บทที่ 1 1
การจราจรยามเช้าเป็นอะไรที่ติดขัดมากโดยเฉพาะถนนสายหลักใจกลางกรุงเทพฯ แบบนี้เพราะถนนสายนี้เป็นที่ตั้งของบริษัทและโรงแรมมากมายทำให้มีมนุษย์เงินเดือนจำนวนมากที่ต่างเร่งรีบกันเพื่อจะไปให้ทันเวลาทำงาน หนึ่งในนั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังวิ่งหลบหลีกผู้คนเพื่อไปให้ทันเวลา
เอี๊ยด!!!
เสียงเบรกห้ามล้อของรถสปอร์ตหรูดังขึ้น ทำให้ผู้คนแถวนั้นต่างก็หันมามองด้วยความตกใจว่ามีคนเป็นอะไรหรือได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า
“น้องเป็นอะไรหรือเปล่า” ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ใกล้สุดเดินเข้ามาประคองและถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นอะไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” หญิงสาวพูดและยกมือไหว้ผู้ช่วยเหลือแล้วรีบวิ่งไปทันทีโดยไม่รอให้เจ้าของรถลงมาแต่อย่างใด ผู้คนแถวนั้นพอเห็นว่าไม่มีใครเป็นอะไรก็ต่างเร่งรีบทำหน้าที่ของตัวเองต่อ แต่ก็ไม่วายหันมามองรถสปอร์ตคันหรูที่เห็นว่ามีชายหนุ่มเป็นคนขับ สายตาไม่พอใจถูกส่งไปให้คนที่นั่งอยู่ในรถที่ไม่สนใจลงมาดูหญิงสาวที่ล้มเมื่อกี้ด้วยซ้ำ
กันติทัต ชายหนุ่มวัยสามสิบปีนั่งนิ่งมองไปยังหญิงสาวร่างบางที่วิ่งมาตัดหน้ารถพอดี ดีที่ว่าเขาเหยียบเบรกได้ทัน ตอนแรกเขากำลังจะลงไปดูแต่ไม่ทันได้เปิดประตูรถหญิงสาวคนนั้นก็วิ่งหนีไปท่ามกลางผู้คนมากมาย ถึงอย่างนั้นด้วยสายตาที่เฉียบคมก็สังเกตได้ว่าหญิงสาวคนนี้มีรูปร่างสูงโปร่ง ทรวดทรงอกเอวน่าดึงดูดสายตามากๆ ถึงแม้จะติดใจและสงสัยแต่เขาก็ไม่มีเวลาคิดนาน เพราะเช้านี้เขามีประชุมผู้ถือหุ้นทั้งหมด ระหว่างที่นั่งคิดถึงหญิงสาวคนเมื่อกี้เสียงโทรศัพท์เครื่องบางก็ดังขัดความคิดขึ้นมาก่อน
“ครับพี่นุชผมกำลังจะถึงโรงแรมแล้วอีกห้านาที” กันติทัตพูดกับเลขาฯ สาวที่โทรมาตามเพราะใกล้ได้เวลาเข้าประชุมแล้ว และห้านาทีต่อมารถสปอร์ตคันหรูก็มาจอดที่หน้าโรงแรมชื่อดังสุดหรู ร่างสูงก้าวลงจากรถทันทีที่พนักงานรักษาความปลอดภัยเปิดประตูรถให้อย่างรู้หน้าที่
“ขอบใจมาก” ชายหนุ่มจะพูดแบบนี้ทุกครั้งทำให้พนักงานที่นี้ต่างรักและเคารพชายหนุ่มมาก และทันทีที่ร่างสูงของกันติทัตเดินเข้ามาในโรงแรมก็เรียกสายตาจากสาวน้อยสาวใหญ่รอบข้างได้เป็นอย่างดี รูปร่างที่สูงใหญ่ที่อยู่ในชุดสูทสากลสีดำสนิทยิ่งส่งเสริมให้ชายหนุ่มดูน่าเกรงขาม ใบหน้าคมเข้มที่ดูเกลี้ยงเกลาแต่มีไรหนวดเขียวพอเห็นอยู่บ้างนับว่าส่วนประกอบของเขาช่างดึงดูดสายตาคนที่พบเห็นได้เป็นอย่างดี แต่กันติทัตกับไม่สนใจอะไรนอกจากรีบสาวเท้าเดินไปที่ลิฟท์ผู้บริหารเท่านั้น
“บอสเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ ผมเห็นสัญญาณรถบอสจอดนิ่งก่อนถึงหน้าโรงแรม” วิทยาที่ยืนรออยู่หน้าลิฟท์ถามขึ้นอย่างร้อนใจ
“นี่นายเล่นมายืนดักรอฉันอย่างนี้เลยเหรอวิทย์” กันติทัตแซ็วชายหนุ่มที่ทำหน้าเป็นบอดี้การ์ดแต่ก็ไม่ได้ทำหน้าที่สักเท่าไร เพราะเขาไม่ชอบให้ใครมาขับรถให้และชอบไปไหนคนเดียวตลอด
“บอสครับ” วิทยาเรียกเจ้านายตัวเอง
“ไม่มีมีอะไรหรอกมีคนตัดหน้ารถนิดหน่อย แต่ไม่มีใครเป็นอะไรหรอกนายไม่ต้องทำหน้าตาเคร่งเครียดขนาดนั้นก็ได้” กันติทัตเดินมาถึงห้องทำงานตัวเองและหันไปทักทายเลขาฯ สาวที่ลุกขึ้นทันทีที่เขาเดินมาถึง
“พี่นุชผมขอดูเอกสารการประชุมก่อนนะครับ” กันติทัตเปิดประตูเข้าห้องไปทิ้งให้บอดี้การ์ดหนุ่มยืนขมวดคิ้วอยู่นอกห้อง พี่นุชหรือนุชนารถหยิบเอกสารการประชุมพร้อมกับกาแฟที่ชงมารออยู่ก่อนแล้ว
“ผู้บริหารท่านอื่นมากันครบหรือยังครับพี่นุช” กันติทัตถามทันทีที่เห็นเลขาฯ สาวเดินเข้ามาในห้อง
“มากันครบแล้วค่ะ ตอนนี้ทุกคนนั่งรอบอสอยู่ที่ห้องประชุมแล้วค่ะ” นุชนารถพูดพร้อมกับวางถ้วยกาแฟบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่อย่างรู้หน้าที่
“งั้นผมขออ่านเอกสารสักครู่นะครับ” กันติทัตพูดและก้มลงอ่านเอกสารเพื่อตรวจเรื่องที่จะประชุมอีกครั้ง และเป็นอย่างนี้ตลอดไม่ว่าการประชุมจะเล็กหรือใหญ่เขามักจะตรวจเอกสารการประชุมทุกครั้ง ไม่มีอะไรที่เขาจะปล่อยให้รอดพ้นสายตาไปได้
ชั้นสามสิบเก้าเป็นชั้นที่มีแผนกต่างๆ อยู่รวมกันหลายแผนกหนึ่งในนั้นคือแผนกบัญชีซึ่งเป็นส่วนสำคัญมาก พนักงานทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่เพราะที่โรงแรมให้ค่าตอบแทนที่สูงมากกว่าที่อื่น สวัสดิการต่างๆ ก็ดีมากเช่นกัน ขนาดพนักงานฝึกงานยังมีค่าตอบแทนให้เลยทำให้นักศึกษาทั่วไปอยากเข้ามาฝึกงานที่นี่ทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ว่าใครจะมาทำงานได้ เพราะที่นี่มีการคัดเลือกนักศึกษาฝึกงานทำให้มีแต่ระดับหัวกะทิเท่านั้นที่ได้ฝึกงานและหนึ่งในนั้นคือ
“แพรเกิดอะไรขึ้นวันนี้ทำมาสายกว่าทุกวันล่ะ” หญิงสาวรุ่นพี่คนหนึ่งถามอย่างแปลกใจ เพราะไม่เคยมีสักครั้งที่สาวน้อยคนนี้จะมาทำงานสาย ปกติหญิงสาวมาทำงานก่อนใครเพื่อนด้วยซ้ำ
แพรธาราหญิงสาวอายุยี่สิบเอ็ดปี มีรูปร่างสูงโปร่งถ้าเจ้าตัวเอาดีทางด้านนางแบบคงจะรุ่งแน่นอน แถมยังมีสัดส่วนที่ทำให้ชายหนุ่มที่พบเห็นต้องมองคอเหลียวหลังทุกคน ส่วนผู้หญิงก็มองด้วยความอิจฉากันทั้งนั้น ใบหน้าหวานสวยซึ้ง ผมที่ยาวตรงถึงกลางหลังถูกจัดแต่งอย่างเหมาะสมกับหน้าที่
“ขอโทษค่ะพี่จุ๊บพอดีเมื่อเช้าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ” แพรธาราบอกรุ่นพี่ที่สนิทกันในแผนก
“อ้าว!! แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่า” หญิงสาวรีบถามพร้อมกับกวาดสายตามองไปร่างโปร่งอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นอะไรมากค่ะแค่เป็นแผลถลอกที่ข้อศอกนิดหน่อยเองค่ะ” แพรธาราพูดพร้อมกับหันข้อศอกให้รุ่นพี่ดู
“งั้นไปทำแผลที่ห้องพยาบาลก่อนดีกว่า เช้านี้ยังไม่มีงานยุ่งเท่าไรเพราะวันนี้มีประชุมผู้บริหารกัน” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอิดออดเธอเลยเป็นคนพาแพรธาราไปที่ห้องพยาบาลด้วยตัวเอง เธอรักและเอ็นดูแพรธาราเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเพราะความที่หญิงสาวเป็นเด็กดีรู้จักหน้าที่มีน้ำใจให้กับเพื่อนร่วมงานทุกคนไม่ใช่แค่เธอที่รักและเอ็นดูทุกคนในแผนกต่างก็รู้สึกแบบเดียวกัน
“แพรเดี๋ยววันนี้ไปทานข้าวกับพวกพี่นะ วันนี้วันเกิดพี่พุธเขาเลี้ยงส้มตำกัน” จุ๊บบอกหญิงสาวรุ่นน้องหลังจากที่ทำแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“แต่ว่า...” แพรธารากำลังจะปฏิเสธแต่ก็ถูกขัดขึ้นเสียก่อน
“ไม่มีแต่จ้ะ เป็นเด็กเป็นเล็กไม่ต้องคิดมากมีหน้าที่ทานให้เต็มที่ก็ทานไปเถอะ” จุ๊บดุเสียงจริงจังทำให้หญิงสาวที่ถูกดุต้องยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อถึงแผนกต่างคนก็กลับไปทำงานหน้าที่ของตัวเอง
