บทที่ 7 บทที่7 ถูกลักพาตัว

เธอมองชุดชิวเซียงลวี่ ที่ถันม่านสวมอยู่ “ชุดที่คุณใส่สวยมากเลยค่ะ! ที่บ้านคงมีแบบอื่นๆ อีกเยอะเลยใช่ไหมคะ?”

“มีค่ะ” ถันม่านตอบ และหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “แต่ปีนี้คิวจองเต็มหมดแล้วค่ะ คุณอาจจะต้องรอหน่อย ซึ่งน่าจะนานพอสมควร”

เซี่ยเหยาอึ้งไป เธออยากจะถามถันม่านว่า พอจะลัดคิวให้ก่อนได้ไหมจะจ่ายเพิ่มก็ได้ แต่พอคิดไปคิดมาแล้ว ราคาเริ่มต้นของชุดหนึ่งก็ปาเข้าไป 1,000 ดอลลาร์แล้ว ลูกค้ารายอื่นๆ ก็คงเป็นคนที่มีเงินไม่น้อยเหมือนกัน...

เธอจึงตอบตกลงอย่างร่าเริง “ไม่มีปัญหาเลยค่ะ!”

ถันม่านหันไปบอกเฉียวอวี้ให้นำ iPad มาให้เซี่ยเหยา ดาราสาวเปิดดูอัลบั้มที่มีชุดกี่เพ้ามากมายหลายแบบ แล้วก็อุทานเบาๆ

“โอ้โห! ชุดกี่เพ้าแต่ละแบบมีชื่อด้วย! ชิงหลาน, เยว่ซ่าง, ฉิงเหมย, สุ่ยหยุนเซิน...ว้าว ดูดีและสง่างามมากๆ เลย!”

ถันม่านยิ้มบางๆ “ชุดกี่เพ้าเหมือนหยก แต่ละชุดมีบุคลิกและเสน่ห์เป็นของตัวเอง เหมือนกับคนค่ะ”

เซี่ยเหยาเงยหน้าขึ้นมองถันม่านที่นั่งอยู่ตรงกลางโซฟา เวลานั่งลงก็ไม่ได้ทำท่าทางที่ดูเชยๆ เหมือนคนอื่น แต่ดูเป็นธรรมชาติมาก ถังม่านจะสะบัดชายกระโปรงด้านหลังเบาๆ ก่อนจะนั่งลง ท่าทางนั้นดูสวยและสง่างามจริงๆ

เซี่ยเหยาเข้าใจความหมายของประโยคนั้นทันที ชุดกี่เพ้าเปรียบเสมือนหยก สตรีผู้เป็นสาวงามก็เปรียบเสมือนหยก

ที่แท้แล้วชุดกี่เพ้าไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่เป็นอุปนิสัยที่ฉายออกมาจากร่างกาย...

เซี่ยเหยาหันไปพูดกับผู้จัดการส่วนตัว “พี่กัวจั่ว ช่วยบอกกองถ่ายให้จองห้องพักให้เหล่านักแสดง และทีมงานของอาจารย์ถันข้างห้องฉันเลยนะคะ ช่วงไม่กี่วันนี้ฉันอยากจะเรียนรู้มารยาทบางอย่าง รวมถึงท่วงท่าที่เหมาะกับการใส่ชุดกี่เพ้าค่ะ”

ผู้จัดการส่วนตัวตอบตกลงทันที โดยไม่ให้ถันม่านมีโอกาสปฏิเสธ พวกเขาสั่งให้คนขนสัมภาระของเธอไปห้องข้างๆ ห้องนั้นมีห้องนอนสองห้อง ห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งอย่างดี และมีหน้าต่างกระจกตั้งแต่พื้นจรดเพดาน

เมื่อเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ ถันม่านก็เลื่อนผ้าม่านออกด้วยความรู้สึกที่คาดไม่ถึง ไม่รู้ทำไมเธอถึงนึกถึงภาพที่เห็นจากหน้าต่างเมื่อคืน  บรรยากาศที่วุ่นวาย มอเตอร์ไซค์ที่พุ่งไปอย่างรวดเร็ว แสงไฟสีแดงจากบุหรี่ที่ปลายเล็บของชายหนุ่ม และกลุ่มควันที่หนาทึบที่ลอยอยู่ด้านหลัง ท่าทางที่ดูสบายๆ และไม่อาจยับยั้งได้...

        ถันม่านกระพริบตาถี่ๆ เพื่อลืมภาพอดีต หันไปมองเซี่ยเหยา ที่กำลังเดินออกจากโรงแรมเพื่อเริ่มงาน นักแสดงสาวสวมผ้าพันคอทับชุดกี่เพ้า โดยมีผู้ช่วยถือร่มและบอดี้การ์ดอยู่ข้างๆ

เฉียวอวี้พูดขึ้น “โอ้” ด้วยความประหลาดใจ “มีคนติดตามมากขนาดนี้เลยเหรอ…อ๋อ นึกออกแล้ว เคยมีข่าวที่ติดเทรนด์อยู่ช่วงหนึ่งว่า ตอนที่เซี่ยเหยาไปโปรโมทภาพยนตร์ มีผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งจู่ๆ ก็วิ่งขึ้นไปบนเวทีแล้วกอดเธอเพื่อขอแต่งงาน ทำให้เซี่ยเหยาตกใจมาก ผู้ชายคนนั้นดูเหมือนจะยังตามรังควานเธออยู่ ดังนั้นตอนนี้การรักษาความปลอดภัยจึงเข้มงวดมากขึ้น...”

ถันม่านเพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก และจินตนาการได้ว่ามันน่ากลัวแค่ไหน “นี่มันแฟนคลับโรคจิตชัดๆ เลย!”

เฉียวอวี้ส่ายหัว “แฟนคลับอะไรกัน ฉันว่านั่นมันไอ้โรคจิตน่ารังเกียจมากกว่า”

ทั้งสองคนพูดคุยเรื่องซุบซิบกันไปสักพัก แล้วก็เริ่มแกะกระเป๋าเดินทางเพื่อจัดของ

หลังจากมาถึงได้ไม่นาน ถันม่านก็อยากดื่มชานมเรียกได้ว่าติดมาก จำได้ว่าตอนเข้ามาในโรงแรม เห็นร้านชานมอยู่ฝั่งตรงข้าม จึงพูดกับเฉียวอวี้

“ฉันจะลงไปซื้อชานมสักหน่อย เธออยากดื่มอะไรไหม?”

“ฉันอยากได้ชาองุ่น! ขอเพิ่มครีมชีสด้วยนะ!”

ถันม่านสวมหน้ากากอนามัย และใช้โทรศัพท์ดูเมนูขณะเดินลงมาที่ชั้นล่าง อาจเพราะเป็นพื้นที่ห่างไกล จึงมีลูกค้าไม่มากนัก เมื่อเธอเดินเข้าไป มีเพียงชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ เขากำลังยื่นมือไปหยิบเครื่องดื่ม และรอยสักรูปมอเตอร์ไซค์หลากสีสันบนแขนของเขานั้นสะดุดตามาก

เมื่อหันกลับมามองถันม่าน เขาก็ตกตะลึง “อ้าว...คุณ นางฟ้าคนนั้นนี่”

ถันม่านก็อึ้งไปเช่นกัน เธอก้มหน้าลงทันทีเพื่อหลบเขา ฟางเจ๋อหยู๋กะพริบตาอย่างงงๆ แล้วยกมือขึ้นลูบหน้าผากพร้อมกับหยิบชานมออกไป

นอกร้าน ฝั่งตรงข้ามถนนมีมอเตอร์ไซค์สองคันจอดอยู่ ชายหนุ่มที่สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำนั่งอยู่ข้างรถ ขาทั้งสองข้างแยกออกจากกัน ดูมีมาดมาก

ฟางเจ๋อหยู๋วิ่งเข้าไป “พี่เว่ยๆ! พี่ทายสิว่าผมเจอใครมา!”

หลงเว่ยเหลือบมองอย่างเฉยเมย เขาไม่จำเป็นต้องเดา เพราะคำตอบมาหาเขาเองแล้ว ถันม่านที่สวมชุดชิวเซียงลวี่เปิดประตู แล้วเดินออกมาจากร้านอย่างช้าๆ สวยงามราวกับภาพวาด

ต่างจากชุดกี่เพ้าหลายแบบที่ผ่าสูงเพื่อเผยให้เห็นความเซ็กซี่ ชุดกี่เพ้าของถันม่านนั้นผ่าแค่ต่ำกว่าหัวเข่าเท่านั้น เมื่อเห็นเธอแล้ว หลงเว่ยก็เข้าใจทันที ว่าผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเผยเรือนร่างมากถึงจะสวย การผ่าชุดที่ต่ำลงมา ทำให้ต้นขาของเธอถูกชุดกี่เพ้าห่อหุ้มไว้ รูปร่างจึงดูเพรียวบางยิ่งขึ้น ดูเหมือนจะปกปิดแต่ความจริงแล้ว ก็ยังคงสวยงามจนไม่อาจซ่อนไว้ได้

สายตาของหลงเว่ยหยุดอยู่ที่เธอ แล้วหันไปถามฟางเจ๋อหยู๋ “เมื่อกี้เธอเห็นแกเหรอ?”

“เห็นครับ! ไม่รู้ทำไมพอเจอผมแล้วทำเหมือนเจอผีเลย ผมทักทายเธอก็ไม่สนใจ หันหลังกลับแล้วเดินหนีไปเลย”

หลงเว่ยเลียริมฝีปากแล้วก้มหน้าลงหัวเราะเบาๆ ไม่ได้กลัวที่จะเห็นฟางเจ๋อหยู๋หรอก แต่กลัวที่จะเห็นเขาต่างหาก

ถึงขั้นวิ่งหนีจนไม่สนแม้แต่จะเอาที่คาดหน้าอกกลับไป...

เมื่อมองอีกครั้ง หลงเว่ยก็เห็นรถเก๋งสีเทาคันหนึ่งจอดอยู่ข้างหน้าถันม่าน ร่างของเธอถูกรถบดบังไว้มิด เพียงชั่วครู่รถคันนั้นก็ขับออกไปอย่างรวดเร็ว

หญิงสาวในชุดกี่เพ้าหายไปแล้ว แก้วชานมคว่ำอยู่ตรงที่เธอเคยยืนอยู่ ครีมชีสสีขาวไหลเป็นทางยาวบนถนน บรรยากาศดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

“เชี่ย!” ฟางเจ๋อหยู๋ร้องออกมาด้วยความตกใจ เขายังไม่แน่ใจนัก “เมื่อกี้...ผู้หญิงคนนั้นถูกลากขึ้นรถไปเหรอ?! เชี่ยแล้ว พวกมันลักพาตัวผู้หญิงไปเหรอวะ! ไม่น่าใช่...ไม่น่าใช่...พี่เว่ยว่าไงครับ จะไม่ใช่ฝีมือน้องตู้หลิงที่อยู่เบื้องหลังใช่ไหม? วันนี้เธอมาที่หน้าห้องผมด้วย…พี่เว่ย!”

ฟางเจ๋อหยู๋ยังพูดไม่จบ ก็เห็นหลงเว่ยขึ้นรถแล้วบิดคันเร่งอย่างรุนแรง มอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่สีเทาเงิน ส่งเสียงคำรามดังสนั่น และพุ่งออกไปเหมือนสัตว์ร้ายที่ดุร้าย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป