บทที่ 3 บทที่3 เสียงครางเขย่าขวัญ
ตู้หลิงจ้องมองหลงเว่ย ริมฝีปากสีแดงแย้มยิ้ม “อาหารมื้อดึกนี่ฉันเลี้ยงเอง ได้ยินมาว่าร้านนั้นหอยนางรมอร่อยมากเลยนะคะ”
หญิงสาววัยรุ่นที่ยืนอยู่ข้างๆ หัวเราะคิกคัก
“ตายจริง ตู้หลิงมีความหมายอื่นซ่อนอยู่รึเปล่า? ไม่รู้เลยเหรอว่ากินหอยนางรมสดมันบำรุงอะไร?
“เอ๊ะๆ หรือว่าอยากจะ...อยากจะให้เทพเว่ยสู้กับเธออีกรอบในคืนนี้?”
การชงและรับมุกนี้ ช่างสื่อความนัยได้อย่างถึงที่สุด
การแซวของเหล่าสาววัยรุ่น ทำให้ใบหน้าของตู้หลิงแดงก่ำ เธอจ้องมองใบหน้าคมของหลงเว่ย ดวงตาแพรวพราว “เรื่องนั้น...ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้นะ”
หลงเว่ยหัวเราะในลำคอ และค่อยๆ เลิกคิ้วขึ้นเหลือบมองตู้หลิง เขายังคงคาบบุหรี่เอาไว้ ริมฝีปากขยับแล้วพ่นควันออกมา ในม่านควันนั้น ดวงตาสีดำของชายหนุ่มดูดิ่งลึกและมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น
ตู้หลิงมองจนแทบจะขาดสติ
รูปลักษณ์ภายนอกของหลงเว่ยทำให้ผู้หญิงหลายคนหลงใหลอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อได้ดูเขาแข่งรถด้วย ก็ยิ่งถูกดึงดูดอย่างไม่อาจต้านทาน ความมั่นใจที่แน่วแน่บนสนามแข่งนั้นไม่มีใครเทียบได้ พละกำลังอันร้อนแรงและเย่อหยิ่ง ช่างเป็นการระเบิดฮอร์โมนอย่างแท้จริง
ตู้หลิงรู้สึกว่าผู้ชายควรเป็นแบบนี้
“ที่นั่นค่อนข้างไกลจากโรงแรมนะ”
หลงเว่ยเหลือบมองเธออีกครั้ง ตู้หลิงเหมือนรู้สึกเหมือนว่าเขาตอบรับ จึงขยับร่างกายเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอย่างห้ามไม่อยู่ ปลายนิ้วเล็บขูดไปบนชุดแข่งที่ทำจากหนัง
“งั้นก็ไปส่งฉันสิคะ” น้ำเสียงที่ออดอ้อนนั้นเบาหวิว ไม่รู้ว่าหมายถึงให้ไปส่งที่ร้าน หรือมีความหมายอื่นแฝง
หลงเว่ยเหลือบมองเธออย่างเฉยเมย “ไม่ได้” เขาดับบุหรี่ แล้วเหยียบเบรก “ฉันไม่ชอบกินของมั่วซั่ว”
มอเตอร์ไซค์พุ่งออกไปทันที ตู้หลิงเสียการทรงตัวจนเซไปมา เธอยืนอย่างกระสับกระส่าย แล้วเงยหน้ามองร่างของชายหนุ่มที่ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ไหล่ที่กว้าง เอวเล็กเพรียว และขาทั้งสองข้างที่ยาวแข็งแรง ให้ความรู้สึกดิบเถื่อนและแข็งแกร่งอย่างเต็มเปี่ยม
ตู้หลิงรู้สึกไม่พอใจแต่ไม่ยอมแพ้ “หลงเว่ย!”
ฟางเจ๋อหยู๋ขับมอเตอร์ไซค์มาจอดอย่างช้าๆ ตรงหน้าเธอ “เป็นยังไงบ้างน้องหลิง? ถ้างั้นให้ฉันเลี้ยงปิ้งย่างไหม?”
ตู้หลิงหันมามองเขาแวบหนึ่งแล้วพูดขึ้น “ไปให้พ้น!”
หญิงสาวหลายคนเดินจากไปอย่างหัวเสีย ฟางเจ๋อหยู๋มองตามพวกเธอแวบหนึ่งแล้วบ่น “ไม่ให้เกียรติกันเลยว่ะ”
มีคนพูดกับเขา “แกไม่ดูกระจกเลยเหรอวะว่าหน้าตัวเองเป็นไง คิดว่าคนเขาตามมาถึงที่นี่เพราะแกเหรอ?”
“หลงเว่ยนี่ก็จริงๆ เลย ผู้หญิงถึงขั้นตามมาขนาดนี้แล้วยังไม่สนใจอีก”
“จริง! อย่าว่าแต่ขึ้นเตียงเลย น้องตู้หลิงยังไม่ได้นั่งซ้อนท้ายรถของพี่เว่ยด้วยซ้ำ!”
“พวกแกจะรู้อะไร!” ฟางเจ๋อหยู๋สวมสายรัดหมวกกันน็อกพร้อมแค่นเสียง “พี่เว่ยไม่เคยพาสาวคนไหนซ้อนรถ การได้ซ้อนท้ายรถของเขาเนี่ย มันยากยิ่งกว่าการได้ขึ้นเตียงกับเขาอีก!”
ในที่สุด เสียงอึกทึกและเสียงหัวเราะก็ค่อยๆ จางหายไป
จนกระทั่งไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก ถันม่านจึงเดินไปที่หน้าต่างอีกครั้งและค่อยๆ เปิดผ้าม่านออก สนามแข่งไม่มีผู้คนหลงเหลืออยู่ แท่งไฟในถังขยะดับแสงสุดท้ายลงแล้ว เธอก้มลงมองพื้นถนนที่ยังหลงเหลือร่องรอยยางรถที่เด่นชัดและฝังลึก
ภาพที่ถันม่านจำได้ขึ้นใจ คือภาพของชายหนุ่มในชุดสีแดงขาวที่ขับรถพุ่งไปอย่างรวดเร็ว เขาแนบไปกับมอเตอร์ไซค์จนแทบจะขนานไปกับพื้น ร่างกายของเขาดูเหมือนดาบที่ถูกชักออกมาจากฝักอันคมกริบ...
ถันม่านกลับมานั่งบนเตียง เสียงเครื่องยนต์ที่ดังกึกก้องยังคงก้องอยู่ในหู จนเธอไม่อาจข่มตาหลับได้ ปลดล็อกโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอแสดงเวลาตีหนึ่งพอดี เธอถอนหายใจเบาๆ แล้วส่งข้อความหาผู้ช่วย
ถันม่าน: [แอร์ห้องฉันเสีย นอนไม่หลับเลย [ร้องไห้][ร้องไห้]]
เฉียวอวี้เป็นคนนอนดึกมาก ตอนนี้น่าจะยังไม่หลับ และก็เป็นไปตามคาด เพียงไม่กี่วินาทีก็ตอบกลับมา
[อ๋า? ทำไงดีล่ะ ดึกขนาดนี้แล้วจะให้ใครมาช่วยได้เนี่ย ไม่ก็...เธอมานอนห้องฉันสิ! ห้องฉันแอร์ยังดีอยู่นะ]
ถันม่าน ส่งสติกเกอร์ 'ตกลง' แล้วลุกขึ้นเริ่มเก็บของใช้
หญิงสาวไม่ได้นำอะไรมามากนัก เธอสวมเสื้อคลุมถักคอวีเพิ่มอีกตัว เพื่อปกปิดไหล่ที่เนียนเรียบและเนินอกขาวนวลเอาไว้ ในตอนนั้นโทรศัพท์สั่นอีกครั้ง
เฉียวอวี้: [ฉันอยากกินตีนไก่ตุ๋นพริกไทยกับเฟรนช์ฟราย แล้วก็โยเกิร์ตด้วย! อยู่ในกระเป๋าเดินทางนั่นแหละ เธอเอามาให้ฉันด้วยนะ]
ถันม่านหันกลับไปเปิดกระเป๋าเดินทางอีกครั้ง เธอหยิบของว่างออกมา แล้วมองดูชุดกี่เพ้าที่ต้องใส่ในวันพรุ่งนี้ เธอก็หยิบติดมือมาด้วย หลังจากออกจากห้องแล้วเดินไปตามทางเดิน เปิดโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความที่เฉียวอวี้ส่งมาอีกครั้ง
ห้องหมายเลข 211
แสงไฟสลัวๆ ส่องลงมาจากด้านบน พรมที่ปูอยู่บนพื้นทางเดินดูเหมือนผ้าห่มที่ถูกคลุมด้วยแสงที่เลือนราง
ถันม่านเดินมาจนสุดทางเดินจึงถึงห้องหมายเลข 211 เธอเงยหน้าขึ้นแล้วยกมือเคาะประตู
ไม่มีเสียงตอบกลับ
ถันม่านกำลังจะเคาะอีกครั้ง ทันใดนั้นก็มีเสียงครวญครางของผู้หญิงดังลอดออกมาจากในห้อง มือของเธอชะงักแข็งค้างไปชั่วขณะ ตกตะลึงอยู่หลายวินาที ก่อนจะเริ่มประมวลผลได้ว่า...นี่มันอะไรกันเนี่ย
เสียงนี้ดูเหมือนจะทั้งทนไม่ไหวและมีความสุขอย่างถึงขีดสุด...
ถันม่านเงยหน้ามองหมายเลขห้องด้วยความตกใจ
เธอเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเลขสุดท้ายที่ดูเหมือนเลข “1” แท้จริงแล้วคือเลข “7” ที่สีหลุดลอกไปส่วนหนึ่งต่างหาก
นี่มัน...
ห้อง 217 อย่างนั้นเหรอ!!
ถันม่านเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางหัว ขาของเธอแข็งทื่อจนก้าวไม่ออก เสียงครวญครางในห้องยังคงดำเนินต่อไป ทันใดนั้นก็มีเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายดังขึ้น “ใคร?” น้ำเสียงนั้นทุ้มลึกราวกับเสียงสายกีตาร์ที่ถูกดีดในโน้ตต่ำ
แผ่นหลังของถันม่านรู้สึกชาวาบ หัวใจเต้นแรง ในหัวของเธอปรากฏภาพใบหน้าผู้ชายที่ตรงกับเสียงนั้น
ผมทรงสั้นแต่เท่ สันจมูกโด่ง ใบหน้าด้านข้างหล่อเหลา ชายคนที่ขับมอเตอร์ไซค์อย่างดุดัน คาบบุหรี่ในปากแล้วเอ่ยปากอย่างเฉื่อยชา แต่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง...
ด้านหลังประตูมีเสียงฝีเท้าค่อยๆ เดินเข้ามา เสียงของผู้ชายนั้นแหบพร่าและแฝงความไม่พอใจ “ใคร?”
