเอกสารแน่นขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
เมษาเห็นท่าทีนั้น จึงปรับน้ำเสียงให้ลดต่ำลง
"พิมพ์"
คนถูกเรียกชื่อเงยหน้าขึ้นสบตา
"จำคำเจ๊ไว้อย่างหนึ่งนะ วันนี้เป้าหมายของหล่อนไม่ได้บุกเข้าไปเพื่อจับโจรผู้ร้าย ไม่ได้เข้าไปเพื่อรื้อค้นหาห้องลับ และไม่ได้เข้าไปเพื่อเค้นคอถามหาความจริงเรื่องโปรเจกต์อิคลิปส์อะไรนั่น"
"ฉันรู้"
"วันนี้หล่อนมีภารกิจหน้าที่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น"
"ทำให้พวกเขารับฉันเข้าทำงานให้ได้"
"ถูกต้อง"
เมษายื่นมือไปช่วยจัดระเบียบปกเสื้อเชิ้ตของเพื่อนให้เข้าที่
"ตั้งสติให้ดี ใจเย็นๆ เข้าไว้ อย่าพยายามเร่งรัดทำทุกอย่างให้สำเร็จเสร็จสิ้นภายในวันเดียว"
พิมพ์ดาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ
"โอเค ฉันเข้าใจแล้ว"
"อ้อ แล้วก็มีอีกอย่างหนึ่ง"
"อะไรอีกล่ะ"
เมษาชี้หน้าคาดโทษ
"ห้ามเผลอเรียกแทนตัวเองว่าฉันเด็ดขาด"
พิมพ์ดาวชะงักงัน
"เออ... จริงด้วย"
"บอกเจ๊มาสิ ว่าตอนนี้หล่อนคือใคร"
พิมพ์ดาวหันไปจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในบานกระจก
ภาพของชายหนุ่มหน้าหวานในชุดเสื้อผ้าสุภาพเรียบร้อยกำลังจ้องมองเธอกลับมา
เธอฝึกซ้อมคำตอบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา
"พีร์ พัฒนกุลครับ"
เมษาระบายรอยยิ้มกว้าง
"ดีมากค่ะคุณพีร์"
ทว่าก่อนที่พิมพ์ดาวจะก้าวเท้าเดินพ้นออกจากห้องสตูดิโอ เสียงของเมษาก็ลอยตามหลังมาติดๆ
"แล้วก็อย่าลืมเรื่องท่านประธานเสียล่ะ!"
เธอหันขวับกลับมามองหน้าเพื่อน
"เรื่องอะไรอีก"
"อย่าเผลอไปยืนจ้องตาเขานานๆ นะ"
"ทำไมแกถึงได้ย้ำนักย้ำหนากับเรื่องนี้นะ"
"เจ๊ก็แค่เตือนกันเหนียวเอาไว้ก่อน"
"ฉันกำลังจะไปสัมภาษณ์งานนะ"
"เจ๊รู้"
"ไม่ได้จะไปหาผัว"
เมษายิ้มกว้างกว่าเดิมจนตาหยี
"จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดีก็แล้วกันนะคะ"
"อีบ้าเมษา!"
เสียงหัวเราะชอบใจของเมษาดังก้องตามหลังพิมพ์ดาวออกมาจนกระทั่งบานประตูปิดสนิทลง
แต่ทว่าทันทีที่หญิงสาวก้าวเท้าพ้นออกจากสตูดิโอ สีหน้าและแววตาของเธอก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไป
จากพิมพ์ดาว...
กลายเป็นพีร์...
มันไม่ใช่แค่การสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ไม่ใช่แค่การตกแต่งใบหน้าให้ดูผิดเพี้ยนไปจากเดิม
แต่รวบไปถึงการปรับเปลี่ยนจังหวะการก้าวเดิน ท่วงทำนองของน้ำเสียง และการพยายามฝืนควบคุมทุกการเคลื่อนไหวของร่างกายตัวเองอย่างรัดกุม
วันนี้เธอจะยอมปล่อยให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นไม่ได้เด็ดขาดเพราะสิ่งที่เธอใช้วางเป็นเงินเดิมพัน ไม่ใช่ตำแหน่งหน้าที่การงาน
แต่มันคือโอกาสเพียงหนึ่งเดียว ที่จะทำให้เธอขยับเข้าใกล้ความจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปของน้องชาย
บรรยากาศภายในตึกสำนักงานใหญ่ของค่ายวอร์เท็กซ์ เอนเตอร์เทนเมนต์ ในช่วงเวลากลางวันแสกๆ ดูแตกต่างไปจากภาพจำครั้งแรกที่พิมพ์ดาวเคยมาเยือนที่นี่อย่างน่าประหลาดใจ
ในวันนั้น เธอผลักประตูเดินเข้ามาในฐานะพี่สาวผู้โศกเศร้าของเด็กหนุ่มที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย หัวใจของเธออัดแน่นไปด้วยความหวาดกลัวและความโกรธแค้นจนหน้ามืดตามัวแทบมองไม่เห็นสิ่งรอบข้าง
แต่วันนี้ เธอกลับต้องกวาดสายตาจดจ้องและจดจำทุกสรรพสิ่งรอบกายให้ขึ้นใจ
ประตูทางเข้าออกตำแหน่งที่ตั้งของกล้องวงจรปิด รูปแบบของบัตรพนักงาน จุดรอลิฟต์โดยสาร เส้นทางเดินเชื่อมต่อแต่ละโซน จุดตรวจรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ แม้กระทั่งสีสันของสายคล้องบัตรพนักงานแต่ละแผนก ก็ถูกสมองของเธอบันทึกจดจำเอาไว้โดยอัตโนมัติ
"มาติดต่อเรื่องอะไรครับ"
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอ่ยปากถาม
พิมพ์ดาวเกือบจะหลุดปากตอบออกไปว่า มาสัมภาษณ์งานค่ะ
คำว่า ค่ะ เกือบจะพุ่งหลุดพ้นปลายลิ้นออกมาแล้วเชียว โชคดีที่เสียงแหลมปรี๊ดของเมษาสะท้อนดังขึ้นมาในหัวเสียก่อน
ห้ามพูดคำว่าค่ะ!
เธอชะงักหยุดพักหายใจเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบกลับไป
"มาสัมภาษณ์งานครับ ตำแหน่งผู้จัดการศิลปิน"
เจ้าหน้าที่พยักหน้ารับรู้
"ขอทราบชื่อด้วยครับ"
"พีร์ พัฒนกุล"
เมื่อต้องเอ่ยชื่อนี้ออกมาเป็นครั้งแรกต่อหน้าคนแปลกหน้า ความรู้สึกประหลาดวูบโหวงก็แล่นปราดผ่านเข้ามากระทบกลางอก
