บทที่ 3 ตอนที่3 พ่อของเหนือมีหลายคน
สิบโมงเช้าของวันถัดมา ร้านบุญพร้อมก็วุ่นตั้งแต่เปิดประตู
ช่วงสงกรานต์ยังมีทั้งลูกค้าหน้าร้าน ออเดอร์ออนไลน์ และชุดทำบุญที่ต้องจัดส่ง อรนารียืนประจำหลังเคาน์เตอร์ รับโทรศัพท์สลับกับเช็กยอดในแท็บเล็ตแทบไม่ได้พัก ขณะที่พนักงานเดินขนของเข้าออกด้านหลังอย่างต่อเนื่อง
สายพิณรับหน้าที่ตรวจชุดสังฆทานกับของที่เพิ่งมาส่ง ส่วนเหนือยึดพื้นที่หน้าร้านเป็นของตัวเองตามเคย เด็กชายตัวน้อยตั้งตำแหน่งให้ตัวเองว่าเป็นพนักงานต้อนรับ แม้ไม่มีใครเคยแต่งตั้งก็ตาม ใครเข้าร้านก็ยกมือไหว้ ใครเป็นลูกค้าประจำก็จำได้เกือบหมด
โดยเฉพาะผู้ชายที่ถือของกินเข้ามา เหนือจำแม่นเป็นพิเศษ!
“น้องเหนือครับ” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกล่องขนมในมือ
เจ้าตัวเล็กที่กำลังนั่งระบายสีอยู่รีบเงยหน้าทันที ก่อนลุกพรวดด้วยสีหน้าดีใจ “พ่อมาแย้ว!”
ประโยคนั้นดังขึ้นในจังหวะเดียวกับที่ไคเรนก้าวผ่านประตูร้านเข้ามาพอดี ชายหนุ่มหยุดเท้า ลูกน้องที่ตามมาติด ๆ เกือบเดินชนแผ่นหลังกว้างเข้าเต็มแรง ดีที่เบรกตัวเองไว้ทัน
ปืนฉีดน้ำสีเขียวของเหนือเขาไม่ได้เอาติดมาด้วย
ไคเรนเพิ่งนึกได้ตอนลงจากรถว่ามันทิ้งอยู่ที่โรงแรม แต่เห็นว่าเป็นแค่ของเล่นเด็กกระบอกหนึ่ง จึงไม่ได้คิดจะย้อนกลับไปเอา
เอาไว้ค่อยคืนก็แล้วกัน
เขาไม่ได้สนใจคนด้านหลัง สายตายังคงอยู่ที่เด็กชายซึ่งวิ่งไปรับกล่องขนม จากผู้ชายแปลกหน้าด้วยความสนิทสนม เมื่อคืนเขาเพิ่งให้คนตรวจข้อมูลของธีร์ และรู้แล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้แต่งงานกับอรนารี ไคเรนยังไม่ได้คิดต่อว่าโครงสร้างครอบครัวบ้านนี้เป็นยังไง เพียงแต่คำว่า พ่อธีร์ ทำให้เขาเข้าใจไปก่อนว่าเป็นพ่อเด็ก
แต่เช้านี้...ดูเหมือนเด็กชายจะมีพ่อเพิ่มมาอีกคน
“ขอบคุณฮับพ่อ”
ไคเรนขมวดคิ้วทันที
อรนารีเห็นเขาแล้วเช่นกัน เธอพยักหน้าให้ ก่อนหันกลับไปคุยกับลูกค้าตรงหน้าเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ ผู้ชายที่เอาขนมมาฝากอยู่ไม่นานก็กลับ ไคเรนเดินมาได้ยังไม่ถึงเคาน์เตอร์ ชายอีกคนก็เข้าร้านมาพร้อมถุงไอศกรีม
เหนือหันไปเห็นก่อนใคร “พ่อไอติม!”
คราวนี้ไคเรนหยุดเองโดยไม่ต้องมีใครพูดอะไร ลูกน้องด้านหลังเห็นท่าไม่ดี จึงถอยระยะห่างออกไปอีกหน่อยโดยอัตโนมัติ
เหนือวิ่งไปรับไอศกรีมอย่างกระตือรือร้น แต่ยังไม่ลืมหันไปถามแม่ก่อนว่าจะกินได้ไหม เมื่อถูกสั่งให้เก็บไว้หลังมื้อกลางวัน เด็กชายก็ทำหน้าผิดหวังอยู่พักหนึ่ง ก่อนยอมเอาถุงไปฝากไว้ด้านหลัง
ไคเรนมองตามอยู่เงียบๆ ตอนเหนือเดินกลับมา เขาจึงถามอรนารีด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ลูกคุณมีพ่อกี่คน”
คนหลังเคาน์เตอร์หลุดขำทันที
อรนารีเองก็ต้องเม้มปากเล็กน้อยก่อนตอบ “ไม่แน่ใจค่ะ ต้องถามเจ้าตัว”
ไคเรนหันไปมองเหนือ เด็กชายเดินเข้ามาพอดี คำถามเรื่องพ่อจึงเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ และยิ่งถาม คำตอบก็ยิ่งทำให้คนฟังงงกว่าเดิม
ผู้ชายเมื่อครู่เป็นพ่อ
ธีร์ก็เป็นพ่อ
คนที่เอาไอศกรีมมาก็เป็นพ่อ
และจากท่าทางที่เหนือฟ้ากำลังนับนิ้วอยู่ ดูเหมือนจะยังมีอีก ไคเรนมองหน้าเด็กอยู่พักใหญ่ ก่อนหันไปมองแม่เด็กช้าๆ
อรนารีเห็นเขามองมาก็ขมวดคิ้ว “คุณกำลังสงสัยอะไรฉันอยู่หรือเปล่าคะ”
“ผมยังไม่ได้ถามอะไร”
“แต่คุณมองฉันมาสักพักแล้วค่ะ”
ไคเรนไม่ตอบ เพียงละสายตาไปทางอื่น
เหนือเห็นลุงคนใหม่ยังไม่เข้าใจ จึงช่วยอธิบายอย่างใจดี สำหรับเด็กชาย คำว่า พ่อ ไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น ผู้ชายคนไหนเข้ามาจีบแม่ ใจดี ซื้อขนมให้ ช่วยงานร้าน หรือทำคะแนนได้ดี ก็มีสิทธิ์ถูกเรียกพ่อทั้งนั้น
ไคเรนนิ่งไปพักหนึ่ง “งั้นพ่อธีร์ก็ไม่ใช่พ่อจริง?”
เหนือขมวดคิ้ว “พ่อธีร์ก็คือพ่อธีร์ฮับ”
“ฉันถามว่าเป็นพ่อจริงไหม”
“ก็เป็นพ่อธีร์ไงฮับ”
อรนารีหลุดหัวเราะออกมาในที่สุด
ชายหนุ่มหันไปมองทันที แต่เธอไม่คิดช่วย ไคเรนกำลังจริงจังกับการเถียงเด็กสี่ขวบเรื่องนิยามคำว่าพ่อ และภาพนั้นตลกเกินกว่าจะปล่อยผ่าน
เหนือฟ้ายังรีบแก้อายุให้ด้วยว่าตัวเองไม่ได้สี่ขวบเฉย ๆ แต่ สี่ขวบเจ็ดเดือน
ไคเรนพยักหน้ารับข้อมูลนั้นอย่างจริงจังเสียจนเด็กเองยังพอใจ แต่อรนารีกลับสังเกตเห็นอย่างหนึ่ง หลังจากรู้ว่าธีร์ไม่ใช่พ่อของเหนือจริง ๆ สีหน้าไคเรนดูผ่อนลงนิดหนึ่ง
“คุณดูอารมณ์ดีขึ้นนะคะ”
ไคเรนตอบทันทีว่าเธอคิดไปเอง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องถามเหนือว่าธีร์อยู่ในระดับไหน คราวนี้เด็กชายตาโต
“ลุงรู้ได้ไงว่ามีอันดับ!”
ไคเรนชะงัก เขาแค่ถามไปตามความรู้สึก ไม่คิดว่าจะมีการจัดอันดับจริง แล้วคำตอบก็ยิ่งทำให้อารมณ์ที่เพิ่งดีขึ้นกลับไปอยู่ที่เดิม
พ่อธีร์อยู่อันดับหนึ่ง!
อรนารีเห็นทุกอย่างชัดเจนจนต้องหันหน้าหนีอีกรอบ ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าอ่านเกมธุรกิจขาด ดูเหมือนจะอ่านอารมณ์ตัวเองไม่ออกอยู่เรื่องเดียว เธอจึงตัดบทก่อนที่ไคเรนจะสอบสวนระบบรับสมัครพ่อของลูกต่อ
ทั้งคู่ย้ายไปคุยกันด้านหลังร้าน ไคเรนเปิดแท็บเล็ตแล้วเลื่อนภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อห้าปีก่อนให้เธอดู
ภาพบนหน้าจอเป็นทางเดินฝั่งบริการของโรงแรม อรนารีต้องใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะนึกออกว่าอยู่ส่วนไหนของอาคาร ในภาพมีชายคนหนึ่งเดินผ่านช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่กล้องอีกตัวจับภาพเธอได้บนชั้นเดียวกัน ใบหน้าของเขาไม่ชัด แต่สายคล้องบัตรที่คอกลับทำให้เธอมองอยู่นานกว่าปกติ ก่อนส่ายหน้า
“ฉันจำหน้าไม่ได้ค่ะ”
ไคเรนไม่ได้เร่ง เพียงให้เธอลองดูรายละเอียดอื่นแทน หญิงสาวซูมภาพเข้าอีกเล็กน้อย สายตาหยุดอยู่ที่สายคล้องบัตรตรงคอของผู้ชายคนนั้น
“อันนี้ดูคุ้นค่ะ แต่ฉันยังนึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน”
น้ำเสียงของไคเรนกลับมาจริงจังเต็มที่ “ค่อย ๆ คิดก็ได้ นึกอะไรออกแล้วโทรหาผม”
อรนารีพยักหน้า จากนั้นเธอก็ถูกดึงกลับเข้าสู่ความวุ่นวายของร้านทันที โทรศัพท์ดัง ลูกค้าถามของ พนักงานเรียกเช็กออร์เดอร์ และแชตในมือถือเด้งไม่หยุด
ไคเรนนั่งอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ จนเห็นชัดว่าเธอยังไม่ได้แตะอาหารตั้งแต่เช้า แทนที่จะถามดี ๆ เขากลับพูดว่าคนที่บริหารร้านจนตัวเองไม่มีเวลากินข้าว ก็คงบริหารอย่างอื่นได้ลำบากเหมือนกัน
อรนารีหันมามองอย่างหมั่นไส้ “ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”
“ผมไม่ได้เป็นห่วง”
“ค่ะ”
ไคเรนยังไม่ทันสวน ลูกน้องก็เข้ามาบอกว่ามีสายจากมาเก๊า เขาจึงเดินออกไปคุยด้านนอก
เกือบครึ่งชั่วโมงต่อมา อาหารจากร้านดังถูกส่งเข้ามาหลายถุง จำนวนมากพอให้กินกันได้ทั้งร้าน อรนารีมองของบนโต๊ะ ก่อนหันไปหาไคเรนที่เพิ่งเดินกลับเข้ามา
ชายหนุ่มยืนยันหน้าตายว่าลูกน้องเป็นคนสั่ง และคงสั่งเกินเพราะหิว ลูกน้องที่ถูกโยนความผิดให้เงยหน้าขึ้นอย่างงงๆ แต่ทันทีที่สบตาเจ้านายก็รีบรับสมอ้าง
“ครับ ผมหิวมาก”
อรนารีแทบหลุดขำ เธอไม่ได้จับผิด เพียงกล่าวขอบคุณ ลูกน้องของเขา ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ไคเรนรู้ว่าเธอจับได้หมดแล้ว
ชายหนุ่มทำเป็นไม่สนใจ แล้วกลับไปเปิดเอกสารเหมือนเรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวกับตัวเอง
ไม่มีใครทันเห็นว่าอีกมุมหนึ่งของร้าน เหนือกำลังลากสมุดเล่มเล็กไปนั่งหลบอยู่หลังกล่องสังฆทาน เด็กชายเปิดหน้ารายชื่อผู้สมัคร ก่อนใช้ดินสอเขียนตัวอักษรโย้เย้เพิ่มลงไปอีกหนึ่งชื่อ
ลุงไคเยน
จากนั้นก็เริ่มประเมินอย่างจริงจัง
รถดี
มีลูกน้อง
น่าจะซื้อของเก่ง
เหนือมองรายชื่อใหม่อยู่พักหนึ่ง ก่อนวาดดาวเล็ก ๆ ไว้ด้านข้างด้วยความพอใจ ผู้สมัครคนนี้...ดูมีอนาคตอยู่เหมือนกัน
