บทที่ 6 ข้อยกเว้น

ข้อยกเว้น

เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยกันดังมาจากริมสระว่ายน้ำทำให้พู่กันที่กำลังเดินกลับเข้าบ้านต้องหยุดชะงักและเดินไปแอบดูอยู่มุมเสาเพื่อมองเพื่อนของพี่ชาย เธอแอบมองสำรวจด้านหลังเขาคนนั้นเงียบๆ และพึ่งมารู้ว่าเขาไว้ผมยาวถึงต้นคอเหมือนกับพี่สีครามเลย ทั้งสีผมและทรงผมคือเหมือนกันมาก ดูเป็นหนุ่มมาดเซอร์แบบที่เธอชอบเลย เขาคงไม่ได้ไว้ผมยาวเพราะเคยได้ยินเธอบอกว่าชอบผู้ชายผมยาวเหมือนบิดาหรอกใช่มั้ย

บ้าน่า! เขาจะมาไว้ผมยาวตามความชอบเธอทำไม ยิ่งคิดก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ แม้ว่าตอนนั้นจะเป็นเขาที่เป็นคนถามว่าเธอชอบผู้ชายแบบไหนก็ตาม แต่เธอรู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับเธอมากไปกว่าน้องสาวและเขาจะมาสนใจคำพูดเธอทำไมกัน เขาก็คงอยากเปลี่ยนทรงผมบ้างก็เท่านั้นเองแหละ

ยอมรับว่าผมทรงนี้เหมาะกับเขามาก เขายังคงหล่อเหลาและมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามเหมือนเดิม การที่เธอคอยหลบหน้าเขาและพยายามตัดใจเงียบๆ อยู่คนเดียวมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และเธอจะต้องตัดใจจากเขาให้ได้ด้วย การแอบรักมันไม่เจ็บเท่ามารู้ว่าต่อให้แอบรักเขามานานจนมีความกล้าที่จะเปิดเผยความในใจแต่สุดท้ายเขาก็ไม่คิดอะไรกับเราอยู่ดี คนที่สมหวังเท่านั้นแหละถึงจะมีความสุขเพราะงั้นเธอขอตัดใจจากเขาจะดีกว่า แม้มันจะยากแต่เธอก็ต้องทำ

สามหนุ่มยังคงนั่งพูดคุยกันและดื่มกันอย่างผ่อนคลาย สีไม้หาเรื่องตลกๆ มาเล่าไม่หยุดจนปาร์คที่เคร่งเครียดและหงุดหงิดอยู่ถึงกับหลุดขำเพราะความพูดมากของเพื่อนรัก อีกคนก็พูดเยอะจนฟังไม่ทัน ส่วนอีกคนก็เงียบขรึมแต่ก็ไม่ถึงกับไม่พูดเลย ช่างเป็นฝาแฝดที่นิสัยต่างกันมากจริงๆ คงมีแค่หน้าตาเท่านั้นแหละที่เหมือนกัน ถ้าถามว่าพวกมันสองคนเหมือนกันขนาดไหนตอบเลยว่าเหมือนกันยันขนตาอะ

“น้องสาวมึงไปส่งไอ้ดลนานไปหรือเปล่า” ปาร์คชะเง้อคอไปทางโรงจอดรถแต่ก็ไม่เห็นว่าคนตัวเล็กจะเดินมาสักที แต่หารู้ไม่ว่าตอนนี้เจ้าตัวได้เดินมาแอบดูทุกคนอยู่มุมเสาสักพักแล้ว

“ขึ้นห้องไปแล้วมั้ง เสียงรถไอ้ดลขับออกไปสักพักแล้วนะ” สีครามตอบเพราะเขาได้ยินเสียงรถของเพื่อนขับออกไปแล้วจริงๆ

“อ้าวเหรอ ทำไมกูไม่ได้ยินวะ”

“หึ มัวแต่แดกเบียร์ไง ก็เลยไม่สนใจอย่างอื่น” ปาร์คกลอกตาใส่เพื่อนและตัดสินใจถามบางอย่างเกี่ยวกับน้องสาวของสองแฝดออกไป

“มึงว่าที่น้องสาวมึงคอยหลบหน้ากูและเมินใส่กูเพราะเธอยังโกรธกูเรื่องเพื่อนสนิทเธอเปล่าวะ กูอึดอัดอะ กูไม่อยากให้น้องรู้สึกไม่ดีกับกู นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วนะ แทบไม่ได้เจอและไม่ได้คุยกันเหมือนเดิมเลย” เธอเคยเป็นน้องสาวที่น่ารักกับเขา เวลาเขามีเรื่องไม่สบายใจก็มักจะได้เธอคอยปลอบเพราะแค่น้ำเสียงอ่อนโยนและรอยยิ้มน่ารักๆ ของเธอมันก็ทำให้เขารู้สึกดีแล้ว

“กูก็ไม่แน่ใจ มึงก็รู้ว่าน้องกูเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่งแถมยังโลกส่วนตัวสูงอีก แต่ถ้ามึงอยากรู้จริงๆ กูมีวิธี” สีครามยกยิ้มเพียงนิดก่อนจะเหลือบสายตาไปมองยังน้องสาวของตัวเองที่กำลังจะเดินเข้าไปในบ้าน เขาก็นึกว่าขึ้นห้องไปแล้ว

“วิธีอะไร?” ปาร์คถามด้วยความสนใจ

“ก็เดินไปถามสิ นู่นน้องกูพึ่งเดินเข้าไปในบ้าน อยากคุยหรืออยากเคลียร์อะไรก็ไปเคลียร์เถอะ เพราะใช่ว่ามึงจะได้เจอกับน้องกูบ่อยๆ” ที่สีครามไม่หวงน้องสาวกับเพื่อนสนิทตัวเองเพราะเขารู้ว่าปาร์คไม่ได้คิดอะไรกับน้องสาวเขา ไม่งั้นอย่าหวังว่าเขาจะให้คนเจ้าชู้เปลี่ยนผู้หญิงบ่อยยิ่งกว่าเสื้อผ้าแบบมันเข้าใกล้น้องสาวเขาเลย

“อืม งั้นเดี๋ยวกูมา” ร่างสูงพยักหน้าตอบเพื่อนอย่างไม่คิดอะไรมากเลย เขารอคอยที่จะได้คุยกับคนตัวเล็กมานานแล้ว

“เออ อย่าทำอะไรน้องกูแล้วกัน” สีครามแกล้งเย้าแหย่ไม่ได้จริงจังอะไร

“หึ มึงลืมหรือไงว่าน้องมึงเป็นข้อยกเว้นสำหรับกู ตัวเล็กก็เหมือนน้องสาวของกู กูไม่มีทางทำอะไรเธอเด็ดขาด กูแค่อยากรู้เหตุผลที่เธอเมินใส่กูแค่นั้น ยอมรับว่ากูไม่สบายใจ” ทั้งสีครามและสีไม้พยักหน้าอย่างเข้าใจ คนเคยสนิทกันและพูดคุยกันดีๆ มาโดยตลอด จู่ๆ ก็มาเหินห่างกันไปก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดความไม่สบายใจ

“อืม กูเข้าใจ ไปเถอะ ลองไปถามดูเองแล้วกัน” สองแฝดโบกมือไล่ให้ไปอย่างเข้าใจ ปาร์คจึงวางกระป๋องเบียร์ลงและเดินไปหาคนตัวเล็กที่ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าไปในครัวเพราะเห็นมีแสงไฟจากห้องครัวเล็ดลอดออกมา

เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาภายในห้องครัวทำให้คนที่กำลังแอบตักเค้กกินในตู้เย็นจำต้องหันหน้ากลับมามองและเธอก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจเพราะไม่คิดว่าจะเป็นคนที่เธอพยายามหลบหน้าเดินเข้ามาในห้องครัวในเวลานี้

“พะ พี่ปาร์ค” เธอเอ่ยเรียกเขาเสียงเบาอย่างคนทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ แบบสองต่อสองแบบนี้…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป