บทที่ 5 ตอนที่5 ผู้ชายที่เธอเคยตามหา

หลังจากถามถึงเรื่องเมื่อคืนเมื่อห้าปีก่อน ไคเรนก็ไม่ได้รื้อฟื้นอะไรต่อ

เขาเก็บเอกสารกลับเข้าที่ รับสายจากมาเก๊าอีกสองครั้ง แล้วนั่งทำงานอยู่ในร้านบุญพร้อมต่อราวกับคำถามเมื่อครู่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของคดี

อรนารีเองก็ทำเหมือนไม่มีอะไร อย่างน้อยก็พยายามทำ

จนกระทั่งเกือบเย็น ไคเรนและพวกลูกน้องกลับออกไป ร้านจึงสงบขึ้น เหนือเพิ่งตื่นจากนอนกลางวัน เด็กชายเดินงัวเงียออกมาพร้อมผมชี้ไปคนละทาง ก่อนจะถามหาคนแรกทันที

“ลุงไคเยนไปไหนแย้วฮับ”

อรนารีหันมองลูก “กลับไปแล้วล่ะ”

เหนือฟ้าทำหน้าเสียดายอยู่สองวินาที ก่อนนึกเรื่องสำคัญกว่าได้ “แล้วปืนเหนือล่ะ”

“อยู่กับลุงเขา”

สีหน้าเด็กชายดีขึ้นทันที “งั้นลุงต้องมาอีก”

อรนารีมองลูกอย่างระแวง “ทำไม”

“ก็ต้องเอาปืนมาคืนไงฮับ”

เหตุผลฟังดูไม่มีอะไรเลย แต่ไม่รู้ทำไมคนเป็นแม่กลับรู้สึกว่าลูกชายวางแผนเก่งเกินอายุไปนิด

เหนือฟ้าวิ่งกลับไปหาสายพิณ ส่วนอรนารีเดินเข้าห้องเก็บของด้านหลังร้านเพื่อหากล่องเอกสารเก่า กล่องกระดาษใบหนึ่งถูกเก็บไว้บนชั้นบนสุดมาหลายปี

เธอดึงมันลงมา เป่าฝุ่นออก ก่อนเปิดฝา ข้างในมีทั้งเอกสารสมัยเรียน ใบรับรองฝึกงาน และซองจดหมายบางฉบับที่สีเริ่มซีด อรนารีหยิบมันขึ้นมา

ความทรงจำหลังจากเช้าวันนั้นค่อย ๆ ต่อกลับมาเอง

หลังออกจากโรงแรม อรนารีพยายามใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอกลับไปฝึกงาน ทำรายงาน และหลีกเลี่ยงการคิดถึงผู้ชายคนนั้นให้มากที่สุด

แต่ผ่านไปหลายวัน ความสงสัยกลับไม่จางหายไป สุดท้ายเธอจึงเริ่มถามรุ่นพี่ในแผนกแบบอ้อม ๆ ว่างานคืนนั้นมีนักลงทุนจากที่ไหนบ้าง คนไหนเป็นแขกสำคัญ และบริษัทไหนเดินทางมาจากต่างประเทศ พอได้รายชื่อมา เธอก็ค่อย ๆ ไล่ค้นทีละคน จนเจอชื่อหนึ่ง

ไคเรน เหลียง

แค่ค้นชื่อในอินเทอร์เน็ตไม่ถึงนาที ประวัติของเขาก็ขึ้นมาเต็มหน้าจอ อรนารีอ่านได้ไม่กี่บรรทัดก็พอเข้าใจแล้วว่า ผู้ชายคืนนั้นไม่ได้เป็นแค่นักลงทุนธรรมดา และโลกที่เขาอยู่ก็ต่างจากเด็กฝึกงานอย่างเธอแทบทุกอย่าง

ตอนแรกเคยคิดจะติดต่อไป ไม่ใช่เพราะคาดหวังความสัมพันธ์อะไร แค่อยากรู้ว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง และอย่างน้อยเรื่องคืนนั้นก็ควรมีคำพูดปิดกันสักหน่อย

แต่พอรู้ว่าเขาเป็นใคร ความคิดนั้นก็หายไปเอง

คืนเดียวก็คือคืนเดียว ควรกลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง อรนารีคิดว่ามันจบแล้ว จนเกือบสองเดือนต่อมา ประจำเดือนยังไม่มา ชุดตรวจครรภ์สองขีดทำให้อรนารีนั่งนิ่งอยู่ในห้องน้ำ นานจนสายพิณมาเคาะประตูถามว่าเป็นลมหรือยัง

ผลจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนอีกครั้ง

เธอตั้งครรภ์

ครั้งนั้นอรนารีคิดถึงไคเรนทันที ไม่ใช่เพราะอยากได้เงิน หรือคิดเรื่องแต่งงาน และไม่ได้หวังให้มหาเศรษฐีจากมาเก๊าบินมารับเธอไปใช้ชีวิตหรูหราอะไรทั้งนั้น เพียงคิดว่าเด็กคนนี้ควรมีพ่อ และพ่อก็ควรรู้ว่ากำลังจะมีลูก

การตามหาไคเรนจึงเริ่มขึ้นจริงจัง

หญิงสาวโทรไปที่บริษัทครั้งแรก ถูกให้ฝากเรื่องไว้ โทรอีกครั้ง ถูกโอนไปอีกฝ่าย ครั้งต่อมาเจ้าหน้าที่ถามว่ามีนัดกับคุณไคเรนหรือไม่

เมื่อไม่มีการติดต่อก็วนอยู่ตรงคำว่า จะประสานงานให้ค่ะ ไม่มีใครติดต่อกลับ อรนารีเปลี่ยนไปส่งอีเมล เธอไม่กล้าเขียนเรื่องตั้งครรภ์ลงไปตรง ๆ เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นคนเปิดอ่าน จึงบอกเพียงว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับคืนที่เชียงใหม่และต้องการคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว

อีเมลแรกเงียบ

ฉบับที่สองก็เงียบ

ท้ายที่สุดเธอถึงขั้นเขียนจดหมายส่งไปสำนักงานใหญ่ด้วยตัวเอง ผลก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีตอบอะไรกลับมา ความจริงที่เห็นมีเพียงอย่างเดียว

เธอติดต่อแล้ว

หลายครั้งด้วย

และเขาไม่เคยตอบ

เมื่อท้องโตขึ้น เธอก็เลิกพยายาม สายพิณรู้เรื่องหลังจากอรนารีปิดไม่ไหว ตอนแรกคนเป็นแม่เงียบอยู่นานเสียจนอรนารีเตรียมใจรับชุดใหญ่

แต่สุดท้ายกลับถามเพียง “จะเอายังไง”

“หนูจะเก็บลูกไว้ค่ะ”

สายพิณพยักหน้า “งั้นก็คลอด แล้วช่วยกันเลี้ยง”

หลังจากนั้นสองแม่ลูกก็ช่วยกันจริง ๆ สายพิณอยู่กับเธอตั้งแต่ฝากครรภ์ คลอดเหนือฟ้า ไปจนถึงวันที่อรนารีต้องกลับไปเรียนต่อให้จบ

ช่วงแรกเงินไม่ได้มีมาก อรนารีจึงเริ่มรับจัดชุดทำบุญเล็ก ๆ จากบ้าน รับทีละสิบชุด ยี่สิบชุด อาศัยลูกค้าบอกต่อกันไป

สิบกลายเป็นห้าสิบ ห้าสิบกลายเป็นร้อย สุดท้ายพื้นที่ในบ้านไม่พอ จึงขยับมาเปิดร้านเล็ก ๆ และกลายเป็น บุญพร้อม อย่างทุกวันนี้

เสียงหัวเราะของเหนือฟ้าจากหน้าร้านดึงอรนารีกลับมาปัจจุบัน เธอมองเอกสารในกล่องอีกครั้ง สำเนาอีเมลยังอยู่ จดหมายบางฉบับก็ยังเก็บไว้ หลักฐานว่าเมื่อห้าปีก่อน เธอเคยพยายามตามหาไคเรนจริงๆ

นิ้วเรียวหยุดอยู่บนซองจดหมายใบหนึ่ง ควรบอกเขาเรื่องเหนือฟ้าไหม? คำถามนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ตอนนี้อรนารีกลับมีคำตอบชัดกว่าเดิม

ยังไม่ใช่ตอนนี้

ไคเรนกลับมาเชียงใหม่เพราะคดี พอเรื่องทุกอย่างจบ เขาก็อาจกลับมาเก๊า แล้วชีวิตก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม เธอรับได้ เพราะอยู่โดยไม่มีเขามาเกือบห้าปีแล้ว แต่เหนือฟ้าไม่เหมือนเธอ ลูกชายอยากมีพ่อมากจนถึงขั้นตั้งระบบรับสมัครด้วยตัวเอง

ถ้าเด็กคนหนึ่งเพิ่งรู้ว่าพ่อแท้ ๆ ของตัวเองคือใคร ได้เรียก ได้ผูกพัน แล้ววันหนึ่งผู้ชายคนนั้นกลับหายไปอีก...อรนารีไม่คิดจะเสี่ยง

ถ้าไคเรนต้องรู้เรื่องเหนือฟ้า อย่างน้อยอรนารีก็อยากรู้ก่อนว่าเขาคิดจะทำยังไงต่อ หญิงสาวเก็บจดหมายทั้งหมดกลับลงกล่อง แล้วปิดฝา

อีกด้านหนึ่ง ไคเรนนั่งอยู่ในรถระหว่างทางกลับโรงแรม

ข้อมูลพื้นฐานของอรนารีถูกส่งเข้ามาในแท็บเล็ตแล้ว ชายหนุ่มอ่านผ่านเรื่องการศึกษา ร้านบุญพร้อม และข้อมูลครอบครัวอย่างรวดเร็ว จนมาหยุดอยู่ที่บรรทัดหนึ่ง

สถานภาพ: โสด

ประวัติการสมรส: ไม่มี

ไคเรนอ่านบรรทัดนั้นซ้ำอีกครั้ง ไม่เคยแต่งงาน ความจริงง่ายๆ เพียงไม่กี่คำ กลับทำให้เขาหยุดอยู่ตรงนั้นนานกว่าข้อมูลส่วนอื่น

เมื่อคืนเขารู้แล้วว่าธีร์ไม่ใช่สามีของเธอ วันนี้ก็รู้เพิ่มว่าอรนารีไม่เคยแต่งงานกับใครเลย ไคเรนปิดแฟ้มลง ก่อนวางแท็บเล็ตไว้ข้างตัว

แล้วไง? เธอจะแต่งหรือไม่แต่ง มีแฟนหรือไม่มี ก็เป็นเรื่องของเธอทั้งนั้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาสักนิด ชายหนุ่มเอนหลังพิงเบาะ สีหน้ายังคงเรียบเฉยเหมือนเดิม มีเพียงสายตาที่เผลอเหลือบกลับไปมองแท็บเล็ตอีกครั้ง ก่อนจะหันหนีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทว่าข้อมูลที่ระบุว่าเธอไม่เคยแต่งงานยังวนเวียนอยู่ในหัว จึงสั่งให้เฉินออกรถกลับโรงแรม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป