บทที่ 4 ก็แค่หมั่นไส้
ก็แค่หมั่นไส้
พรึบ!
“แดกเบียร์แทนกินเหล้าแล้วกันนะ จะได้ไม่เมากันเร็ว” สีครามยกลังเบียร์ที่แช่น้ำแข็งอย่างเย็นเจี๊ยบวางลงตรงขอบสระ โดยที่ปาร์คก็ช่วยเพื่อนยกของกินเล่นมาด้วยเพราะคืนนี้น่าจะยาวกัน โชคดีที่พรุ่งนี้ไม่มีเรียนก็เลยไม่ต้องกลัวว่าจะตื่นไปเรียนไม่ทัน
“อืม กูได้หมดแหละ” ปาร์คพยักหน้าและหยิบเบียร์กระป๋องเย็นๆ ขึ้นมาเปิดดื่มซึ่งสีครามก็หยิบมาเปิดดื่มเช่นกัน
“พวกมึงแดกกันไปก่อนนะ กูไปคุยโทรศัพท์แป๊บ” สีไม้ยกโทรศัพท์ให้ดูว่ามีสายเข้าก่อนจะเลี่ยงไปคุยอีกมุมเพราะช่วงนี้เขากำลังคุยๆ อยู่กับเด็กบริหารก็เลยต้องทำคะแนนหน่อย
“ไอ้ดลกับน้องมึงนี่ยังไง ดูสนิทกันมากกว่าเดิมอีกนะ” ปาร์คหันไปมองคนตัวเล็กที่เดินไปส่งเพื่อนพวกเขาด้วยแววตานิ่งเรียบขึ้น จู่ๆ ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเพราะเธอดูใส่ใจไอ้ดลมากกว่าเขาที่เคยสนิทกับเธอมาก่อน เธอทั้งหลบหน้าและเมินเขาจนเขารู้สึกหงุดหงิดในใจ ผ่านมาหลายปีแล้วยังหลบหน้าเขาอยู่อีก ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะยอมหายโกรธ
“ก็เรียนที่เดียวกัน อีกอย่างไอ้ดลมันก็รู้จักน้องกูมาตั้งแต่เรียนมัธยมแล้ว แต่ถ้าถามว่ามันคิดไงกับน้องกู กูว่ามึงก็น่าจะมองออกนะว่ามันชอบน้องสาวกู ส่วนพู่กันน่าจะยังไม่ได้ชอบ แต่ถ้าไอ้ดลมันสม่ำเสมอและรุกจีบน้องกูอย่างจริงจัง พู่กันก็อาจจะชอบมันขึ้นมาก็ได้” นอกจากดลจะนิสัยดี มันก็หน้าตาดีแถมยังเป็นผู้ชายอบอุ่นแบบผู้หญิงชอบ ไม่ใช่พูดจาห่ามๆ แบบเขากับไอ้ปาร์ค
“พูดงี้ไม่หวงน้องหรือไง” ปาร์คหรี่ตามองและกระดกดื่มเบียร์ไปด้วย
“ถ้าเป็นไอ้ดลกูก็โอเค มันนิสัยดีมึงก็รู้นี่”
“อืม กูยอมรับว่าไอ้ดลมันนิสัยดี ใครได้มันเป็นแฟนก็คงโชคดีแหละ” เรื่องนี้เขาไม่เถียง ตั้งแต่รู้จักกันมาเขาไม่เคยเห็นมันโกรธหรือพูดจาไม่ดีกับใครเลย แถมยังสุภาพและขี้เกรงใจคนอื่นด้วย นิสัยก็คล้ายๆ กับคนตัวเล็กนั่นแหละ
“แล้วไมทำหน้างั้น ไม่อยากให้น้องกูคบกับไอ้ดลเหรอ?” สีครามถามตามปกติ ไม่ได้จะจับผิดอะไรเพราะเขารู้ว่าปาร์คไม่ได้คิดอะไรกับน้องสาวเขา แต่ที่เขาถามเพราะเขาอยากรู้ความคิดเห็นผู้ชายที่เปลี่ยนคนควงเป็นว่าเล่นแบบมัน ว่ามีความคิดเห็นยังไงถ้าน้องสาวเขาจะคบกับผู้ชายแบบดล
“เปล่า ก็แค่หมั่นไส้มัน กูยังจำได้ว่าตอนที่พวกเราเรียนจบมัธยม น้องสาวมึงไม่เอาดอกกุหลาบมาให้กู แต่กลับเอาไปให้ไอ้ดลแทน ทั้งๆ ที่ตอนนั้นตัวเล็กสนิทกับกูมากกว่าไอ้ดลอีก คิดแล้วยังเซ็งไม่หาย” คนตัวเล็กคงไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันฝังใจเขามาก เขารู้สึกว่าเธอพยายามตีตัวออกห่างจากเขาและพยายามหลบหน้าเขาตั้งแต่ตอนนั้นซึ่งมันทำให้เขาไม่พอใจเลยสักนิดเดียว
“หึ ยังงอนน้องกูเรื่องนี้อีกเหรอวะ ไอ้คนเอาแต่ใจเอ๊ย!” ปาร์คมีความเอาแต่ใจและขี้งอนเป็นเด็กๆ เหมือนกับน้องชายฝาแฝดของเขา แต่พอโตขึ้นนิสัยเหล่านั้นก็ค่อยๆ หายไปจนตอนนี้เขารู้สึกว่ามันโตขึ้นมาก นิ่งขึ้นและเก็บความรู้สึกเก่งขึ้นด้วย อาจเพราะถูกกดดันหลายๆ อย่างจากครอบครัว
“อืม กูงอน กูรอน้องมาแสดงความดีใจกับกู รอน้องเอาดอกกุหลาบมาให้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรสักอย่าง คิดแล้วยังงอนไม่หาย” ปาร์คส่ายหน้าไปมา สมองยังคงจดจำเรื่องราวทุกอย่างในวันนั้นได้ไม่เคยลืม
“ก็ตอนนั้นมึงสร้างเรื่องกับเพื่อนน้องกูเอาไว้ไง และมึงก็มีน้องผู้หญิงหลายคนแย่งกันเอาดอกกุหลาบเข้าไปให้ ส่วนไอ้ดลมีแค่ไม่กี่คน น้องกูก็เลยเอาไปให้มันแทนนั่นแหละ แต่มึงมันก็แสบใช่เล่น เดินไปแย่งเอาดอกกุหลาบที่น้องกูให้ไอ้ดลมาเป็นของตัวเองได้ตั้งดอกหนึ่งนี่กูยังจำหน้าเหวอๆ ไอ้ดลได้อยู่เลย” สีครามยังจำความหน้ามึนของเพื่อนได้อยู่เลย ถ้าเป็นเขาถูกแย่งของไปแบบนั้นมันต้องถูกเขาตามไปถีบสักทีให้หายหมั่นไส้ แต่เพราะเป็นไอ้ดลไง ไอ้ปาร์คถึงแย่งดอกกุหลาบไปได้อย่างหน้าตาเฉย
“ก็กูหมั่นไส้ กูอยากได้ดอกกุหลาบจากน้องมึงนี่หว่า” ปาร์คยักไหล่และยิ้มมุมปากออกมา ตอนนั้นเขาก็ทำตัวเหมือนเด็กจริงๆ นั่นแหละ แต่ทำไงได้เขาอยากได้ดอกกุหลาบจากเธอก่อนเรียนจบมัธยมนี่นา จนถึงตอนนี้เขายังเก็บดอกกุหลาบดอกนั้นไว้อยู่เลย ถึงจะไม่ได้จากมือเธอด้วยตัวเองแต่ดอกกุหลาบดอกนั้นก็ผ่านการถือจากมือเธอมาก่อนอยู่ดี
“หึ มึงนี่นะ ทำตัวเหมือนไอ้ไม้ไม่มีผิด” สีครามส่ายหัวไปมาซึ่งปาร์คก็เพียงยกยิ้มมุมปากไม่ได้ปฏิเสธอะไร
“อะไร นินทาไรกู” คนที่คุยโทรศัพท์พึ่งเสร็จรีบเดินเข้ามาหาและนั่งลงจ้องหน้าพี่ชายตัวเองอย่างเอาเรื่องเพราะดูเหมือนว่าเขากำลังถูกพาดพิงถึง
“กูบอกว่าไอ้ปาร์คชอบทำตัวเหมือนมึง” สีครามบอกออกไปตรงๆ แถมยังยิ้มกวนๆ ใส่น้องชายด้วย
“เหมือนกู คือยังไง?” ร่างสูงขมวดคิ้วมองพี่ชายและมองเพื่อนรักสลับกันไปมาจนปาร์คหลุดขำกับท่าทีอยากรู้เรื่องจนใจจะขาดของมัน
“ก็ชอบทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตไง!”
