บทที่ 1 ตอนที่1 มาเฟียปืนฉีดน้ำ

ไคเรน เหลียง ไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่ควรเดินอยู่กลางถนนเชียงใหม่ช่วงสงกรานต์ โดยเฉพาะในลุคเสื้อเชิ้ตสีดำราคาแพง กางเกงขายาวเข้ารูป รองเท้าหนัง และสีหน้าที่บอกชัดว่าไม่ได้มาเล่นน้ำกับใคร

ชายหนุ่มวัยสามสิบลงจากรถเอสยูวีสีดำคันใหญ่ ก่อนยืนมองฝูงคนเบื้องหน้าผ่านแว่นกันแดด รูปร่างสูงเกินร้อยแปดสิบ ไหล่กว้าง ใบหน้าคมจากสายเลือดไทย–มาเก๊า ผิวขาว ดวงตาเรียวยาวและนิ่งจนคนที่สบตาด้วยมักเป็นฝ่ายหลบก่อน ต่อให้ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แค่เห็นคนชุดดำอีกหลายคนลงจากรถตามมา ก็พอเดาได้ว่าไม่ใช่นักท่องเที่ยวทั่วไป

ความจริงก็ไม่ผิดนัก

ไคเรนเป็นทายาทหลักของตระกูลเหลียง ตระกูลเก่าแก่ในมาเก๊าที่มีทั้งโรงแรม รีสอร์ต ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ และคาสิโนอยู่ในมือ ธุรกิจหลายอย่างถูกย้ายขึ้นมาอยู่บนดินจนเกือบหมดแล้ว แต่คนที่รู้จักตระกูลเหลียงต่างรู้ว่ารากเดิมของบ้านนี้มาจากไหน

ชายหนุ่มโตมากับเงิน อำนาจ คนคุ้มกัน และกฎง่ายๆ ข้อเดียว ถ้าอยากควบคุมสถานการณ์ ก็ต้องเป็นฝ่ายถือไพ่ไว้ก่อน วันนี้เขามาเชียงใหม่เพื่อตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง

อรนารี วัฒนธารา

ชื่อที่เพิ่งถูกค้นเจออีกครั้ง หลังทีมกฎหมายกู้ภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อห้าปีก่อนได้สำเร็จ ในคลิปอรนารีอยู่ในพื้นที่ของโรงแรมช่วงเวลาไล่เลี่ยกับเหตุข้อมูลรั่ว และอาจเป็นหนึ่งในคนที่เห็นความผิดปกติบางอย่างในคืนนั้น สำหรับไคเรน เธอจึงเป็นพยานที่ควรคุยด้วยตัวเอง อย่างน้อยนั่นคือเหตุผลที่เขาใช้บินจากมาเก๊ามาถึงเชียงใหม่

“อยู่ข้างในครับนาย” ลูกน้องยื่นโทรศัพท์ให้ หน้าจอแสดงตำแหน่งที่เพิ่งได้รับการยืนยัน

ไคเรนกวาดตามองฝูงคนตรงหน้า “เอารถไว้ตรงนี้”

“แล้วเจ้านายจะเข้าไป?”

ชายหนุ่มหันมอง “มึงเห็นกูลงจากรถมาเพื่อยืนตากแดดเหรอ”

ลูกน้องเงียบไปทันที “แต่คนเยอะครับ ถ้าจะให้ทีมตามเข้าไป...”

“ไม่ต้อง”

ไคเรนมองผู้ชายตัวใหญ่ชุดดำห้าคนด้านหลัง แล้วมองกลับไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน “ถ้าพวกมึงเดินเข้าไปพร้อมกัน คนเขาไม่คิดว่ากูมาเล่นสงกรานต์หรอก เขานึกว่ากูมาทวงหนี้”

“ก็มีส่วนครับ”

ไคเรนเหลือบมอง “เมื่อกี้ใครพูด”

เงียบทั้งแถว…ดี! อย่างน้อยพวกมันก็ยังรักชีวิต

อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะกับพื้นที่ถูกเก็บไว้ในรถ เหลือลูกน้องติดตามเพียงสองคนเดินห่างๆ ส่วนไคเรนเดินนำเข้าไปเอง

เขาไม่ได้กลับมาเชียงใหม่ห้าปีแล้ว

และไม่ได้คิดถึงสถานที่แห่งนี้เลย จนกระทั่งทีมกฎหมายกู้คลิปวงจรปิดชุดเก่าขึ้นมาได้ ไคเรนเพิ่งเดินเข้าพื้นที่เล่นน้ำได้ไม่ถึงสามนาที

ซ่า!

น้ำเย็นพุ่งเข้าเต็มหน้า ชายหนุ่มหยุดเดิน เสียงรอบตัวเหมือนยังดังเท่าเดิม แต่ลูกน้องสองคนด้านหลังพร้อมใจกันหยุดหายใจ แว่นกันแดดราคาแพงมีน้ำไหลหยดลงมาตรงปลายกรอบ

ไคเรนค่อย ๆ ถอดมันออก แล้วมองหาต้นเหตุ เห็นเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งยืนถือปืนฉีดน้ำสีสดอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ตัวขาว ผมดำเปียกแนบหน้าผาก ดวงตาเล็กเรียวเหมือนไม้ขีด แก้มยุ้ยจนนึกว่าลูกซาลาเปา เสื้อยืดสีขาวเปียกไปครึ่งตัว ส่วนรองเท้าแตะข้างหนึ่งเกือบหลุดจากเท้า

เด็กน้อยมองเขา...ไคเรนก็มองเด็ก

ไม่มีใครพูดอยู่สองวินาที จากนั้นเจ้าตัวเล็กก็ยิ้มกว้าง “โดนแย้ว!”

ลูกน้องด้านหลังไคเรนก้มหน้าพร้อมกัน

ไคเรนหันขวับ “ขำอะไร”

“เปล่าครับนาย”

“ไหล่มึงสั่น”

“หนาวครับ”

แต่อากาศเชียงใหม่เดือนเมษายนเกือบสี่สิบองศา!

“อยากหนาวกว่านี้ไหม”

“ไม่ครับ”

ไคเรนหันกลับมา เด็กยังอยู่ที่เดิม แถมเดินเข้ามาหาโดยไม่มีความกลัวแม้แต่นิด “ลุงไม่มีปืนเหรอฮับ”

“ไม่มี”

“มาเย่นน้ำแต่ไม่มีปืนได้ไง”

“ฉันไม่ได้มาเล่นน้ำ”

เด็กชาย เหนือฟ้า ทำหน้าไม่เข้าใจ คนมาสงกรานต์แต่ไม่เล่นน้ำ สำหรับเด็กอายุสี่ขวบเจ็ดเดือนเป็นเรื่องไม่มีเหตุผล

เด็กชายก้มค้นถังพลาสติกข้างตัว ก่อนหยิบปืนฉีดน้ำอีกกระบอกขึ้นมาแล้วยื่นให้

“อะ ของเหนือมีสองอัน ให้ยืมฮับ”

ไคเรนมองปืนสีเขียวสะท้อนแสงในมือเด็ก จากนั้นมองหน้าลูกน้อง สองคนนั้นรีบหันไปมองทางอื่นทันที

“ไม่เอา”

“เอาไปก่อนฮับ”

“บอกว่าไม่...”

“เร็วฮับ! พวกพี่คนนั้นมาแย้ว!”

ไคเรนยังไม่ทันพูดจบ มือเล็กก็คว้ามือเขาแล้วลากออกไป ชายหนุ่มที่ผู้บริหารระดับสูงในมาเก๊ายังต้องนัดเวลาหากต้องการพบ กลับถูกเด็กไม่รู้จักดึงไปกลางถนนโดยไม่มีใครขออนุญาตสักคำ

“ลุงยิงคนนั้นเยย!”

“ฉันไม่...”

“ยิงฮับ!”

ไคเรนกดปืนฉีดน้ำออกไปหนึ่งครั้งแบบขอให้จบเรื่อง

เหนือหันมามองด้วยสีหน้าผิดหวัง “เบาจัง”

“นี่ก็ยิงแล้ว”

“ต้องยิงแยงๆ ฮับ ไม่งั้นแพ้”

“ฉันไม่ได้แข่ง”

ซ่า!

เด็กวัยรุ่นฝั่งตรงข้ามฉีดน้ำใส่เหนือฟ้า ไคเรนยกแขนบังให้โดยอัตโนมัติ ก่อนหันปืนในมือยิงสวนกลับเต็มแรงหลายครั้ง วัยรุ่นอีกฝั่งร้องลั่นแล้วถอยหนี

เหนืออ้าปากค้าง “โห!”

ไคเรนชะงัก “เมื่อกี้ใครบอกเบา”

“ลุงเก่งมากฮับ!” เด็กชายยิ้มจนตาหยี

ไม่ถึงสิบนาทีต่อมา ลูกน้องของไคเรนก็ต้องยืนมองเจ้านายตัวเองถือปืนฉีดน้ำสีเขียว เดินเติมน้ำให้เด็กอยู่ข้างถังพลาสติก ภาพนี้หากส่งกลับไปที่มาเก๊าคงมีคนคิดว่าเป็นภาพตัดต่อ

“ชื่ออะไรฮับ”

“ไคเรน”

“ไค...เยน?”

“ไคเรน”

“ลุงไคเยน”

“เรน”

“เยน”

ไคเรนเงียบไป “เอาที่สบายใจ”

เหนือพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนเริ่มคำถามต่อ “ลุงไคเยนทำงานอะไรฮับ”

“ทำธุรกิจ”

“มีเงินเยอะไหม”

ไคเรนหันมองทันที เด็กคนนี้ถามเรื่องเงินเร็วฉิบหาย “พอมี”

เหนือมองรถสีดำไกลๆ แล้วมองนาฬิกาบนข้อมือเขา “น่าจะเยอะนะฮับ”

“ดูเป็นด้วย?”

“รถสวย”

“อ้อ”

“บ้านใหญ่ไหมฮับ”

“ใหญ่”

“มีแฟนยังฮับ”

ไคเรนหยุดเติมน้ำ “ถามทำไม”

เหนือฟ้าทำหน้าใสซื่อ “ถามเฉยๆ”

“ไม่มี”

ดวงตาเด็กเป็นประกายขึ้นมาทันที ไคเรนเริ่มรู้สึกว่าคำถามพวกนี้มีอะไรแปลกๆ แต่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

“แล้วลุงชอบเด็กไหมฮับ”

“ไม่รู้”

“เหนือเป็นเด็กล่ะ”

“เห็นอยู่”

“ชอบเหนือไหม”

ไคเรนชะงักไปเล็กน้อย เขามองเด็กชายตัวขาวตรงหน้าอีกครั้ง ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าหน้าตาบางจุดคุ้นอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเวลาที่เด็กน้อยหรี่ตามองคนเหมือนกำลังจับผิด

“ก็ไม่ได้รำคาญ”

เหนือยิ้มทันที “แปวว่าชอบ”

“ฉันยังไม่ได้พูด”

“ไม่ยำคาญก็คือชอบฮับ”

ใครสอนตรรกะเด็กคนนี้วะ! ไคเรนกำลังจะเถียง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“เหนือ!”

เด็กชายหันขวับ “พ่อธีร์!”

จากที่เกาะอยู่ข้างไคเรนมาตลอด เหนือทิ้งเขาทันทีแล้ววิ่งไปหาผู้ชายอีกคน

ธีร์ เดินเข้ามาพร้อมถุงขนมกับน้ำดื่ม เขาย่อตัวลงเช็ดหน้าเช็ดผมให้เด็กอย่างคล่องมือ ก่อนยื่นของกินให้ “เล่นจนลืมกินอีกแล้วใช่ไหมเรา”

“เหนือไม่ลืมฮับ เหนือยังไม่หิว” พูดจบก็รับขนมทันที

ไคเรนมองภาพตรงหน้า...พ่อเด็กสินะ เขาควรจบความสนใจตั้งแต่ตรงนั้น ทว่าไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกขัดใจขึ้นมาเฉยๆ เมื่อกี้ยังลากเขาไปยิงน้ำอยู่เลย พอพ่อมาปุ๊บทิ้งกันทันที

เด็กนี่ใช้คนเสร็จแล้วทิ้งชัดๆ

“เหนือ!” คราวนี้เป็นเสียงผู้หญิง

ไคเรนหันไปตามเสียง หญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินฝ่าผู้คนเข้ามา เสื้อสีอ่อนของเธอเปียกน้ำเล็กน้อย ผมยาวถูกรวบไว้ด้านหลัง 

เขาจำได้ทันทีเพราะเธอคือผู้หญิงในคลิปที่เขาตามหา!

บทถัดไป