บทที่ 8 พยายามตัดใจ

พยายามตัดใจ

“เผด็จการ เอาแต่ใจที่สุดเลย” พู่กันบ่นพึมพำอย่างโกรธเคืองเขาเล็กน้อย แต่เธอคงไม่รู้ว่าคำพูดของเธอมันทำให้คนที่อยู่ใกล้กันแค่นี้ได้ยินเต็มสองหู ปาร์คยกยิ้มอย่างไม่ถือสาเพราะเขาเป็นแบบนั้นจริงๆ บางครั้งเขาก็คิดว่าเขาได้นิสัยพวกนี้มาจากผู้เป็นพ่อที่ทั้งเผด็จการและชอบบังคับ

“ตกลงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมกับพี่มั้ยครับ หืม” เขาขยับหน้าลงไปอีกจนสายตาทั้งสองคนสบกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ร่างบางใจเต้นแรงอย่างหนักเมื่อได้สบสายตาเขาในระยะประชิดขนาดนี้ มันใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมของเขาที่ตอนนี้มันมีกลิ่นแอลกอฮอล์ผสมอยู่ด้วย แววตาดำขลับคู่นั้นเหมือนจะตรึงเธอไว้ไม่ให้หลบไปไหนได้

เขายังคงดูดีและหล่อเหลาเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหรือหน้าตาล้วนแต่ดูดีไปหมด เขาสูงกว่าเธอมากน่าจะไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนเพราะเวลาที่เธออยู่ในอ้อมแขนเขาแบบนี้มันทำให้เธอดูตัวเล็กลงมาก เธอสูงเพียงหน้าอกเขาเท่านั้น

“ว่าไงครับ ทำไมเงียบไปล่ะ” ปาร์คยกมือจับแก้มเธออย่างลืมตัวจนพู่กันต้องขืนตัวออกห่างเพราะเธอคิดว่าเขาเมาแน่ๆ แล้ว ไม่งั้นคงไม่เข้าใกล้เธอขนาดนี้ เขาว่ากันว่าคนเมามักชอบทำอะไรแบบไม่ค่อยมีสติเพราะงั้นเธอควรจะอยู่ห่างจากเขาจะดีกว่่า

“พี่ปาร์คก็ปล่อยพู่ก่อนสิคะ ทำแบบนี้พู่อึดอัดนะ” เธอรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นบอกเขาด้วยแววตานิ่งๆ ทำให้ปาร์คยอมถอยออกห่างเล็กน้อยแต่ก็ยังมองเธออย่างกดดันเหมือนเดิม คนตัวเล็กยังน่ารักเหมือนเดิมโดยเฉพาะแก้มของเธอที่มันน่ากัดเอามากๆ ยิ่งเธอตัดผมหน้าม้าแบบนี้ยิ่งน่ารักเหมือนตุ๊กตามากกว่าเดิมอีก

ตัวเล็กๆ น่ารักแบบนี้คงมีคนเข้ามาจีบเยอะแน่ๆ ขนาดไอ้ดลยังชอบเลย แต่ก็นะปีนี้เธออายุยี่สิบแล้วก็คงโตพอจะมีแฟนได้แล้วล่ะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเวลาจะผ่านไปเร็วขนาดนี้ ตอนนั้นเขายังเห็นเธออยู่ชั้นประถมอยู่เลย แล้วดูตอนนี้สิเธอโตจนเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว แถมยังน่ารักมากด้วย

“พี่ขอโทษ พี่แค่กลัวว่าพู่จะเดินหนีไปก่อนที่เราจะคุยกันรู้เรื่อง” ปาร์ค บอกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

“ตกลงพี่ปาร์คต้องการอะไรคะ แค่อยากให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมใช่มั้ย” หากเขาต้องการแค่นี้ เธอก็จะรับปากไปก่อนเพื่อจะได้หนีไปจากตรงนี้ก่อน จากนั้นค่อยหาทางหลบเลี่ยงเขา เธอมั่นใจว่าเขาไม่มาคอยตามเธอตลอดหรอกเพราะที่ผ่านมามันก็เป็นแบบนั้น

“ครับ พี่ไม่อยากให้เราหลบหน้าพี่และทำเหมือนพี่เป็นอากาศธาตุ พู่คือน้องสาวที่พี่สนิทใจมากที่สุดนะ เราอย่าทำตัวห่างเหินกับพี่เลยนะ” ปาร์คบอกไปตามความรู้สึกของเขาเพราะเขาไม่ชอบเลยที่เธอเอาแต่หลบหน้าเหมือนคนโกรธกันแบบนี้

“โอเคค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วพู่ขอตัวนะคะ” เจ็บอีกแล้วสินะ นี่คือเหตุผลที่เธอไม่อยากเจอเขาเพราะเธอไม่อยากได้ยินคำว่าเธอเป็นได้แค่น้องสาวสำหรับเขา มันเจ็บมากนะ ทั้งๆ ที่เธอพยายามตัดใจมาโดยตลอด พยายามไม่คิดถึงแต่เขาก็ยังคอยวนเวียนอยู่ในชีวิตเธอตลอดเลย

ตอนเรียนมัธยมเธอตั้งใจเอาไว้ว่าหากเรียนจบมัธยมปลายจะเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับเขา จะได้แอบมองเขาอยู่ใกล้ๆ แต่พอรู้ว่าเขาไม่เคยมองเธอไปมากกว่าน้องสาว เธอก็เลยอยากตัดใจจึงพยายามหลบหน้าเขามาโดยตลอด แม้แต่มหาวิทยาลัยที่ตั้งใจจะไปเรียนที่เดียวกันกับเขาก็ต้องล้มเลิกความตั้งใจไปในที่สุด

“โกรธอะไรอีกหรือเปล่านะ” ปาร์คมองตามแผ่นหลังเล็กไปอย่างมึนงง เขาเสยผมขึ้นอย่างอึดอัดใจเพราะไม่รู้ว่าเผลอทำอะไรให้เธอไม่ชอบอีกหรือเปล่า สีหน้าเธอดูไม่ดีเลย แต่ตอนนี้คงตามไปคุยด้วยไม่ได้แล้วเพราะเธอเดินกลับขึ้นไปบนห้องอย่างไม่คิดจะหันกลับมามองเขาด้วยซ้ำ

“กูทำอะไรให้น้องโกรธอีกแล้ววะเนี่ย!” ร่างสูงยังคงบ่นพึมพำอย่างคนไม่เข้าใจ หรือเพราะเมื่อสักครู่เขาใกล้ชิดเธอเกินไปจนทำเธออึดอัดใจ เขาเองก็ลืมไปว่าเธอโตเป็นสาวแล้ว คงไม่อยากใกล้ชิดกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว นี่เขาทำพลาดอีกแล้วสินะ แล้วน้องจะหลบหน้าเขาอีกมั้ยเนี่ย แม้เธอจะรับปากแล้วว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่เขากลับรู้สึกว่าเธอจะหลบหน้าเขามากกว่าเดิมอีก

พู่กันเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่ง มีอะไรก็ไม่ค่อยพูด เขาจึงไม่รู้ว่าที่เธอเอาแต่หลบหน้าเขามันเป็นเพราะอะไร หากไม่ใช่ว่าเธอโกรธเขาเรื่องเพื่อนและมันจะเป็นเรื่องอะไรได้อีกล่ะ เพราะปกติเธอแทบไม่เคยโกรธใครเลย

ตอนเขาเรียนจบก็ไม่ยอมเอาดอกไม้มาให้และที่เขาไม่ได้เซ้าซี้ถามในตอนนั้นเพราะคิดว่าเธอโกรธเขาเรื่องเพื่อนอยู่และเธอก็น่าจะเครียดที่ต้องมาเลิกคบกับเพื่อนสนิท เขาคิดว่าที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนั้นเพราะเขาบอกเลิกเพื่อนเธอ แต่ตอนนี้เขาคิดว่าไม่น่าจะใช่ เธอน่าจะหลบหน้าเขาเพราะเหตุผลอื่นมากกว่า หรือไม่ก็เป็นเขาที่คิดมากไปเอง

จากที่เห็นเธอก็ยังคงพูดคุยกับเขาตามปกติเพียงแค่ไม่ได้พูดคุยอย่างสนิทกันเหมือนเมื่อก่อนเท่านั้นเอง คงเป็นเพราะไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยและเรียนกันคนละที่อย่างที่เธอว่า ส่วนเรื่องที่เธอไม่ยอมให้ดอกกุหลาบเขาในวันที่เขาเรียนจบมัธยม เขาจะถามเธออีกแน่เพราะเขาไม่ชอบให้มีอะไรค้างคาใจต่อกัน โดยเฉพาะคนที่เขาแคร์ความรู้สึกอย่างเธอ

กับผู้หญิงคนอื่นเขาไม่เคยแคร์เพราะแค่คบกันแบบผิวเผิน บางคนก็จบที่เตียงแล้วก็แยกย้าย แต่กับพู่กันเธอไม่เหมือนกับคนอื่น เธอมีความสำคัญกับเขา เป็นคนที่เขาแคร์ความรู้สึกเพราะเธอเป็นคนที่เข้าใจเขาและยังดีกับเขามากๆ ที่สำคัญเธอเป็นน้องสาวที่เขารักมากที่สุด เขาถึงได้แคร์เธอมากกว่าผู้หญิงทุกคน

แต่เอาเถอะวันนี้เขาจะปล่อยเธอไปก่อนแต่หลังจากวันนี้เป็นต้นไปเขาจะไม่ยอมให้เธอหลบหน้าอีกแล้ว เขาจะพยายามเอาหน้าหล่อๆ ของตัวเองไปให้เธอได้เจอบ่อยๆ เผื่อว่าจะกลับมาสนิทกันเหมือนเดิม ยอมรับว่าเขาคิดถึงเสียงน่ารักๆ และรอยยิ้มสดใสของเธอ

ด้านพู่กันหลังจากขึ้นมาบนห้อง เธอก็เอาแต่นั่งเหม่อคิดถึงคำพูดของเขาที่เน้นย้ำกับเธอเสมอว่าเธอเป็นได้แค่น้องสาว

“เฮ้อ อุตส่าห์หลบหน้ามาได้ตั้งหลายปีแล้วแท้ๆ ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกับเขาซึ่งๆ หน้าแบบนี้อีก” เธอพึมพำคนเดียวพร้อมกับหยิบน้องตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดมากอดเพื่อปลอบใจตัวเอง เธอพยายามอย่างหนักที่จะตัดใจจากเขา แต่มันก็ไม่ง่ายเลยจริงๆ ยิ่งได้มาเจอเขาในวันนี้ก็ยิ่งทำให้เธออดคิดถึงเขาไม่ได้

ที่เธอหลบหน้าเขาและพยายามตัดใจจากเขามันไม่ใช่เพราะเธอเสียความรู้สึกเรื่องเพื่อน แต่มันเป็นเพราะว่าเธอรู้ว่าต่อให้เธอจะรักเขามากแค่ไหนเธอก็ไม่มีทางเลื่อนสถานะจากคำว่าน้องสาวได้ ต่อให้เธอจะแอบรักเขาไปเรื่อยๆ จนมีความกล้าที่จะเปิดเผยความในใจมันก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดีเพราะเขาเน้นย้ำเสมอว่าคิดกับเธอได้เพียงเท่านี้

ร่างบางเหม่อมองออกไปนอกระเบียงก่อนจะนึกถึงวันที่เธอเตรียมจะสารภาพรักเขา ก่อนที่เขาจะเรียนจบมัธยมปลายเพราะเธอคิดว่าหากไม่บอกในตอนนั้นเธออาจจะไม่มีความกล้าที่จะบอกเขาอีก แต่สุดท้ายความตั้งใจเธอก็ต้องพังทลายลงเมื่อเพื่อนสนิทของเธอได้ชิงสารภาพรักกับหนุ่มรุ่นพี่ไปก่อนโดยที่รู้มาตลอดว่าเธอแอบรักพี่ปาร์คมานานและสุดท้ายคนที่ผิดหวังก็เป็นเธอเพราะพี่ปาร์คดันตอบตกลง แม้เขาจะตอบตกลงแบบไม่ได้คิดจริงจังแต่เธอก็เสียใจอยู่ดี

เธอรู้ว่าเขาไม่เคยคิดจริงจังกับใครตามประสาคนเจ้าชู้และรักอิสระ ซึ่งเรื่องนี้พี่ชายเธอบอกเธอเสมอว่าอย่าได้ไปหลงรักคนอย่างพี่ปาร์คเด็ดขาดเพราะกลัวว่าเธอจะเสียใจ แต่เรื่องของความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นเธอก็คงหักห้ามใจตัวเองไม่ให้รักเขาได้แล้วสิ และที่เธอตกหลุมรักเขาไม่ใช่เพราะเขาหล่อหรืออะไรแต่เพราะเขาใจดีกับเธอมากและมันก็เคยมีเหตุการณ์ที่ทำให้เธอประทับใจในตัวเขาจนมันเกิดเป็นความรู้สึกดีๆ จนกระทั่งเปลี่ยนมาเป็นความรัก

แต่แล้วคำพูดของเขาในวันนั้นมันก็ทำให้เธอจำต้องตัดใจจากเขา ปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นแค่ความทรงจำดีๆ ก็พอ ทุกอย่างมันจะถูกฝังเอาไว้ในใจเธอ

“ไอ้ปาร์ค กูถามจริงเถอะ มึงคิดอะไรกับน้องกูหรือเปล่า เห็นช่วงนี้น้องกูติดมึงมาก”

“เปล่า มึงก็รู้ว่ากูคิดกับพู่กันแค่น้องสาว พวกมึงรักน้องมึงยังไง กูก็รักแบบนั้นแหละ ถามทำไม ระแวงกูหรือไง?”

“หึ ได้ยินแบบนี้กูก็สบายใจ กูไม่อยากให้น้องกูต้องเสียใจหากมาหลงรักคนที่ไม่คิดจริงจังกับใครแบบมึง”

“อืม กูเองก็ไม่อยากให้พู่กันมารักกูเหมือนกัน เป็นพี่น้องกันแบบนี้มันดีที่สุดแล้ว”

นั่นคือคำพูดที่เธอได้ยินจากปากพี่ปาร์คในตอนที่คุยกับพี่ครามก่อนที่พวกเขาจะเรียนจบมัธยมและมันก็เป็นคำพูดที่เธอฝังใจและยังจดจำได้ไม่เคยลืม วันนั้นเขามาทานข้าวที่บ้านเธอเพราะทะเลาะกับพ่อ และเธอก็ไม่คิดว่าพี่ครามจะถามอะไรแบบนี้ด้วย หากวันนั้นเธอไม่ได้แอบฟังพวกเขาคุยกันก็คงจะเสียใจมากกว่านี้เพราะเธอตั้งใจจะสารภาพรักกับเขาอยู่แล้ว และเธอก็คงจะถูกปฏิเสธจนทำตัวไม่ถูกแน่ๆ

เธอในตอนนั้นสนิทกับเขามากและเธอก็ดีใจที่ได้อยู่ใกล้ๆ เขาด้วย แต่ก็อย่างว่าแหละอะไรที่เป็นความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอเพราะหลังจากที่เธอได้ยินเขาบอกแบบนั้นเธอก็ไม่มีความสุขเวลาที่ได้อยู่ใกล้เขาอีกเลย เธอจึงตัดสินใจถอยห่างออกมาและพยายามหลบหน้าเขาเพื่อรักษาแผลใจ ปล่อยให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าเธอโกรธเขาเรื่องที่เขาบอกเลิกเพื่อนเธอ

ส่วนดอกกุหลาบที่เธอตั้งใจเอาไปสารภาพรักเขาในตอนนั้น ก็ต้องเปลี่ยนเอาไปแสดงความยินดีกับพี่ดลแทนเพราะเธอไม่สามารถปั้นหน้ายิ้มแย้มและเป็นเหมือนเดิมกับเขาได้จริงๆ อาจเพราะตอนนั้นเธอยังเด็กด้วย ไม่รู้ว่าต้องจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง แต่ตอนนี้เธอโตพอที่จะหักห้ามใจตัวเองได้แล้ว แม้ว่ามันจะยังคงเจ็บอยู่แต่เธอก็เดินหน้าต่อไปได้

ที่เธอต้องทำแบบนี้เพราะเธออยากกลับไปเป็นน้องสาวตามที่เขาต้องการ การแอบรักใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องที่ผิดแต่ถ้าเขาไม่เคยคิดจะรักเราและในอนาคตคนที่ยืนข้างเขาก็ไม่ใช่เราอีก เราก็ควรจะตัดใจตั้งแต่ตอนนี้ไม่ใช่เหรอ เพื่อที่ว่าเราจะได้ไม่ต้องเสียใจไปมากกว่านี้ มันอาจจะต้องใช้เวลาหน่อยเพราะเธอแอบรักเขามานาน แต่เธอคิดว่าสักวันเธอจะตัดใจจากเขาได้เอง…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป