บทที่ 1 ลาขาดคนเฮงซวย 1

ลาขาดคนเฮงซวย

เสียงปากกาตวัดลงบนแผ่นกระดาษขาวเสียงดังแกรก มีนาจรดปลายปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงในใบสำคัญการหย่าด้วยมือที่นิ่งสนิท ไม่มีอาการสั่นเทา ไม่มีหยาดน้ำตา และไม่มีความลังเลใจแม้แต่นิดเดียว

มีนาในวัย 28 ปี อดีตดาวคณะมนุษยศาสตร์ผู้เคยยอมทิ้งอนาคตมาเป็นแม่บ้านฟูลไทม์ให้สามีอยู่ 3 ปี บัดนี้เธอไม่ได้อยู่ในลุคเสื้อยืดตัวโคร่งหัวฟูเหมือนวันวาน วันนี้เธอจัดเต็มด้วยชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิท ดัดผมลอนคลายรับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีสด ขับเน้นรูปร่างนาฬิกาทรายและผิวขาวจัดจนคนมองตาค้าง

เธอยืดตัวตรง ดึงเอกสารส่งคืนให้เจ้าหน้าที่ศาลด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

"เรียบร้อยค่ะ" มีนาเอ่ยเสียงเรียบพลางหันไปมองคนที่นั่งหน้าซีดอยู่ฝั่งตรงข้าม

ภูมิ อดีตสามีหนุ่มนักเรียนนอกและนลิน เมียน้อยที่เป็นรุ่นน้องในที่ทำงาน นั่งหน้าถอดสีจนแทบเขียว ทั้งคู่ไม่เคยคิดว่ามีนาที่ดูซื่อๆ จะแอบเก็บหลักฐานการเป็นชู้

ทั้งภาพถ่ายและสเตตเมนต์การโอนเงินซื้อของหรูมานานนับปี จนฝั่งนั้นดิ้นไม่หลุด ต้องยอมเซ็นใบหย่าและคืนทรัพย์สินทั้งหมดแต่โดยดี ทั้งบ้าน รถยุโรป 2 คัน และเงินสดในบัญชีรวมอีกกว่า 8 ล้านบาท ทิ้งให้ภูมิเหลือแต่บริษัทที่กำลังขาดสภาพคล่องและหนี้สินรุมเร้า

"มีน ทำไมทำกับพี่รุนแรงขนาดนี้ เงินสดไม่เหลือให้พี่ตั้งตัวเลยนะ" ภูมิเค้นเสียงพูดพยายามใช้น้ำเสียงตัดพ้อแบบที่เคยใช้ได้ผลในอดีต

มีนาขยับแว่นกันแดดราคาแพงขึ้นมาสวม ก่อนจะจ้องมองชายตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า

"ตอนที่พี่พาผู้หญิงคนนี้มานอนบนเตียงของฉัน พี่เคยคิดถึงตอนที่ฉันต้องตั้งตัวไหมคะ ทรัพย์สินพวกนี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับสามปีที่ฉันเสียเวลาชีวิตไปกับคนแบบพี่ ลาขาดค่ะ" มีนาตัดบทเสียงเฉียบขาด เธอไม่เปิดโอกาสให้ภูมิได้อ้อนวอน

"สะใจเป็นบ้าเลยแก ดูหน้านังเมียน้อยสิ ซีดจนจะเป็นกระดาษเอสี่อยู่แล้ว" เกล เพื่อนสนิทสุดแซ่บรีบเดินเข้ามากอดแขนมีนาทันทีที่เดินพ้นประตูห้องพิจารณาคดี

"ฉันบอกแกแล้วไงเกล ว่าคนอย่างฉันถ้าจะฟาด ต้องฟาดให้จมดิน" มีนายิ้มกว้าง ความรู้สึกอึดอัดที่สะสมมานานมลายหายไปจนหมดสิ้น

"ไปค่ะคุณเพื่อนขา คืนนี้ฉันเตรียมฉลองความโสดให้แกแบบจัดเต็ม คอนโดใหม่แกฝั่งสุขุมวิทก็แต่งเสร็จแล้ว ชีวิตใหม่เริ่มวันนี้แหละ" เกลเชิดหน้าพูดพลางลากแขนเพื่อนสาวเดินออกไปจากศาล ทิ้งให้อดีตผ่าซากสองคนยืนทะเลาะกันเองอยู่เบื้องหลัง

มีนาหมุนตัวก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ ต่อจากนี้ไป ผู้ชายและความรักจะเป็นแค่เรื่องไร้สาระสำหรับเธอ มีนาคนเดิมที่ยอมเป็นของตายได้ตายจากไปแล้ว และเธอตั้งมั่นไว้ว่าจะปิดตายหัวใจดวงนี้ไว้ให้แน่นหนาที่สุด

บ่ายวันเดียวกัน รถสปอร์ตของเกลเลี้ยวเข้ามาจอดในคอนโดมิเนียมหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางสุขุมวิท ที่นี่คือห้องใหม่ของมีนาที่ซื้อด้วยเงินสดจากการฟ้องหย่า

"ห้องแกสวยมากมีน สมราคาหลักล้าน" เกลเอ่ยชมหลังจากช่วยยกกระเป๋าเสื้อผ้าใบสุดท้ายเข้ามาวางในห้องชุดสุดหรูที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวและทองอย่างลงตัว

"อืม ฉันก็ชอบ ต่อไปนี้ที่นี่คือเซฟโซนของฉัน" มีนาวางกระเป๋าแบรนด์เนมลงบนโต๊ะ ทอดสายตามองวิวเมืองหลวงผ่านกระจกใสบานใหญ่จากชั้น 35 ด้วยความรู้สึกโปร่งโล่ง

"งั้นแกพักผ่อนไปก่อนเลยนะ ตอนค่ำแต่งตัวชุดที่แซ่บที่สุดในชีวิตมารอฉัน คืนนี้เราจะไปถล่มบาร์ลับกัน" เกลสั่งเสียงใสก่อนจะขอตัวกลับไปเคลียร์งาน

หลังจากเกลกลับไป มีนาจัดเสื้อผ้าเข้าตู้จนเสร็จก็รู้สึกคอแห้ง เธอเปิดประตูตั้งใจจะเดินลงไปหาซื้อน้ำดื่มที่ร้านสะดวกซื้อใต้คอนโด แต่ทันทีที่ก้าวขาพ้นประตูห้อง ดวงตาคู่สวยก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

ที่ระเบียงทางเดินร่วม ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คนหนึ่งกำลังยืนพิงลูกกรงเหล็กอยู่

เขาเป็นเจ้าของห้องติดกันกับเธอ ชายหนุ่มสวมเพียงกางเกงวอร์มขายาวสีเทาตัวเดียว ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นแผงอกกว้าง ลอนซิกแพ็กแน่นหนาที่เรียงตัวสวยงาม และแนวเส้นวีไลน์ที่จมหายเข้าไปในขอบกางเกงอย่างน่าหวาดเสียว ผิวสีแทนคร้ามแดดและรอยสักรูปมังกรพาดผ่านแผ่นหลังกว้างยาวลงมาถึงต้นแขนทำให้เขาดูดิบเถื่อนและทรงพลัง

ในมือหนาคีบบุหรี่ที่ส่งควันลอยล่อง ใบหน้าคมคายราวกับรูปสลักดุดัน นัยน์ตาคมกริบดุจตาเสือตวัดมามองมีนาทันทีที่ได้ยินเสียงประตู

สบตากันเพียงวินาทีเดียว มีนารู้สึกเหมือนกระแสไฟบางอย่างแล่นพล่านซ่านไปทั้งตัว หัวใจที่ไม่รักดีกระตุกวูบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"น้องใหม่เหรอครับ" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเล็กน้อย ท่าทางของเขาดูนิ่ง สงบ แต่สายตาที่กวาดมองสำรวจชุดเดรสรัดรูปของมีนาตั่งแต่หัวจรดเท้านั้น ดุดันและร้อนแรงเหมือนเสือที่กำลังมองหาเหยื่อ

บทถัดไป