บทที่ 2 ตอนที่2 ผู้หญิงเมื่อห้าปีก่อน
อรนารีไม่เคยคิดว่าคนที่หายออกจากชีวิตไปกว่าห้าปี จะกลับมายืนตรงหน้าในวันที่ลูกชายกำลังถือขนมอยู่ข้างธีร์
และที่แย่กว่านั้นคือ...เหนือฟ้ายืนห่างจากผู้ชายคนนั้นไม่ถึงสามก้าว
หญิงสาวกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว ไคเรน เหลียง ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็ไม่มีทางจำหน้าผู้ชายที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปทั้งชีวิตไม่ได้
เขาเองก็มองเธอนิ่ง แว่นกันแดดถูกถืออยู่ในมือ เสื้อเชิ้ตสีดำเปียกน้ำช่วงไหล่กับหน้าอกเล็กน้อย ส่วนอีกมือถือปืนฉีดน้ำสีเขียวสดใสซึ่งไม่เข้ากับหน้าตาเจ้าของอย่างแรง
ถ้าไม่ติดว่ากำลังช็อกเธอคงหลุดขำไปแล้ว ผู้ชายที่ในความทรงจำดูอันตรายจนไม่กล้าเข้าใกล้ กำลังยืนถือปืนฉีดน้ำของเด็กอยู่กลางสงกรานต์
เหนือฟ้าเป็นคนทำลายความเงียบก่อน “แม่ฮับ!”
เด็กชายวิ่งมาหา ก่อนคว้ามืออรนารีแล้วชี้กลับไปทางไคเรนอย่างภูมิใจ “นี่ลุงไคเยนฮับ เหนือเพิ่งยู้จัก!”
อรนารีเกือบสำลัก เพิ่งรู้จักกัน แปลว่าสองคนนี้คุยกันไปแล้ว?
คุยอะไรกันบ้าง?
ไคเรนรู้อะไรหรือยัง?
คำถามเต็มหัว แต่เธอไม่กล้าแสดงออกมากเกินไป “เหรอจ๊ะ”
“ฮับ! ลุงไคเยนยิงน้ำเก่งมาก แต่ตอนแยกยิงเบามาก”
ไคเรนขมวดคิ้ว “ตอนแรก?”
เหนือหันไปมอง “ฮะ?”
“ตอนแรกยิงเบา”
“ก็เหมือนกันฮับ”
“ไม่เหมือน”
เด็กทำหน้างง
อรนารีมองสองคนสลับกันแล้วรู้สึกแปลกขึ้นมา นี่เพิ่งเจอกันจริงๆ ใช่ไหม ทำไมเถียงเหมือนรู้จักกันมาสิบปี!
ธีร์เดินเข้ามาใกล้ ก่อนมองชายแปลกหน้าที่เหนือเพิ่งลากเข้ามาในวง “รู้จักกันเหรอครับ”
คำถามนั้นไม่ได้ถามไคเรน แต่ถามอรนารี
เธอเงียบไปเสี้ยววินาที “เคยเจอกันค่ะ”
ไคเรนเลิกคิ้วนิดเดียว เคยเจอกัน? คำพูดธรรมดามากสำหรับคนสองคนที่เคยตื่นขึ้นมาบนเตียงเดียวกัน แต่เขาไม่ได้พูดอะไร
เหนือฟ้ากลับสนใจทันที “แม่ยู้จักลุงไคเยนเหยอฮับ”
“เคยรู้จัก”
“ตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะ”
เด็กนี่ถามเก่งเกินวัยจริงๆ
อรนารีลูบหัวลูกชาย “นานแล้วครับลูก”
เหนือพยักหน้ารับง่าย ๆ แล้วหันไปทางธีร์ “พ่อธีร์ นี่ลุงไคเยนฮับ ลุงรวยด้วย”
ไคเรนหันมองเด็กทันที
ธีร์หลุดหัวเราะ
อรนารีรีบดึงแขนลูกเบา ๆ “เหนือ”
“อะไรฮับ”
“ไปถามเขาแบบนั้นได้ยังไง”
“เหนือไม่ได้ถามเยื่องเงินอย่างเดียวสักหน่อย”
ไคเรนตอบเรียบๆ “จริง”
อรนารีหันมองเขา
“เขาถามบ้าน รถ งาน แล้วก็แฟนด้วย”
เหนือรีบเสริม “ลุงไม่มีแฟนฮับ”
“เหนือ!”
“อะไรอีกฮับ” เด็กชายทำหน้างงจริงๆ จนอรนารีไม่รู้จะเริ่มสอนตรงไหนก่อน
ไคเรนมองสองแม่ลูกอยู่เงียบ ๆ ก่อนเลื่อนสายตาไปหาเด็กอีกครั้ง เหนือหน้าตาน่ารัก ตัวขาว แก้มยุ้ย ละดูสนิทกับผู้ชายที่เด็กเรียกว่า ‘พ่อธีร์’ มาก ถึงขั้นปล่อยให้อีกฝ่ายเช็ดหน้าเช็ดผมให้โดยไม่ขัดสักคำ
คำว่าพ่อชัดพอแล้ว ไคเรนจึงไม่ได้คิดอะไรต่อ
อรนารีเห็นสายตานั้นและโล่งใจขึ้นมานิดเดียว
เขายังไม่รู้…
ถ้าไคเรนสงสัยเรื่องเหนือ สีหน้าคงไม่สงบนิ่งขนาดนี้ อย่างน้อยตอนนี้เธอยังมีเวลา
“คุณมาหาฉันเหรอคะ” อรนารีเป็นฝ่ายถาม
“ใช่” น้ำเสียงของไคเรนกลับมาเฉยชาเหมือนเดิม “มีเรื่องจากเมื่อห้าปีก่อนที่ผมต้องถามคุณ”
คำว่าเมื่อห้าปีก่อนทำให้เธอนิ่งไปเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องไหน แต่จากน้ำเสียงคงไม่ใช่เรื่องบนเตียงแน่
“เรื่องอะไรคะ”
“ตอนนี้คงไม่เหมาะ” ไคเรนมองรอบตัว ทั้งเสียงเพลง เสียงน้ำ และคนเดินผ่านไปมา “เอาไว้คุยกันที่อื่น”
“ถ้าเป็นเรื่องสำคัญ โทรมาก็ได้ค่ะ”
“ผมชอบคุยต่อหน้า”
อรนารีมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ “คุณยังตัดสินใจเร็วเหมือนคืนวันนั้นเลยนะคะ”
ไคเรนเงียบไปเล็กน้อย “คุณยังจำได้?”
“บางอย่างก็ลืมยากค่ะ”
สายตาของทั้งคู่สบกันเพียงชั่วครู่ ก่อนอรนารีจะเป็นฝ่ายหลบออกก่อน ธีร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลมองคนทั้งสองสลับกัน ทั้งคู่ดูเหมือนจะเคยรู้จักกันมาก่อน ทำให้ธีร์เริ่มมองคนทั้งคู่ต่างไปจากเดิม เคยเจอกัน งั้นเหรอ ถ้าแค่เคยเจอกันจริง ไม่น่าจะคุยกันด้วยน้ำเสียงแบบนี้
โดยเฉพาะผู้ชายที่ชื่อไคเรน ตั้งแต่เห็นอรนารีเดินเข้ามา ก็แทบไม่ละสายตาไปไหนเลย แต่ธีร์ไม่ได้ถามอะไรออกไป เพียงเก็บความสงสัยนั้นไว้เงียบๆ
ส่วนคนเดียวที่ไม่ได้สนใจบรรยากาศแปลกๆ ระหว่างผู้ใหญ่เลยคือเหนือ เด็กชายกินขนมไปได้สองคำก็เงยหน้าถาม
“ลุงไคเยน พรุ่งนี้มาเย่นน้ำอีกไหมฮับ”
“ไม่รู้”
“มาเถอะ เหนือมีปืนอีกอัน”
ไคเรนก้มมองปืนสีเขียวในมือตัวเอง “วันนี้ก็ยืมแล้ว”
“พรุ่งนี้ยืมอีกได้ฮับ”
เหตุผลของเด็กง่ายมาก แต่ไคเรนกลับไม่ได้ปฏิเสธทันที “พรุ่งนี้ฉันมีธุระ”
เหนือเอียงคอ “ธุระกับแม่เหยอฮับ”
ผู้ใหญ่ทั้งสามเงียบพร้อมกัน
เด็กชายมองไคเรนที มองแม่ที ก่อนพยักหน้าเอง “อ๋อ”
อรนารีหรี่ตามองลูกทันที “อ๋ออะไร”
“ไม่มีอะไรฮับ”
ยิ่งตอบแบบนี้ยิ่งไม่น่าไว้ใจ เหนือเปลี่ยนเป้าหมายไปมองรถเอสยูวีสีดำที่จอดอยู่ไม่ไกล “รถลุงคันนั้นใช่ไหมฮับ”
“ใช่”
“คนตรงนั้นก็คนของลุงเหยอ”
“ใช่”
“มีกี่คนฮับ”
ไคเรนเริ่มจับพิรุธได้ “ถามทำไม”
เหนือยิ้มใสซื่อ “ความยู้ฮับ”
ธีร์หลุดขำ ส่วนอรนารีได้แต่ถอนหายใจ เธอรู้ดีว่าลูกไม่ได้ถามเพราะอยากได้ความรู้อะไรนักหรอก เหนือคงกำลังคิดอะไรของตัวเองอีกตามเคย
และจากสายตาที่เด็กชายมองทั้งรถ นาฬิกา ไปจนถึงคนติดตามของไคเรน อรนารีก็พอเดาได้ว่า เรื่องนี้คงไม่จบแค่คำว่า “ถามเฉย ๆ” แน่ แต่ตอนนี้เธอไม่คิดจะเฉลยให้ใครฟัง โดยเฉพาะคนที่กำลังถูกถาม ถ้าวัดจากสิ่งที่เหนือฟเสนใจ ไคเรนน่าจะได้คะแนนไปไม่น้อย แต่เจ้าตัวยังไม่รู้เรื่องนั้นสักนิด
ไคเรนมองคนทั้งสามแล้วเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่ตกข้อมูลบางอย่างไป เขาไม่ชอบความรู้สึกนั้นเท่าไร ชายหนุ่มจึงตัดบทแล้วหันหาอรนารี
“พรุ่งนี้สิบโมง ผมจะไปหาคุณ”
“ที่ไหนคะ”
“ร้านบุญพร้อม”
อรนารีชะงักเล็กน้อย แต่ก็ไม่แปลกใจนักที่เขารู้ชื่อร้าน “ถ้าฉันว่างนะคะ”
“สิบโมง”
“ฉันยังไม่ได้บอกว่าว่างเลยนะ”
“เดี๋ยวก็ว่าง”
อรนารีมองเขาอย่างหมั่นไส้ “คุณนี่...”
“แล้วเจอกัน”
ไคเรนพูดเหมือนนัดเสร็จเรียบร้อย ก่อนหันไปหาเหนือ “ไปก่อนนะ”
เด็กชายโบกมือ “บ๊ายบายฮับ ลุงไคเยน! พรุ่งนี้เอาปืนมาคืนด้วยนะฮับ”
ไคเรนก้มมองมือตัวเอง เขายังถือปืนฉีดน้ำอยู่
ลูกน้องด้านหลังพร้อมใจกันหลบหน้า
“ใครขำ กูหักโบนัส”
สีหน้าทุกคนกลับมาเรียบในทันที
ไคเรนเดินกลับขึ้นรถทั้งที่เสื้อยังเปียกและมีปืนฉีดน้ำติดมือมาด้วย ทันทีที่ประตูปิด คนสนิทก็หันมาเตรียมรายงาน
“นายครับ เรื่องคลิปเมื่อห้าปีก่อน...”
“ธีร์เป็นใคร”
ลูกน้องหยุดทันที “เอ่อ...ให้หาข้อมูลเลยไหมครับ”
ไคเรนหันมอง “กูก็ไม่ได้ถามมึงเล่น ๆ”
“ครับนาย”
คนสนิทรีบก้มเปิดแท็บเล็ต ส่วนไคเรนมองออกไปนอกรถ เห็นอรนารียืนคุยกับธีร์อย่างคุ้นเคย ก่อนสายตาจะเลื่อนกลับมาที่ปืนฉีดน้ำในมือ วันนี้เขามาเชียงใหม่เพราะคดีเมื่อห้าปีก่อน แต่ข้อมูลแรกที่อยากรู้ กลับเป็นประวัติของผู้ชายที่เด็กคนนั้นเรียกว่า พ่อธีร์ ทั้งที่มันไม่เกี่ยวกับคดีเลยสักนิด!
