บทที่ 8 บทที่8 ช่วยสาวงาม

ถันม่านถูกปิดปากและลากขึ้นรถ สมองของเธอว่างเปล่าไปชั่วขณะ ถูกโยนไปที่เบาะหลังพร้อมกับชายแปลกหน้าสองคน พวกเขาเหยียบคันเร่งอย่างบ้าคลั่ง พาขับไปในทิศทางตรงกันข้ามกับโรงแรม จนกระทั่งชายที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับหันกลับมาเห็นใบหน้าของถันม่านที่อยู่ภายใต้หน้ากากอนามัย เขาก็ตบไหล่คนขับอย่างรวดเร็ว

“ไอ้เหมา ไอ้เหมา! นี่ไม่ใช่!”

ชายคนขับมองผ่านกระจกรถ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเช่นกัน “เชี่ย! มึงตาบอดหรือไงวะ จับคนผิดแล้ว! นี่มันไม่ใช่เหยาเหยา!”

“ก็มึงบอกเองว่าผู้หญิงที่ใส่ชุดกี่เพ้า! แล้วตอนนี้ใครๆ แม่งก็ใส่หน้ากากกันหมด กูจะไปแยกออกได้ไงวะ!”

“แม่งเอ๊ย! มึงนี่มันไร้ประโยชน์จริงๆ!”

ถันม่านที่นั่งอยู่ด้านหลังเข้าใจแล้วว่า สองคนนี้คงเป็นผู้ชายโรคจิตที่คอยตามรังควานเซี่ยเหยาอยู่ ก่อนที่จะมาถึงกองถ่าย นอกจากเซี่ยเหยาแล้วก็ไม่มีใครอื่นที่ใส่ชุดกี่เพ้าเลย เธอและเซี่ยเหยาไว้ผมยาวถึงกลางหลัง และในช่วงที่มีโรคระบาด ทุกคนต่างก็สวมหน้ากากอนามัย ทำให้ถันม่านโชคร้ายถูกจับผิดคน...

หลังจากได้สติแล้ว ถันม่านก็ไม่ได้ส่งเสียงอะไร เธอยื่นมือไปที่ประตูรถช้าๆ เพื่อลองดึงดูแต่ประตูถูกล็อค หน้าต่างด้านหลังถูกบังไว้จนมองไม่เห็นอะไร จึงทำได้เพียงมองสถานการณ์ข้างนอกผ่านกระจกหน้ารถเท่านั้น พวกเขาขับเร็วมาก บริเวณรอบข้างนั้นว่างเปล่าและห่างไกลออกไปเรื่อยๆ แม้กระทั่งถนนบางสายก็กลายเป็นถนนลูกรังไปแล้ว

ถันม่านไม่พูดอะไร เธอก้มลงเก็บโทรศัพท์ที่อยู่ใต้เท้าขึ้นมาอย่างเงียบๆ ชายสองคนที่กำลังเถียงกันอยู่ด้านหน้าก็เงียบลงทันที แล้วมองไปที่กระจกมองหลังพร้อมกัน

ถันม่านเพิ่งถอดหน้ากากออก ทำให้พวกเขาดูเหมือนจะค้นพบเรื่องที่น่าตกใจ ทั้งสองคนสบตากันแล้วแลกเปลี่ยนสายตากันอย่างมีนัยยะ หัวใจของถันม่านเต้นรัวสัญชาตญาณสั่งให้ระวังตัวมากขึ้น ถึงแม้จะจับคนผิด แต่คนพวกนี้ดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ แน่

เธอกัดฟันแล้วรีบปลดล็อกโทรศัพท์เพื่อกดโทร “110”

ยังไม่ทันที่จะทำสำเร็จ ชายที่นั่งเบาะข้างคนขับ ก็โฉบเข้ามาคว้าโทรศัพท์ของเธอไปอย่างวดเร็ว “สาวน้อย คิดจะโทรเรียกตำรวจเหรอ” 

ในระหว่างนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังสนั่นจากนอกรถ และมีชายอีกหลายคนตะโกนด่าทอ

ตัวรถสั่นอย่างรุนแรง ถันม่านเสียการทรงตัวแล้วกระแทกเข้ากับประตูรถอย่างแรง ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นจนกลบเสียงอื่นจนหมด เสียงคำรามของเครื่องยนต์พุ่งจากข้างหลังมาข้างหน้าภายในเสี้ยววินาที ถันม่านได้ยินเสียงคนขับร้องตะโกนแล้วเบรกกะทันหัน

“เชี่ย!”

ยางรถเสียดสีกับพื้นถนนจนเกิดเสียงดังแสบแก้วหู ถันม่านดิ้นรนลุกขึ้นนั่ง เมื่อเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า หัวใจของเธอก็เต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกดีใจและตื่นเต้นอย่างประหลาด

มอเตอร์ไซค์สีเทาเงินคันหนึ่งเบรกกะทันหัน จนเกือบชิดกับรถของพวกเขา และจอดขวางอยู่กลางถนน ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนรถยกมือขึ้นเปิดหน้ากากกันลมออก เผยให้เห็นดวงตาสีดำที่ดูลึกล้ำ สายตาที่เฉียบคมนั้นแฝงไปด้วยความเย็นชา

เขาไม่พูดอะไร ใช้ไฟหน้ารถส่องไปที่ชายสองคนที่อยู่เบาะหน้าอย่างยั่วยุ คนขับรถตกใจจนลืมตาไม่ขึ้น เขาหันกลับมาส่ายหน้าอย่างหัวเสียแล้วตะโกนใส่ถันม่าน

“นี่มันอะไรวะ! ไอ้เวรนี่แฟนเธอเหรอ มันเป็นตำรวจหรือเปล่า!” ยังไม่ทันที่ถันม่านจะตอบ เขาก็หันไปตะโกนใส่กระจกหน้ารถอย่างดุดัน “หลีกไป! ไปให้พ้น! เชื่อไหมว่ากูจะชนมึงให้ตายห่าไปเลย!”

หลงเว่ยหัวเราะอย่างเย็นชา ทิ้งแว่นกันลมลงอย่างไม่แยแส แล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ มอเตอร์ไซค์พุ่งเข้าชนหน้ารถของพวกเขา ด้วยความเร็วที่ไม่ลดลง หัวรถขนาดใหญ่พุ่งไปด้านหน้า เหมือนมีดที่แหลมคมพุ่งเข้าใส่กระจกรถ เสียง “ปัง” ดังขึ้น กระจกหน้ารถแตกเป็นเสี่ยง

หลงเว่ยขับรถขึ้นไปบนหลังคารถของพวกเขา รถยนตร์กลายเป็นเหมือนของเล่นที่ถูกบดขยี้จนเสียรูปทรง มันสั่นอย่างรุนแรง ถันม่านก้มตัวลงเอาแขนกอดศีรษะไว้พร้อมกับกรีดร้องอย่างตกใจ แต่เธอไม่ได้ยินเสียงของตัวเองเลย เพราะเสียงกรีดร้องของชายสองคนที่อยู่ข้างหน้าดังกว่าหลายเท่า

หลงเว่ยกระโดดลงจากมอเตอร์ไซค์ ใช้ข้อศอกทุบกระจกรถจนแตกละเอียด แล้วยื่นตัวเข้าไปเปิดประตูรถ เขาอุ้มถันม่านในท่าอุ้มเจ้าสาวออกมา แล้วเปลี่ยนไปเป็นอุ้มพาดบ่าแทน ชุดกี่เพ้าของเธอถูกยกขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ เผยให้เห็นต้นขาขาวนวลที่อยู่แนบชิดกับหน้าอกของเขา

ถันม่านก้มหน้าลงร้องอุทานออกมา เธอพยายามจะดึงชายกระโปรงลงมาปิด แต่กลับยื่นมือไปสัมผัสถูกกล้ามเนื้อหน้าอกที่แข็งแรงของเขา...

หลงเว่ยดึงเสื้อแจ็คเก็ตมาช่วยปิดขาให้เธอ แต่เมื่อมือสัมผัสโดนขาของหญิงสาว ความนุ่มนวลนั้นทำให้เขาเกือบจะปล่อยเธอหลุดมือ ฝ่ามือของเขาตึงเครียด โอบรัดร่างที่พาดอยู่บนไหล่ให้แน่นขึ้นอีกนิด ด้านหลังของเขารู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มที่แนบชิดอยู่...

ชายที่นั่งเบาะข้างคนขับเปิดประตูรถแล้วเดินออกมาพร้อมกับประแจ หลงเว่ยที่สายตาและมือทำงานประสานกันอย่างรวดเร็วก็ใช้ขาเตะจนชายคนนั้นล้มลง ในรถปั่นป่วนวุ่นวายไปหมด หลงเว่ยวางถันม่านบนมอเตอร์ไซค์ แล้วเขาหมุนตัวมานั่งข้างหน้า บิดคันเร่งออกไปทันที

เสียงลมดังหวีดหวิวข้างหู ผมของถันม่านปลิวสยายไปตามลม เธอยังได้กลิ่นดินโคลนในอากาศ การนั่งบนมอเตอร์ไซค์ที่พุ่งทะยานไปข้างหน้า ทำให้ได้สัมผัสกับความเร็วอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก มือทั้งสองข้างของเธอจึงจับไหล่ของเขาไว้แน่นอย่างไม่รู้ตัว

ฝ่ามือของหญิงสาวสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง นอกจากความเร็วของลมแล้ว ยังมีอุณหภูมิจากร่างกายของชายหนุ่มที่อยู่ข้างหน้า มันช่างแข็งแรงและอบอุ่น เต็มไปด้วยความรู้สึกปลอดภัยที่ไม่อาจอธิบายได้...

มอเตอร์ไซค์กระแทกสองครั้ง ปลายนิ้วที่เรียวเล็กและขาวนวลของถันม่าน ก็ยิ่งกำไหล่ของเขาแน่นขึ้นไปอีก ความเร็วของรถค่อยๆ ช้าลง หลงเว่ยถอดถุงมือออก มือที่สวมถุงมือหนังเปลี่ยนมาเป็นกำหมัด แล้วยื่นฝ่ามือไปข้างหน้า

ถันม่านกระพริบตา มองเขาค่อยๆ คลายมือออก กลีบดอกไม้สีเหลืองเล็กๆ ลอยออกมาจากมือ ในขณะนั้นก็มีผีเสื้อสีเหลืองตัวหนึ่งบินขึ้นไปอยู่เหนือศีรษะของเธอ แล้วเกาะลงบนไหล่ กลีบดอกไม้ไร้น้ำหนัก แต่หัวใจของถันม่านกลับเต้นระรัวอย่างเงียบๆ เธอปัดกลีบดอกไม้ที่อยู่บนเปลือกตาออก เมื่อเงยหน้าขึ้นมองไปข้างหน้าก็กลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป