บทที่ 3 ครอบครัวอบอุ่น

ครอบครัวอบอุ่น

หลังจากทานข้าวเรียบร้อย สองแฝดก็เป่าเค้กและแกะของขวัญที่ได้มาจากพ่อแม่และน้องสาว ส่วนของเพื่อนๆ พวกมันขอไปเลี้ยงเหล้าแทน ซึ่งเขาก็ไม่ติดเพราะปกติพวกเขาชอบนัดกันไปดื่มอยู่แล้ว ปาร์คที่มองอยู่ก็รู้สึกมีความสุขไปกับเพื่อนรักด้วย ครอบครัวนี้อบอุ่นกันมากจริงๆ

“ว้าว เสื้อตัวนี้พี่อยากได้พอดีเลย พู่ไปซื้อจากไหนเพราะห้างแถวบ้านเราสินค้าหมดตั้งนานแล้ว” ไม้หันไปยิ้มให้น้องสาวอย่างพอใจกับของขวัญ มันเป็นเสื้อฮูดแขนยาวสุดเท่ที่เขาอยากได้มานานแล้ว แบรนด์นี้เขาใส่ประจำด้วยจึงชื่นชอบเป็นพิเศษ

“พู่ฝากเพื่อนซื้อค่ะ พอดีว่าเจนไปเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัวพอดี” อาทิตย์ก่อนพวกเธอไม่มีเรียนหลายวันเพราะอาจารย์ยกคลาสและสั่งงานให้ไปทำแทน ทำให้เจนเพื่อนสนิทของเธอเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว เธอก็เลยฝากซื้อเสื้อตัวนี้ให้พี่ชายเพราะสินค้าที่ญี่ปุ่นยังพอหาได้อยู่

“ขอบคุณนะครับ น้องสาวพี่รู้ใจทีี่สุดเลย ไหนมาหอมแก้มทีซิ” สีไม้เดินเข้าไปกอดน้องสาวและดึงแก้มป่องๆ อย่างมันเขี้ยวไปทีหนึ่ง น้องสาวเขาเป็นคนตัวเล็กน่ารัก โดยเฉพาะตรงแก้มที่ดูน่าหยิกเป็นพิเศษ

“ไม่ต้องเลยค่ะ เดี๋ยวก็แกล้งกัดแก้มพู่อีก” พู่กันที่รู้ทันพี่ชายรีบขืนตัวออกจากอ้อมกอดจนพี่ชายตัวแสบหัวเราะอย่างชอบใจ

“คราวนี้น้องสาวเรารู้ทันว่ะคราม” ยอมผละตัวออกจากแรงผลักของน้องสาวอย่างไม่อิดออดก่อนจะหันไปยิ้มขำกับพี่ชายฝาแฝดที่กำลังมองอยู่อย่างเอือมระอา

บ้านอื่นเขาไม่รู้ว่าพ่อแม่เลี้ยงมาแบบไหนนะ แต่พวกเขาคือเลี้ยงให้ดูแลกันและสนิทกันมากๆ กอดหอมกันเป็นเรื่องปกติ แต่พอน้องสาวโตขึ้นพวกเขาก็ไม่ได้ทำแบบนั้นแล้ว เพียงแกล้งเล่นเท่านั้น ตอนนี้ก็ทำแค่กอดและหอมหัวก็พอ เธอโตเป็นสาวแล้วกลัวว่าเธอจะอึดอัดและอายคนอื่น

“ก็มึงสรรหาแต่เรื่องแกล้งน้องไง ทุกวันนี้น้องระแวงพวกเราไปหมดแล้ว” สีครามส่ายหน้าไปมาแต่ก็ยกยิ้มอย่างเอ็นดูทั้งคู่เพราะทั้งสองคนชอบแกล้งกันแบบนี้เสมอ โดยเฉพาะฝาแฝดของเขาที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรมันจะโตสักที

“ชิ ก็พี่สองคนชอบแกล้งพู่ตลอดเลยนี่” พู่กันย่นจมูกใส่อย่างหมั่นไส้ แต่พอเห็นว่าพี่ชายชอบของขวัญที่เธอให้ไปก็ยิ้มออกมาอีกครั้ง

“วันนี้พี่จะเลิกแกล้งน้องสาวหนึ่งวันละกันนะ ตอบแทนที่เราซื้อของขวัญที่ถูกใจให้พี่” สีไม้ยักคิ้วกวนๆ และหยิบเสื้อมาสำรวจและสวมใส่ตรงนั้นเลยซึ่งมันพอดีกับตัวเขามาก น้องสาวใครวะ โคตรน่ารักเลย!

“เห็นพี่ไม้ชอบ พู่ก็ดีใจแล้วค่ะ พี่ครามล่ะคะชอบรองเท้าที่พู่ซื้อให้หรือเปล่า” พี่ชายอีกคนยิ้มด้วยความพอใจกับของขวัญไปแล้ว เธอจึงหันมาถามพี่ชายอีกหนึ่งคนบ้าง สีครามยิ้มและเดินมาสวมกอดเธอเบาๆ เช่นกัน

“ไม่ชอบได้ไงครับ นี่คู่่ที่อยากได้เลย ไซซ์รองเท้าพอดีเป๊ะ น้องสาวพี่ทำไมน่ารักแบบนี้ เดี๋ยวพี่ให้รางวัลด้วยการรับส่งเราไปเรียนที่มหาลัยสองวันเลย เราไม่ชอบขับรถเองไม่ใช่เหรอ” น้องสาวตัวน้อยไม่ชอบขับรถเองมาแต่ไหนแต่ไรเพราะเธอเหนื่อยกับรถติด แต่เพราะพ่อแม่ของพวกเขาสอนให้ลูกๆ ต้องรู้จักช่วยเหลือตัวเอง ให้พยายามทำอะไรด้วยตัวเองก่อนจะไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ทุกคนจึงทำอะไรด้วยตัวเองมาเสมอซึ่งเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีเพราะมันทำให้เราเป็นคนมีความรับผิดชอบมากขึ้นและยังดูแลตัวเองได้โดยไม่เดือดร้อนคนอื่น

“พี่ครามพูดจริงนะ” พู่กันยิ้มออกมาด้วยความสดใสทันที แววตาเป็นประกายอย่างคนดีใจ

“จริงสิ พี่จะนอนที่บ้านจนถึงวันหยุดพู่เลยเอา แต่ขอรับส่งสองวันนะ พี่ขี้เกียจตื่นน่ะ อาทิตย์หน้าพี่มีเรียนบ่ายหมดเลย ให้ไปมหาลัยแต่เช้าทุกวันคงไม่ไหว” เขาไม่ไหวกับการตื่นเช้าจริงๆ ไม่งั้นคงไม่ซื้อคอนโดใกล้กับมหาวิทยาลัยหรอกซึ่งไอ้ไม้ก็คิดเหมือนกันกับเขาทำให้พ่อกับแม่ซื้อคอนโดให้เขากับมันคนละห้องแต่อยู่กันคนละตึกนะเพราะเขาเบื่อขี้หน้ามันน่ะสิ ไปเรียนก็เจอกันบ่อยอยู่แล้ว ถ้ายังต้องมาอยู่คอนโดตึกเดียวกันอีกหลอนตายเลย!

”สามวันได้มั้ยคะ นะๆ พู่ไม่อยากขับรถไปเองอะ มันเหนื่อย” เธอเข้าไปเกาะแขนพี่ชายอ้อนๆ ซึ่งไม่บ่อยนักที่เธอจะทำท่าทีอ้อนๆแบบนี้ใส่ทำให้คนเป็นพี่ใจอ่อนแทบจะทันที อีกทั้งพ่อกับแม่ที่ยืนมองอยู่ก็อดยิ้มตามลูกๆ ไม่ได้ เห็นลูกๆ รักกันและดูแลกันแบบนี้ คนเป็นพ่อและแม่ก็มีความสุขและสบายใจแล้ว

“โอเคๆ สามวันก็สามวัน” มีเหรอที่น้องสาวขออะไรแล้วเขาจะไม่ทำให้ แม้จะชอบแกล้งน้องไปบ้าง แต่เขาก็รักน้องสาวมากที่สุด

“เย้! พี่ครามใจดีที่สุดเลย” พู่กันสวมกอดพี่ชายอีกครั้งและยักคิ้วทะเล้นใส่พี่ชายอีกคนด้วย

“อ้าว พี่ไม่ใจดีหรือไง ถ้าเราต้องการให้พี่ไปรับไปส่ง พี่ก็ทำได้เหมือนกันแหละ” เห็นน้องสาวกอดพี่ชายฝาแฝดแบบนั้นก็ทำให้เขาอดหมั่นไส้ไม่ได้ เขาก็ใจดีไม่่ต่างจากสีครามเหมือนกันแหละ

“ไม่เอาหรอกค่ะ พี่ไม้แต่งตัวนานจะตายไป จะไปส่งพู่ครั้งไหนคือต้องรอตลอด และประเด็นคือสายทุกรอบ” เธอยังคงกอดพี่สีครามเอาไว้และหันไปบ่นใส่พี่ชายอีกคนด้วยสีหน้ากวนๆ

“หึ!” ปาร์คหลุดขำออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่เพราะเพื่อนรักเป็นแบบนั้นจริง เวลาชวนกันไปไหนคือต้องรอไอ้ไม้ทุกรอบเพราะมันกลัวตัวเองไม่หล่อ ส่วนไอ้ครามเหมือนคนตื่นนอนแล้วพร้อมออกได้เลยเพราะมันบอกแค่อาบน้ำให้ตัวหอมๆ ก็พอแล้วปะ ซึ่งเขาก็เห็นด้วยกับมัน คนเราจะแต่งตัวอะไรเยอะแยะ เสียเวลาเปล่าๆ

“ตัวแสบ พูดอะไรตรงนี้เนี่ย ไว้หน้าหล่อๆ พี่บ้าง” เห็นเพื่อนอีกสองคนที่ยืนฟังอยู่หลุดขำออกมาก็ทำเอาเขาต้องมองเพื่อนๆ อย่างหมั่นไส้ เขารู้ว่าเขาเป็นแบบนั้นจริงแต่น้องสาวเขาก็พูดตรงไป ดีนะที่ตรงนี้มีแค่คนกันเอง ถ้าอยู่ต่อหน้าสาวๆ เขาเสียคะแนนนิยมแย่!

คณินกับพัดชายืนมองลูกๆ หยอกล้อกันด้วยแววตามีความสุขก่อนจะขอตัวขึ้นไปพักผ่อนเพื่อให้เด็กๆ ได้คุยกันตามประสาวัยรุ่น

“เดี๋ยวเด็กๆ คุยกันไปนะ พ่อกับแม่ขอขึ้นไปพักผ่อนก่อนล่ะ” คณินเห็นว่าลูกชายทั้งสองคนแกะของขวัญครบแล้ว และลูกสาวก็ได้กินเค้กแล้วก็เลยคิดว่าพวกเขาควรจะขึ้นไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ยังต้องเข้าบริษัทไปทำงานตามปกติ

“งั้นผมลาคุณอาคณินกับน้าพัดตรงนี้เลยนะครับ พอดีว่าพ่อกับแม่ไปงานเลี้ยงก็เลยให้ผมรีบกลับไปอยู่เป็นเพื่อนน้องชาย” ธีรดลบอกเจ้าของบ้านด้วยความสุภาพเพราะก่อนหน้านั้นเขาได้รับข้อความจากมารดาว่าให้กลับไปอยู่กับน้องเพราะพวกท่านน่าจะกลับดึก ทำให้เขาอยู่คุยกับเพื่อนๆ ต่อไม่ได้

“อ่อ งั้นขับรถกลับดีๆ นะจ๊ะ ไว้มาทานข้าวกับน้าอีกนะ” พัดชาบอกเพื่อนลูกชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอเองก็เอ็นดูเพื่อนลูกชายคนนี้มากเหมือนกัน เจ้าตัวสุภาพและเป็นคนเรียบร้อยมาก ไม่คิดว่าจะมาเป็นเพื่อนกับสองแฝดตัวแสบของเธอได้เลยจริงๆ

“พู่กันเดินไปส่งพี่ดลหน่อยนะลูก พ่อกับแม่ขึ้นไปพักผ่อนล่ะ” คณินหันไปบอกลูกสาวซึ่งพู่กันก็พยักหน้าอย่างไม่อิดออดทำให้ธีรดลยิ้มด้วยความดีใจ อย่างน้อยก็ได้เดินพูดคุยกับเธอสักนิดก็ยังดี

“ไปค่ะพี่ดล เดี๋ยวพู่จะเดินไปส่งเอง” เมื่อพ่อกับแม่ขึ้นไปด้านบนแล้ว เธอจึงหันมายิ้มให้หนุ่มรุ่นพี่อย่างคนคุ้นเคยกัน ธีรดลพยักหน้าและหันไปลาเพื่อนๆ ซึ่งทุกคนก็เข้ามาตบไหล่เบาๆ และแยกกันตรงนั้นเพราะสีครามกับปาร์คต้องเดินไปหยิบเครื่องดื่มเพื่อออกไปดื่มกันต่อที่ริมสระว่ายน้ำส่วนสีไม้วิ่งไปจัดเตรียมสถานที่ด้านนอกแล้ว เรื่องแบบนี้เขาเร็วเสมอแหละ…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป