บทที่ 7 หลบหน้าทำไม
หลบหน้าทำไม
“หึ! ถ้าหิว ทำไมไม่เอาออกมาวางกินดีๆ ล่ะ นั่งกินในตู้เย็นแบบนั้นไม่เมื่อยเหรอเรา” ปาร์คหลุดขำและมองเธอด้วยสายตาเอ็นดู ก็ดูเธอสิแอบมานั่งเอาช้อนตักกินเค้กจากตู้เย็น ทำราวกับเป็นโจรขโมยเค้กยังไงยังงั้นแหละ
“เอ่อ พู่กะว่าจะกินแค่นิดเดียว แต่พอกินแล้วมันหยุดไม่ได้ ก็เลยนั่งกินตรงนี้” เธอตอบเขาอย่างเขินอายเล็กน้อย ก็ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองแอบชอบมาเจอในสภาพที่เธอกำลังคาบช้อนพร้อมกับนั่งกินเค้กอยู่ในตู้เย็นแบบนี้ล่ะ น่าขายหน้าชะมัด!
“อิ่มหรือยังล่ะ ถ้าอิ่มแล้ว พี่ขอคุยด้วยได้มั้ย” ปาร์คเดินเข้ามาพิงตรงเคาน์เตอร์ครัวและกอดอกมองเธอด้วยแววตาเอ็นดูเหมือนเดิม เห็นแววตากลมโตที่เบิกกว้างอย่างตกใจก็นึกขำเพราะเธอยังคาบช้อนเอาไว้ในปากอยู่เลยน่ะสิ แต่ไม่ว่าเธอจะทำหน้ายังไงก็น่ารักเหมือนเดิมนั้นแหละ
“พี่ปาร์คมีอะไรจะคุยกับพู่คะ” เธอปิดตู้เย็นและเดินเอาช้อนไปล้างที่อ่างล้างจาน จากนั้นก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาไม่ไกล แต่ก็ไม่ได้ใกล้มากเพราะเธอกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียงหัวใจเธอที่ตอนนี้มันเต้นแรงอีกแล้ว
“ตัวเล็กหลบหน้าพี่ทำไมครับ หลายปีมานี้พี่ไม่ได้เจอพู่เลย เหมือนกับว่าพู่พยายามหลบหน้าพี่และเมินพี่มาโดยตลอด ยังโกรธพี่เรื่องที่พี่เลิกกับน้องมุกเหรอ?” เขาเคยคุยๆ กับเพื่อนสนิทเธออยู่แป๊บหนึ่ง ที่ต้องใช้คำว่าแป๊บหนึ่งเพราะเขาคุยกับน้องมุกไม่ถึงสองอาทิตย์ก็เลิกคุยเพราะหลังจากได้พูดคุยกันเธอวุ่นวายและทำเขาอึดอัดมาก ก็เลยเลิกไป
เขาจึงคิดว่าตัวเล็กน่าจะโกรธที่เขาบอกเลิกเพื่อนของเธอจนน้องมุกเสียใจและพาลโกรธน้องพู่และเลิกคบกันไปเพราะเห็นว่าน้องพู่สนิทกับเขา การถูกเพื่อนสนิทเลิกคบไปคงทำให้คนตัวเล็กเสียใจไม่น้อย เขาจึงคิดว่าเธอน่าจะโกรธเขาเรื่องนี้จึงไม่ยอมคุยและคอยหลบหน้าเขาตั้งแต่ตอนนั้น แม้แต่ดอกกุหลาบในวันที่เขาเรียนจบเธอยังไม่เอามาให้เขาเลย
“ปะ เปล่าค่ะ พู่ไม่ได้โกรธอะไรพี่ปาร์คทั้งนั้น” เธอไม่ได้โกรธเขาแต่ก็ยอมรับว่าเธอเสียใจที่เขายอมตกลงคบกับเพื่อนสนิทเธอในตอนนั้น และที่ทำเธอเสียใจที่สุดก็คงเป็นเพื่อนสนิทของเธอเอง ไข่มุกรู้มาโดยตลอดว่าเธอแอบชอบพี่ปาร์คมาตั้งนานแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังไปสารภาพรักและขอโอกาสคบกับพี่เขา ตอนนั้นเธอเสียใจมากเหมือนโดนเพื่อนหักหลังเลย แต่เธอก็ไม่ได้เกลียดอะไรเพื่อนหรอกนะเพราะสุดท้ายแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับพี่ปาร์คว่าจะตอบตกลงคบหรือเปล่า
เมื่อไข่มุกได้คบกับพี่ปาร์คก็ตีตัวออกห่างจากเธอไปเรื่อยๆ กระทั่งไม่ถึงสองอาทิตย์เจ้าตัวก็ถูกพี่ปาร์คขอเลิกเพราะคุยกันแล้วมันไปต่อไม่ได้จริงๆ เหตุการณ์ครั้งนั้นให้เธอเสียเพื่อนสนิทไปหนึ่งคนเพราะไข่มุกเกิดความละอายใจเองจนขอห่างเธอไป จนถึงตอนนี้ก็ยังคงไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย เธอรู้แค่ว่าอีกฝ่ายไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยทางภาคเหนือและเรียนที่นั่นเท่านั้น
“แล้วทำไมถึงหลบหน้าพี่ พี่มาทีี่นี่ก็ไม่เคยเจอเราเลย ทั้งๆ ที่เราก็อยู่บ้านตลอด” ปาร์คขมวดคิ้วถามและมองเธอด้วยสายตาไม่เข้าใจ
“ก็วันที่พี่ปาร์คมาที่บ้าน พู่ไม่อยู่นี่คะ อีกอย่างเราเรียนกันคนละ มหาลัยด้วย จะเจอกันบ่อยได้ไงคะ” ทุกครั้งที่เธอได้ยินว่าเขามาหาพี่ชายเธอทีี่บ้าน เธอจะออกไปเดินห้างกับเพื่อนและชวนเพื่อนดูหนังเพื่อจะได้อยู่ข้างนอกนานๆ เพื่อรอเขากลับ เพราะเธอไม่อยากเจอเขาอีก เธอกลัวว่าตัวเองจะตัดใจไม่ได้
“สรุปว่าพู่ไม่ได้โกรธอะไรพี่ และก็ไม่ได้พยายามหลบหน้าด้วย แต่เป็นเพราะเราเรียนกันคนละที่ก็เลยไม่ค่อยได้เจอกัน พี่เข้าใจถูกมั้ย” ปาร์คกอดอกถามเธอเหมือนผู้ใหญ่กำลังดุเด็กอย่างไรอย่างนั้น เพราะสีหน้าเขามันจริงจังมาก
“ก็ประมาณนั้นค่ะ” เธอตอบเขาไปอย่างแบ่งรับแบ่งสู้และพยายามคิดหาทางออกไปจากห้องครัว
“งั้นต่อไปถ้าพี่เจอพู่ที่ไหน พี่จะเข้าไปทักและก็จะพาพู่ไปเลี้ยงข้าวด้วย พี่ไม่สบายใจเลยที่เราทำตัวห่างเหินกับพี่แบบนี้ พี่กลัวว่าเราจะยังโกรธพี่เรื่องเพื่อนของเราอยู่” ปาร์คสรุปเองอย่างเสร็จสรรพและไม่วายที่จะถามย้ำถึงเรื่องที่เขาไม่สบายใจ หลังจากที่เขาบอกเลิกเพื่อนสนิทเธอไป เขาก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่ยุ่งกับคนสนิทของคนใกล้ตัวอีกเพื่อตัดปัญหาความไม่สบายใจที่อาจเกิดขึ้นได้
“เรื่องนั้นพู่ไม่เคยโกรธพี่ปาร์คค่ะ พู่เข้าใจว่าเพื่อนพู่ยังไม่ใช่สำหรับพี่” จนถึงตอนนี้เธอก็ยังเห็นว่าเขายังโสด ไม่รู้ว่าผู้หญิงแบบไหนกันถึงจะหยุดผู้ชายแบบเขาได้ ในอนาคตข้างหน้าหากเขามีคนรักเธอก็ขออวยพรให้เธอคนนั้นดีกับเขาให้มากๆ และเป็นคนที่เข้าใจเขาและทำให้เขามีความสุขมากที่สุด ส่วนเธอคิดว่าสักวันหากตัดใจได้ก็คงกลับไปเป็นน้องสาวของเขาเหมือนเดิม
“โอเค ได้ยินแบบนี้พี่ก็สบายใจ งั้นต่อไปพี่ไปหาพู่ที่มหาลัยได้ใช่มั้ย พี่ไปแถวนั้นบ่อยน่ะ แต่ไม่กล้าไปรบกวนพู่ กลัวว่าพู่จะยุ่งอยู่” เขาอยากให้เธอกลับมาสนิทกับเขาเหมือนเดิม เป็นตัวเล็กที่น่ารักของเขา คอยปลอบใจเวลาเขาไม่สบายใจ เพราะเธอมีนิสัยค่อนข้างโตและเป็นคนมีเหตุผลและใจเย็น ทำให้คนเอาแต่ใจและใจร้อนแบบเขาสงบลงได้และเขาจะรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับเธอ
“อย่าเลยค่ะ ช่วงนี้พู่กำลังยุ่งกับการทำงานกลุ่มและอีกไม่นานพู่ก็จะสอบแล้วด้วย พู่ไม่สะดวกออกไปไหนกับใครในช่วงนี้ ส่วนตอนนี้เริ่มดึกแล้วพู่ขอตัวขึ้นไปนอนก่อนนะคะ” เธอรีบตัดบททุกอย่างเพราะไม่อยากคุยกับเขาให้นานกว่านี้ หัวใจของเธอมันเริ่มหวั่นไหวกับเขาอีกแล้วน่ะสิ ยิ่งเขาพยายามเข้าใกล้เธอก็ยิ่งอยากถอยห่างเพราะกลัวว่าจะต้องกลับไปเจ็บปวดอีก
หมับ!
“เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย พี่ไม่ให้พู่ไปไหนทั้งนั้น” ปาร์คดึงแขนเธอเอาไว้ก่อนจะกักตัวเธอเอาไว้ในอ้อมแขน เขาเท้าแขนกับเคาน์เตอร์ครัวและจ้องมองเธอด้วยสายตานิ่งเรียบขึ้น เขาไม่ชอบที่เธอเอาแต่หลบหน้าเขาแบบนี้เลย คิดว่าคุยกันเข้าใจแล้วซะอีก ที่ไหนได้เธอยังคงไม่เข้าใจเขาเลย
“ปล่อยพู่นะคะ พี่ปาร์คอย่ามาเอาแต่ใจแบบนี้นะ” เธอรู้ว่าเขาเป็นคนเอาแต่ใจแต่ไม่คิดว่าจะทำแบบนี้กับเธอ ตอนนี้ร่างกายเธอมันสั่นเทาด้วยความกลัวเพราะเธอไม่เคยใกล้ชิดกับเขาขนาดนี้ เขามักจะรักษาระยะห่างกับเธอเสมอ
“พี่ดีใจนะที่พู่ยังจำได้ว่าพี่เป็นคนยังไง เพราะงั้นพี่จะไม่ปล่อยจนกว่าพู่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมกับพี่” ปาร์คยกยิ้มมุมปากอย่างกวนๆ และกักขังเธอไว้ในอ้อมแขน แม้ไม่ได้โดนตัวกันแต่เขาก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเธอและตอนนี้เขาก็เผลอสูดดมมันเข้าปอดอย่างพอใจโดยไม่รู้ตัว เขารอเวลาที่จะได้คุยกับเธอสองต่อสองมานานแล้ว เรื่องอะไรเขาจะปล่อยเธอไปง่ายๆ ยังไงวันนี้ก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง…
