บทที่ 1 ไม่เจอกันนานเลย
ไม่เจอกันนานเลย
ร่างเล็กค่อยๆ เดินเข้าไปภายในบ้านเมื่อได้ยินเสียงคนพูดคุยกันดังออกมาจากข้างในบ้านอย่างสนุกสนาน นี่ทุกคนคงมาครบกันแล้วสินะ พู่กันยิ้มสดใสเมื่อก้มมองของขวัญที่เธอเตรียมมาให้กับพี่ชายฝาแฝดของเธออย่างพี่สีไม้และสีคราม วันนี้พี่ชายของเธออายุครบยี่สิบสองปีแล้ว อีกไม่นานก็จะเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วเพราะทั้งสองคนอยู่ปีสี่กันแล้วน่ะสิ
แต่เนื่องจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่พวกเธอสามคนพี่น้องเรียนอยู่นั้นมีหลักสูตรสี่ปีและห้าปี ซึ่งเธอกับพี่ๆ เลือกเรียนหลักสูตรห้าปีทำให้พี่ชายเธอต้องเรียนไปอีกเกือบสองปีถึงจะจบหลักสูตร แต่วันเวลามันมักจะผ่านไปเร็วเสมอไม่ใช่เหรอ ขนาดเธอเองเผลอแป๊บเดียวยังอยู่ปีสองแล้วเลย
และใช่เธอเรียนอยู่ปีสองแล้วตอนนี้ อายุห่างจากพี่ๆ สองปี เรียกได้ว่าเป็นน้องเล็กที่ถูกพี่ชายแกล้งมาตั้งแต่เด็กๆ และเธอก็พึ่งมารู้ทีหลังว่าที่ทั้งสองคนชอบแกล้งเธอก็เพราะชอบเวลาเธอทำแก้มป่องและมองแรงใส่ ส่วนตอนนี้กลายเป็นพี่ชายที่หวงน้องสาวแต่ก็ยังคงขี้แกล้งและกวนประสาทเธอเหมือนเดิม
นับวันเธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองโตขึ้น ส่วนพี่ชายกลับดูเหมือนจะไม่ยอมโตขึ้นเลย โดยเฉพาะพี่สีไม้ที่ชอบทำตัวเป็นเด็กๆ และกวนประสาทเป็นที่สุด ดีหน่อยที่พี่สีครามมีความสุขุมและมีเหตุผลเหมือนผู้เป็นพ่อ แต่ก็มีความชอบแหย่ชอบกวนบ้างเป็นบางครั้งเพราะงั้นหากต้องเลือกอยู่กับพี่ชายสักคน เธอขอเลือกอยู่กับพี่ครามดีกว่าเพราะเธอคิดว่าชีวิตเธอน่าจะสงบกว่าอยู่กับพี่ไม้ แต่ถ้าถามว่าเธอรักใครมากกว่าก็บอกตรงนี้เลยว่าเธอรักพี่ชายทั้งสองคนเท่าๆ กัน
คิดแล้วก็ทำเธอยิ้มขำกับนิสัยอันแตกต่างกันสุดขั้วของพี่ชายฝาแฝด เพราะนอกจากหน้าตาที่เหมือนกันมากๆ แล้วก็ไม่มีส่วนไหนที่เหมือนกันอีกเลย ทั้งความชอบและนิสัย ไม่เหมือนกันเลย จะมีแค่เรื่องเรียนที่ทั้งสองคนเลือกเรียนเหมือนกันเพราะมีผู้เป็นพ่อเป็นต้นแบบในการเรียนสถาปัตย์ ซึ่งเธอก็เลือกเรียนคณะนี้เหมือนกันแต่เรียนกันคนละสาขาเท่านั้นเอง
“เฮ้ย! ไอ้ดลมึงมานั่งตรงนี้ดิ ตรงนั้นให้ไอ้ปาร์คมันนั่งไป” เสียงของสีครามทำเอาพู่กันที่กำลังเดินเข้าไปหาทุกคนด้วยรอยยิ้มสดใสค่อยๆ หุบยิ้มลงเพราะไม่คิดว่าคนที่เธอพยายามหลบหน้ามาหลายปีจะมางานวันเกิดพี่ชายเธอที่บ้านในวันนี้ด้วย
ปกติพวกเขาจะออกไปฉลองกันต่อที่ผับจึงไม่ค่อยมีใครมาทานข้าวที่บ้านเธอก่อน แต่วันนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะผิดคาดไปหมดเพราะคนที่อยู่ในหัวใจเธอมาตลอดหลายปีดันมาทานข้าวที่บ้านเธอในวันนี้ด้วยน่ะสิ
หัวใจไม่รักดีก็ดันเต้นแรงขึ้นมาอีกแล้ว แค่เห็นแผ่นหลังของเขาก็ทำเอาเธอใจสั่นไปหมด ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเธอไม่พยายามตัดใจแต่เธอพยายามมาโดยตลอด แต่การที่เราแอบชอบใครสักคนมานาน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะตัดใจได้ สองมือเล็กกำเข้าหากันอย่างประหม่าและอึดอัดใจแต่สุดท้ายเธอก็ต้องเดินเข้าไปหาทุกคนด้วยท่าทีปกติอยู่ดี
“พ่อขาแม่ขาหนูกลับมาแล้วค่ะ” พู่กันเดินยิ้มเข้าไปหาทุกคน เธอไม่ได้อยู่คอนโดเหมือนพี่ๆ เพราะยังไม่พร้อมที่จะออกไปอยู่คนเดียว อีกอย่างเธอชอบนอนที่บ้านมากที่สุดเพราะมันให้ความรู้สึกสบายใจกว่าการไปนอนที่อื่น
“อ้าว กลับมาแล้วเหรอลูก มานั่งเร็ว พี่ๆ กำลังรอหนูอยู่เลย” พัดชาเรียกลูกสาวด้วยรอยยิ้มหวาน เจ้าตัวเล็กถอดแบบจากเธอแทบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นหน้าตาและส่วนสูง พู่กันตัวเล็กเหมือนเธอทำให้เวลายืนกับพี่ๆ หรือแม้กระทั่งกับผู้เป็นพ่อจะต้องเงยหน้าคุยหน่อยเพราะผู้ชายบ้านนี้สูงกันทุกคน ส่วนลูกสาวเธอสูงเพียงหน้าอกของพี่ๆ เท่านั้น
“ใครรอครับแม่ นี่ถ้าช้ากว่านี้ ก็คิดว่าจะกินข้าวและเป่าเค้กไม่รอแล้ว” สีไม้ยักคิ้วกวนๆ ใส่น้องสาวจนพู่กันแอบย่นจมูกใส่อย่างหมั่นไส้คนขี้แกล้ง
“พี่ไม้คงไม่อยากได้ของขวัญจากพู่สินะ ก็ดีค่ะ พู่จะได้ให้พี่ครามแค่คนเดียว” พูดจบก็เตรียมหยิบของขวัญจากกระเป๋าผ้าที่เธอใส่หนังสือไปเรียนให้กับพี่ชายอีกคน แต่แล้วข้อมือเธอก็ถูกคนขี้แกล้งดึงเอาไว้และยังไม่พอยังใช้อีกมือยีผมเธอเหมือนเธอเป็นเด็กตัวเล็กๆ อีกต่างหาก
พรึบ!
“อยากได้สิครับน้องรัก ไหนครับ ปีนี้ซื้ออะไรให้พี่เอ่ย” สีไม้ลุกจากเก้าอี้และเดินไปยีผมน้องสาวด้วยความมันเขี้ยวและเขาก็ยิ่งอารมณ์ดีมากกว่าเดิมเมื่อถูกคนที่ใจเย็นที่สุดในบ้านอย่างน้องสาวมองบนใส่อย่างเอือมระอา
“หึ ไม่เห็นแก่ของขวัญเลยนะมึงอะ” สีครามส่ายหน้าไปมากับความเปลี่ยนสีไวยิ่งกว่ากิ้งก่าของน้องชายฝาแฝด อยู่ในท้องด้วยกันมาได้ยังไงไม่รู้ โคตรน่าถีบ!
“มึงเงียบไปเลย ไม่งั้นกูฮุบของขวัญมึงแน่” สีไม้แสยะยิ้มกวนๆ และมองพี่ชายฝาแฝดอย่างหมั่นไส้ ใครๆ ก็บอกว่าเขากับมันหน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ แต่เขากลับไม่คิดแบบนั้นเพราะเขาคิดว่า เขาหล่อกว่ามันตั้งเยอะ ซึ่งสีครามก็คิดไม่ต่างกันเพราะตัวเขาก็คิดว่าตัวเองหล่อกว่าน้องชายฝาแฝดเช่นกัน
และที่สีไม้ต้องเปลี่ยนมาตัดผมให้สั้นขึ้นและทำสีผมเป็นสีน้ำตาลเข้มก็เพราะทุกคนชอบเรียกเขากับสีครามสลับกันเนี่ยแหละ ทำให้ตอนนี้เขากับมันมีข้อแตกต่างกันแล้ว ไอ้ครามไว้ผมยาวถึงต้นคอและมีผมสีดำธรรมชาติ ดูเป็นหนุ่มมาดเซอร์ที่สาวๆ ชอบ แต่บอกเลยว่าเขาเองก็ฮ็อตไม่น้อยไปกว่ามันเหมือนกัน
“พอๆ เลิกทะเลาะกันเป็นเด็กๆ ได้แล้วนะ ไม่อายเพื่อนหรือไง หืม” คณินมองลูกชายทั้งสองคนด้วยแววตานิ่งๆ จนสองแฝดรีบยกมือว่ายอมหยุดแล้วทำเอาพู่กันกับพัดชายิ้มขำสองแสบประจำบ้าน
พัดชารู้ว่าสามีก็ทำเป็นดุลูกชายไปงั้นเองเพราะความจริงแล้วสามีเธอเป็นคุณพ่อที่ใจดีมาก สองแสบถอดแบบความหล่อเหลามาจากผู้เป็นพ่อทั้งหมด ทั้งความสูงและหน้าตาแทบจะเรียกได้ว่าเป็นแฝดสามกันเลยทีเดียว ที่ได้จากเธอไปก็น่าจะเป็นผิวขาวๆ เท่านั้น
“น้องพู่ สวัสดีพี่ๆ ด้วยครับลูก วันนี้พี่ปาร์คกับพี่ดลจะมาทานข้าวและฉลองวันเกิดพี่ชายลูกกับพวกเราด้วย” คณินเห็นว่าลูกสาวเอาแต่หยอกล้อกับพี่ชายฝาแฝดจนลืมแขกของบ้านไปแล้วทำให้เขาต้องเอ่ยเตือนเพราะไม่อยากให้คนที่มาทานข้าวด้วยรู้สึกไม่ดี และที่สำคัญเขาไม่อยากให้ลูกสาวเป็นคนไม่มีมารยาทกับคนอื่น ซึ่งปกติพู่กันก็ไม่ใช่เด็กแบบนั้น เธอน่ารักและให้เกียรติคนอื่นเสมอ
“เอ่อ สวัสดีค่ะพี่ดล/สวัสดีค่ะ พะ..พี่ปาร์ค” น้ำเสียงเธอสั่นไหวเล็กน้อยเพราะไม่ได้เจอเพื่อนพี่ชายคนนี้นานมาก และเมื่อสักครู่เธอก็มัวแต่เอาของขวัญวันเกิดให้พี่ชายจนลืมแขกของบ้านไปเลย ส่วนพี่ดลนั้นเธอเจอค่อนข้างบ่อยและสนิทสนมพอควรเพราะพี่ดลเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเธอและยังเป็นเพื่อนพี่ชายเธอมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้ว ตอนนี้ก็ยังมาเรียนคณะเดียวกันอีก
“ครับ” ดลพยักหน้ายิ้มๆ และเขาก็ยังคงรู้สึกประหม่าทุกครั้งที่ได้้เจอน้องสาวเพื่อน
“ตัวเล็กสบายดีนะ เราก็ไม่ได้เจอกันนานเลย ว่ามั้ย?” ส่วนปาร์คเขายกยิ้มและมองคนตัวเล็กด้วยแววตาเอ็นดูเหมือนเดิม ไม่ได้เจอกันนานดูเหมือนว่าเธอจะโตขึ้นมากแต่ก็ยังน่ารักเหมือนตุ๊กตาเช่นเดิม ดูเหมือนว่าเธอจะตัดผมให้สั้นขึ้นด้วย เมื่อก่อนเธอไว้ผมยาวถึงกลางหลังแต่ตอนนี้ไว้เพียงบ่าเท่านั้นและมันยิ่งทำให้เธอดูน่ารักมาก เหมือนน้องตัวเล็กของเขาในตอนมัธยมเลย
“สบายดีค่ะ” เธอตอบเขาไปและยิ้มเพียงนิดเท่านั้นก่อนจะขอตัวขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงมาทานข้าวกับทุกคนเพราะเธอรู้สึกประหม่ากับคำว่าตัวเล็กที่เขาใช้เรียกเธอแบบนี้อีกแล้ว เธอไม่นึกว่าเขาจะยังเรียกเธอแบบนี้อยู่อีก
ปาร์คมองตามคนตัวเล็กไปด้วยความอึดอัดใจเล็กน้อย เขาไม่ได้เจอเธอซึ่งๆ หน้าแบบนี้มานานแล้ว เคยไปหาสองแฝดและเคยไปส่งเด็กที่เคยคุยๆ กันที่มหาวิทยาลัยที่เธอเรียนเหมือนกัน แต่ก็ได้แค่เจอเธอแบบผ่านๆ เท่านั้น ไม่ได้เจอกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้เลยสักครั้งเดียว
ตั้งแต่เขาเรียนจบมัธยมปลาย เธอก็เหมือนจะคอยหลบหน้าเขาอยู่ตลอดและยิ่งเรียนกันคนละมหาวิทยาลัยแบบนี้ก็ยิ่งแทบไม่ได้เจอกันจนกลายเป็นว่าห่างเหินกันไป เมื่อก่อนเธออาจไม่ได้ตัวติดเขาตลอดแต่ก็ถือว่าสนิทสนมกันมากกว่านี้ เธอเป็นน้องสาวที่เขาสนิทด้วยมากที่สุด ส่วนตอนนี้มันเปลี่ยนไปจนเขาเริ่มมั่นใจแล้วว่าเธอตั้งใจหลบหน้าและตั้งใจเมินเขาจริงๆ…
