บทที่ 9 แค่ตัวเล็กเอง
แค่ตัวเล็กเอง
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
“เฮ้! พู่กันทางนี้แก” พู่กันที่พึ่งเดินเข้ามาในโรงอาหารหยุดชะงักทันทีก่อนจะหันไปมองคนที่เอ่ยเรียก เธอส่งยิ้มให้เพื่อนสนิทอย่างเอินด้วยความสดใสก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาเพื่อนๆ ที่ตอนนี้มีเอินกับเจนมานั่งรออยู่แล้ว พวกเธอมีเรียนคาบแรกตอนบ่าย จึงนัดกันมาทานข้าวเที่ยงที่มหาวิทยาลัยก่อนจะเข้าเรียนพร้อมกัน
“หวัดดีทุกคน นี่เรามาสายอีกแล้วเหรอเนี่ย” พู่กันนั่งลงที่เก้าอี้ยาวของโรงอาหารก่อนจะยิ้มขอบคุณเพื่อนอีกครั้งเมื่อเจนเพื่อนสนิทอีกคนได้ยื่นน้ำเปล่ากับข้าวมันไก่มาให้ นี่เธอสายจนเพื่อนๆ ต้องซื้อข้าวมารอเลยเหรอเนี่ย เกรงใจชะมัดเลย!
“หึ ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น แกไม่ได้มาสายหรอก แต่เพราะร้านข้าวมันไก่ใกล้ขายหมดแล้วน่ะสิ เราเลยซื้อมาให้แกก่อน เดี๋ยวจะงอแงที่ไม่ได้กินข้าวมันไก่สุดอร่อยร้านป้าณีอีก” เจนหยอกล้อเพื่อนรักด้วยท่าทีทะเล้น เธอรู้ว่าพู่กันชอบกินข้าวมันไก่และข้าวหน้าเป็ดที่สุด โดยเฉพาะข้าวมันไก่ของโรงอาหารที่คณะ เป็นอะไรที่เพื่อนรักชอบมากที่สุดเพราะนอกจากป้าณีจะให้เยอะแล้วยังทำน้ำซุปกับน้ำจิ้มอร่อยมากๆ ด้วย
“เราไม่ได้งอแงสักหน่อย แต่ถ้าไม่ได้กินก็อาจจะไม่มีแรงไปเรียนเท่านั้นเอง ขอบคุณเจนมากเลยน้าที่ซื้อไว้ให้อะ รู้ใจที่สุดเลย” พู่กันยิ้มจนเกิดลักยิ้มเล็กๆ ตรงมุมปากเพราะเธอเป็นคนกินเก่งและรักในการกินมาก เพราะงั้นเวลาที่ได้กินอาหารที่ชอบก็จะอารมณ์ดีไปทั้งวันเลยล่ะ
“ด้วยความยินดีจ้ะ ถ้าชอบก็กินเยอะๆ จะได้โตทันเพื่อนบ้าง” เจนยังคงหยอกเย้าเพื่อนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู เธอชอบความใจเย็นและความมีเหตุผลของพู่กันมาก ตั้งแต่รู้จักกันมาเจ้าตัวแทบไม่เคยโกรธใครเลย
แถมยังน่ารักและมีน้ำใจกับเพื่อนๆ ด้วย ทำให้ทุกคนในกลุ่มรักและเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวตัวน้อยในกลุ่ม ทั้งๆ ที่พวกเธอก็อายุเท่ากัน แต่เพราะพู่กันตัวเล็กกว่าเพื่อนแถมยังน่ารักและใจดีมาก ทำให้พวกเธอต้องคอยสแกนคนที่เข้ามาหารวมถึงคอยสแกนหนุ่มๆ ที่จะเข้ามาจีบด้วยเพราะไม่อยากให้คนที่น่ารักแบบพู่กันเจอคนไม่ดี เรียกได้ว่าเพื่อนๆ หวงกันทุกคน
“เราโตแล้วนะ แต่เราแค่ตัวเล็กเองอะ” พู่กันทำหน้ายู่ใส่เพื่อนจนสองสาวที่มองอยู่ยิ้มอย่างเอ็นดู เอินเองก็รักเพื่อนคนนี้มากเหมือนกัน ถ้าเปรียบพู่กันเป็นอะไรสักอย่างก็คงจะเป็นสายน้ำเพราะเวลาอยู่ใกล้เธอจะให้ความรู้สึกสงบและเย็นใจ แต่ก็ยังมีความดื้อรั้นนิดๆ ตามประสาน้องสาวคนเล็กของบ้านด้วย
“คิก~ ล้อเล่นน่า เพื่อนใครเนี่ย น่ารักจริงๆ เลย” เจนหยิกแก้มอย่างมันเขี้ยวโดยที่พู่กันก็เอาใบหน้าถูไถมือเพื่อนอย่างอ้อนๆ เธอจะแสดงออกด้วยท่าทีแบบนี้กับคนที่สนิทเท่านั้น
“สรุปที่บอกว่าเราไม่สายเพราะมีคนสายกว่าเราใช่มะ” คนตัวเล็กหันมองรอบๆ โรงอาหารอีกครั้งและพบว่ายังขาดเพื่อนอีกสองคนที่ยังมาไม่ถึง
“อืม แม่ชีประจำกลุ่มยังไม่ถึงเลยน่ะสิ ไม่รู้ว่าแวะไปไหว้พระที่วัดก่อนหรือเปล่า” เอินพูดขึ้นอย่างหยอกล้อก่อนจะถูกพู่กันหยิกเข้าที่แขนเพราะเจ้าตัวแซวเพื่อนอีกแล้วน่ะสิ
“อะ แฮ่ม! นินทาอะไรเรา มันบาปนะ” ดรีมเดินเข้ามาหาเพื่อนๆ ด้วยท่าทีเรียบร้อยเหมือนเดิม ทุกคนจึงยกยิ้มและรีบขยับกระเป๋าออกให้เพื่อนตัวเล็กอีกคนได้นั่งลงก่อนจะพนมมือขึ้นและสาธุออกมาพร้อมกัน
“สาธุค่ะแม่ชี” ดรีมส่ายหน้าไปมาแต่ก็ยิ้มขำเพราะรู้ว่าทุกคนก็เพียงแกล้งเธอเล่นเท่านั้น พู่กันสาธุเสร็จก็รีบยื่นข้าวมันไก่อีกจานให้เพื่อนเพราะเจนซื้อมาให้ครบทุกคนเลย ตอนนี้จะขาดก็แต่ตัวแสบของกลุ่มอย่างภูผา ลูกชายเจ้าสัวใหญ่ร้านเพชรแบรนด์ดังของไทย
“ภูผายังไม่มาเหรอ?” ดรีมรับข้าวมันไก่มาก็รีบบอกขอบคุณเพื่อนก่อนจะมองหาเพื่อนผู้ชายเพียงคนเดียวในกลุ่มที่ยังไม่เห็นหน้า พู่กันส่ายหน้าว่ายังมาไม่ถึงทำให้ทุกคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและส่งสติกเกอร์เข้าไปในแชตกลุ่มเพื่อเร่งคนที่สายที่สุดของกลุ่มก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างชอบใจเพราะภูผาได้ส่งสติกเกอร์มองบนใส่กลับมาหาพวกเธอน่ะสิ
“คิก~ เดี๋ยวให้มันเลี้ยงน้ำปั่นพวกเรา ใครบอกมันสายสุด” เอินยกยิ้มมุมปากโดยที่เจนก็พยักหน้าว่าเห็นด้วย พู่กันกับดรีมยิ้มขำเพื่อนทั้งสองคนเพราะเจนกับเอินคือตัวแสบประจำกลุ่มไม่ต่างจากภูผา ทั้งสองคนเป็นคนเปิดเผย ขี้แกล้ง ขี้กวนและไม่ค่อยกลัวอะไร
ส่วนดรีมกับพู่กันจะเป็นคนที่ใจเย็น มีสติ คิดอะไรก่อนทำเสมอ แต่พู่กันก็ยังไม่ได้เรียบร้อยเท่าดรีม ไม่งั้นดรีมก็คงไม่ถูกเพื่อนๆ ตั้งฉายาว่าแม่ชีประจำกลุ่มเพราะนอกจากจะเรียบร้อย พูดเพราะแล้ว เธอก็ยังใจเย็นมากด้วยและไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นเธอก็จะปล่อยผ่าน ปลงได้กับทุกสิ่งอย่าง สมกับที่เข้าวัดทำบุญมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะคุณป้าที่เลี้ยงเจ้าตัวมาตั้งแต่เด็กบวชเป็นแม่ชีที่วัดใกล้บ้าน เธอจึงซึมซับแต่สิ่งดีๆ และความใจเย็นมา
ด้านพู่กันนั้นแม้เธอจะใจเย็นและมีเหตุผล แต่ถ้ามีคนมาหาเรื่องและถ้าเธอไม่ผิดเธอก็พร้อมจะพุ่งชน เรียกได้ว่าเป็นคนน่ารักแต่ไม่ได้นุ่มนิ่มและอ่อนแอ ออกจะเป็นคนแมนๆ ด้วยซ้ำและที่สำคัญเธอเป็นคนที่ขี้เกรงใจคนอื่นมาก มักจะชอบช่วยเหลือตัวเองและทำอะไรด้วยตัวเองเสมอ หากใครทำอะไรให้หรือช่วยเหลืออะไรไว้ เธอจะรีบตอบแทนน้ำใจนั้นแทบจะทันที เป็นคนตัวเล็กแต่ใจใหญ่มาก
“ไอ้ภูมันบอกพวกเราให้กินข้าวกันเลย ไม่ต้องรอ มันกินแถวคอนโดมาแล้ว” เจนที่ก้มพิมพ์ข้อความตอบภูผาอยู่ก็เงยหน้าบอกเพื่อนๆ ซึ่งทุกคนก็พยักหน้าและเริ่มทานข้าวกันเพราะอีกสามสิบนาทีพวกเธอต้องเข้าเรียนคาบแรกกันแล้ว
“วันนี้ต้องเรียนรวมกับเพื่อนๆ หลักสูตรสี่ปีใช่ปะ” พู่กันเปิดดูตารางเรียนแล้วก็เงยหน้าถามเพื่อนๆ อีกครั้ง มหาวิทยาลัยเอกชน VN ที่พวกเธอเรียนอยู่เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังของย่านนี้ มีนักศึกษาเข้ามาเรียนมากมายโดยเฉพาะคณะที่พวกเธอเรียนอย่างคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ที่นี่มีให้เลือกว่าจะเรียนหลักสูตรสี่ปีหรือหลักสูตรห้าปีซึ่งพวกเธอเลือกเรียนหลักสูตรห้าปีเพราะหลังจากเรียนจบก็จะได้รับวุฒิการศึกษาเป็นสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิตและสามารถไปสอบใบประกอบวิชาชีพสถาปัตย์ได้เลย
ส่วนหลักสูตรสี่ปีของทางมหาวิทยาลัยจะได้รับอีกวุฒิการศึกษาจะไม่ได้รับวุฒิการศึกษาเป็นสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิตโดยตรงและอาจต้องเรียนเพิ่มอีกเพื่อไปสอบไปประกอบวิชาชีพทำให้พวกเธอเลือกเรียนห้าปีไปเลยจะได้จบๆ ไป แม้อาจจะใช้เวลาหน่อยแต่ก็คิดว่าเหนื่อยไปเลยทีเดียวดีกว่า ซึ่งพี่ชายฝาแฝดเธอก็เลือกเรียนหลักสูตรห้าปีเช่นกันแต่เป็นสาขาสถาปัตยกรรม ส่วนเธอและเพื่อนๆ เรียนสาขาสถาปัตยกรรมภายใน
แต่แม้จะเรียนกันคนละสาขาแต่เมื่อถึงเวลาสอบ พี่ชายเธอก็ช่วยติวข้อสอบให้เธอได้มากทีเดียว โดยเฉพาะพี่ดลที่อาสาช่วยติวให้อีกแรงแถมยังช่วยเธอได้เยอะกว่าพี่ไม้อีก พี่ดลเรียนสาขาเดียวกันกับพี่ชายฝาแฝดเธอแต่เจ้าตัวเรียนเก่งแถมยังใจดีและใจเย็น เธอจึงชอบให้พี่ดลติวข้อสอบให้มากกว่า
“ใช่ๆ รู้สึกจะเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะสถาปัตย์นะ โคตรไม่ชอบเลยวิชานี้ เฮ้อ!” เจนบ่นออกมาซึ่งเอินก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ทั้งสองคนมักจะมีความคิดเห็นตรงกันเสมอ ส่วนวันนี้ที่พวกเธอต้องเรียนรวมกับเพื่อนๆ หลักสูตรสี่ปีเพราะนักศึกษาปีหนึ่งและปีสองของคณะนี้ส่วนใหญ่จะต้องเรียนรวมกันไปก่อนจนกว่าจะขึ้นปีสาม
“หึ ทำไมล่ะ” พู่กันถามยิ้มๆ อย่างไม่เข้าใจ เพราะเธอคิดว่าวิชานี้อาจารย์ก็สอนสนุกดี
“ก็อาจารย์ชอบสั่งงานเยอะ แถมยังชอบให้จับคู่ทำงานแบบจับฉลากเอา บางครั้งก็ไม่ได้อยากคู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนตัวเองอะ” เจนยังคงบ่นอย่างไม่ชอบใจเพราะการทำงานกับคนที่ไม่สนิทกัน มันค่อนข้างอึดอัดใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ
คงได้แต่ภาวนาให้อาจารย์จับชื่อเธอให้ได้คู่กับกลุ่มเพื่อนซึ่งจะเป็นใครก็ได้เพราะเพื่อนๆ ของเธอเรียนเก่งและขยันกันทุกคน แม้แต่ภูผาที่ขี้เกียจๆ แต่พอทำงานเป็นคู่หรือเป็นกลุ่ม มันก็ทำได้ดีและมีความรับผิดชอบมาก
“เอาน่า อาจจะได้คู่กันเองก็ได้นะ อย่าพึ่งคิดมากเลย” ดรีมปลอบเพื่อนเสียงอ่อนหวานซึ่งทำให้เจนและเอินรู้สึกดีขึ้นมาและอดที่จะยิ้มกับความคิดบวกและมองโลกในแง่ดีของดรีมไม่ได้ แบบนี้จะไม่ให้พวกเธอเรียกแม่ชีได้ยังไง แสนดีและน่ารักขนาดนี้
“โอเคๆ ได้รับคำปลอบใจจากแก พวกฉันก็รู้สึกดีขึ้นแล้วเนี่ย” เจนกับเอินรีบขยับไปดึงแก้มเพื่อนอย่างอดใจในความน่ารักไม่ไหว ดรีมเป็นสาวหวานตัวเล็กๆ น่ารัก ส่วนพู่กันก็ตัวเล็กแต่จะมีความน่ารักสดใสไม่ได้เป็นสาวหวานและเรียบร้อยเกินไป ส่วนเธอกับเอินจะสูงกว่าเพื่อนทั้งสองคนขึ้นมาหน่อย มีความเป็นสาวมั่นและขี้เล่น
“คิก~ ไปเถอะ ไปรอเข้าเรียนกันดีกว่า แต่ก่อนเข้าไปเรียน เราขอเลี้ยงน้ำปั่นทุกคนนะ” พู่กันหยิบไอแพดและหนังสือใส่กระเป๋าผ้าก่อนจะบอกเพื่อนๆ ด้วยรอยยิ้มสดใส
“เฮ้อ! บอกแล้วว่าไม่ต้องเกรงใจ พวกฉันทำอะไรให้ทีไร ก็ต้องรีบหาของตอบแทนตลอด” เจนส่ายหน้าไปมากับความขี้เกรงใจของเพื่อน แค่พวกเธอซื้อน้ำกับข้าวมันไก่ไว้ให้ก็เกรงใจกันอีกแล้ว
“งื้อ ให้เราเลี้ยงเถอะนะ ไม่งั้นเราไม่สบายใจอะ” เธอทำตาปริบๆ ใส่เพื่อนจนทุกคนต้องถอนหายใจแต่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ คนอะไรทำหน้าแบบไหนก็น่ารักไปหมด
“โอเคๆ แกกับไอ้ดรีมนี่เหมือนกันจริงๆ ทำอะไรให้ก็เกรงใจไปหมด รู้จักกันมาปีกว่าแล้วนะ เลิกเกรงใจเพื่อนได้แล้ว” ทั้งดรีมและพู่กันยิ้มอย่างเขินๆ เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่ายังไงเหมือนกัน ก็มันอดเกรงใจไม่ได้นี่นา แต่พอเห็นเพื่อนทำสีหน้าจริงจัง พู่กันจึงอ้อมแอ้มบอกเพื่อนเสียงเบาเพราะเธอมีเรื่องรบกวนเพื่อนๆ แล้วน่ะสิ
“งั้นวันนี้เราจะไม่เกรงใจแล้วกันนะ ใครก็ได้ไปส่งเราที่คอนโดพี่ครามหน่อย” เธอทำตาปริบๆ อีกครั้งอย่างออดอ้อนเพื่อน
“หืม ไม่ขับรถมาเองอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย” เอินหรี่ตาถาม เธอรู้ว่าพู่กันไม่ชอบขับรถเพราะไม่ชอบรถติด ทำให้ช่วงสอบจะเห็นเธอนั่งวินมอเตอร์ไซค์มาสอบเสมอ ส่วนรถยนต์ของเธอไม่ทิ้งไว้ที่ห้างก็ทิ้งไว้ที่คอนโดพี่ชายตัวเองนั่นแหละ
“ขับมา แต่รถติดก็เลยจอดไว้ที่คอนโดพี่ครามก่อน” เอินหลุดขำเพราะมันไม่ผิดไปจากที่เธอคิดนัก
“อ้าว แล้วพี่ชายแกไปไหน ปกติถ้าแกไปหาที่คอนโดจะขับรถมาส่งไม่ใช่เหรอ” เจนถามขึ้นมาบ้าง ปกติแล้วพี่ชายฝาแฝดของพู่กันเป็นห่วงน้องสาวมากนะ
“เราโทรหาแล้วไม่รับ นี่ก็พึ่งจะส่งข้อความมาบอกว่าเมาหนัก พึ่งตื่น” พู่กันส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยใจ รับส่งเธอได้สามวันตามที่รับปากไว้ พี่ครามก็ชิ่งหนีกลับคอนโดเลยส่วนวันนี้ไม่ใช่แค่พี่ไม้ที่เมาหนัก พี่ครามก็เป็นไปกับเขาด้วย เธอถึงต้องนั่งวินมาเรียนเอง
ซึ่งเธอก็ไม่ได้น้อยใจอะไรหรอกเพราะปกติก็ชอบช่วยเหลือตัวเองอยู่แล้ว ยกเว้นก็แต่พี่ชายจะใจดีอยากมาส่งเธอเอง โดยเฉพาะเวลาที่พี่ชายเธอกลับไปนอนบ้าน เธอก็จะได้รับอานิสงส์ผลบุญอย่างที่เคยได้มาก่อนหน้านั้น
“หึ แสดงว่าเมาหนักจริงๆ” พวกเธอได้ยินมาเหมือนกันว่ากลุ่มของพี่ครามเที่ยวกลางคืนกันบ่อยมาก เห็นตื่นมาเรียนกันทันตลอดก็ถือว่าเก่งมากแล้ว จะมีก็แต่พี่ดลที่ดูเป็นผู้เป็นคนสุดในกลุ่มนั้น ทั้งอบอุ่นและใจดี แต่ถ้าถามว่าใครหล่อสุดในกลุ่มก็คงต้องบอกว่าเป็นพี่ชายฝาแฝดของพู่กัน คนอะไรหล่อกันยันท้ายทอย ทั้งสูงและขาว หุ่นก็ดีอย่างกับนายแบบเลยล่ะ
“ไปเถอะ จะถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว อดกินน้ำปั่นไม่รู้ด้วยน้า” พู่กันยิ้มทะเล้นใส่เพื่อนๆ ก่อนจะชวนทุกคนไปร้านน้ำปั่นข้างๆ กับตึกคณะที่พวกเธอเรียน ซึ่งตอนนี้ภูผาได้ขับรถฝ่ารถติดมารอพวกเธออยู่หน้าตึกเรียนแล้ว ขืนไปช้ากันเจ้าตัวได้บ่นพวกเธอจนหูชาแน่ๆ…
