บทที่ 2 ลาขาดคนเฮงซวย 2
ลาขาดคนเฮงซวย
"ค่ะ!!! เพิ่งย้ายเข้าวันนี้" มีนาพยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น เธอเชิดหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณสาวมั่น
ชายหนุ่มพ่นควันบุหรี่ออกไปทางอื่นช้าๆ ก่อนจะหันมามองสบตากับเธอตรงๆ อีกครั้ง รอยยิ้มมุมปากหยักลึกขึ้นคล้ายจะหยั่งเชิง
"ผมชื่อ สิงหา อยู่ห้องข้างๆ มีอะไรให้ช่วยก็เคาะเรียกได้ตลอดเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงนะครับคุณเพื่อนบ้าน"
คำว่าช่วยของเขาถูกเน้นหนักด้วยน้ำเสียงที่ชวนให้คิดลึก สายตาคมกริบคู่นั้นยังคงจับจ้องที่ริมฝีปากอิ่มของเธออย่างไม่วางตา จนมีนารู้สึกหน้าร้อนวูบวาบจนต้องรีบหมุนตัวเดินไปที่ลิฟต์ทันที โดยมีสายตาแสนลึกลับและดุดันของสิงหาจับจ้องตามหลังไปทุกก้าว
ประเดิมวันแรกของการหย่า กำแพงหัวใจที่บอกว่าปิดตายก็โดนเขย่าแรงซะแล้ว
หลังจากที่ประตูปิดลง ความเงียบสงบก็เข้าปกคลุมห้องชุดหรู มีนาเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนโซฟา เธอเอนหลังพิงพนักนุ่ม
หลับตาลงช้าๆ เพื่อซึมซับความเงียบที่โหยหามานาน ทว่าในความเงียบนั้น ภาพจำเก่าๆ และบาดแผลในอดีตกลับค่อยๆ ฉายชัดขึ้นมาในสมอง
ตลอดสามปีที่ผ่านมา ภูมิเปลี่ยนจากผู้ชายที่อบอุ่น กลายเป็นคนใจร้ายอย่างสมบูรณ์แบบ มีนายังจำได้ดีถึงคืนวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม เธอนั่งรอสามีอยู่ที่โต๊ะอาหารตั้งแต่หัวค่ำจนถึงตีสอง แต่อาหารบนโต๊ะกลับเย็นชืดพอๆ กับหัวใจของเธอ
เมื่อภูมิเดินเปิดประตูเข้ามาในบ้าน สภาพของเขาคือเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่พ่วงมาด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงฉุนกึก และรอยคราบลิปสติกสีชมพูอ่อนที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อ
เมื่อเธอเอ่ยปากถามด้วยความห่วงใย ภูมิกลับสะบัดกระเป๋าลงบนโซฟาอย่างแรง แล้วหันมาตวาดใส่เธอด้วยสายตาเหยียดหยาม
‘จะอะไรหนาหนามีน! พี่ไปทำงาน ไปประชุมกับลูกค้า คอยจับผิดอยู่ได้ วันๆ นั่งงอมืองอเท้าอยู่บ้านใช้แต่เงินพี่ ไม่คิดจะหัดทำตัวให้มันมีประโยชน์บ้างหรือไง รำคาญ!’
คำพูดถากถางนั้นกรีดลึกสลักลงบนใจ ทั้งที่เธอยอมทิ้งอนาคต ยอมปฏิเสธงานมั่นคงเพื่อมาทำหน้าที่เมีย คอยซักผ้า อดหลับอดนอนทำอาหาร และดูแลบ้านให้เขาอย่างไม่เคยบกพร่อง แต่เธอกลับกลายเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าที่วันๆ เอาแต่ผลาญเงินในสายตาของเขา
ภูมิเริ่มกลับบ้านเช้า บางวันไม่กลับเลยด้วยซ้ำ ทว่าเขากลับมีเงินซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมใบละแสนโอนอวดในไอจีสตอรี่ของนลิน รุ่นน้องเลขาฯ หน้าซื่อตาใสคนนั้น
จุดแตกหักที่ทำให้มีนาตื่นจากฝันร้ายคือบ่ายวันหนึ่งที่ภูมิบอกว่าต้องไปดูงานต่างจังหวัดสามวันและเธอจะไปอยู่กับแม่ในระหว่างที่สามีไม่อยู่ มีนาที่ลืมกุญแจสำรองไว้ที่บ้านจึงตัดสินใจวนรถกลับมาเอา แต่ทันทีที่ก้าวขาเข้าบ้าน เธอกลับได้ยินเสียงหัวเราะต่อกระซิกดังแว่วมาจากห้องนอนชั้นบน ประตูห้องนอนเปิดแแง้มไว้เล็กน้อย และภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็คือ ภูมิกำลังโอบกอดและหยอกล้ออยู่กับนลินบนเตียงนอนคู่วิวาห์ของเธออย่างเริงร่า
‘พี่ภูมิขา แล้วถ้าเมียพี่กลับมาเห็นล่ะคะ นลินกลัวจังเลย’ นลินแสร้งทำเสียงออดอ้อน ซบหน้าลงกับอกกว้าง
ภูมิหัวเราะร่า คว้าคางนลินขึ้นมาจูบอย่างรักใคร่
‘ช่างมันสิ นังนั่นมันก็แค่ของตาย วันๆ หน้าดำคร่ำเครียดอยู่แต่ในครัว แต่งตัวเชยๆ เหมือนป้าข้างบ้าน เห็นแล้วหมดอารมณ์ นลินไม่ต้องกลัวนะ ถ้ามีนมันรู้แล้วรับไม่ได้ อยากจะหย่า พี่ก็พร้อมหย่า เงินทองพี่สร้างเอง มีนไม่มีสิทธิ์ได้ไปสักบาทเดียว’
คำพูดประโยคนั้นของภูมิทุบกำแพงความอดทนของมีนาจนแตกละเอียด หยาดน้ำตาที่เคยไหลรินเพื่อความเสียใจบัดนี้มันเหือดแห้งไปจนหมดสิ้น ความรักที่เคยมีแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังและเวทนา
มีนากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอไม่ได้ผลักประตูเข้าไปอาละวาดตบตีให้ตัวเองดูต่ำต้อย แต่เธอยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดเปิดกล้องวิดีโอแล้วบันทึกภาพความเลวระยำของคนทั้งคู่ไว้ทุกช็อตอย่างนิ่งสงบ
หลังจากวันนั้น มีนาเปลี่ยนเป็นคนใหม่ทันที เธอแอบรวบรวมหลักฐาน สเตตเมนต์ และวางแผนฟ้องชู้ยึดทรัพย์สินทุกชิ้นอย่างเลือดเย็น จนกระทั่งประสบความสำเร็จในวันนี้ วันที่ภูมิและเมียน้อยต้องคลานเข่าออกจากบ้านตัวเปล่าเล่าเปลือย
มีนาลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น เธอรู้ดีว่าหัวใจของเธอยากที่จะรักใครได้อีกในตอนนี้
