บทที่ 12 12

“ดิฉันทานอะไรก็ได้ค่ะ ที่จริงไม่ต้องมีเลี้ยงต้อนรับอะไรก็ได้ค่ะแค่บอสให้โอกาสดิฉันมาฝึกงานที่นี่ก็พอแล้วค่ะ” ไม่รู้ทำไมเธอรู้สึกไม่กล้าอยู่กับชายหนุ่มคนนี้ตามลำพังเพราะสายตาเขามันช่างมีแรงดึงดูดมากเหลือเกิน

“ไม่เป็นไรหรอกเพราะนักศึกษาฝึกงานรุ่นก่อนๆ ผมก็เลี้ยงต้อนรับแบบนี้ทุกครั้ง” กันติทัตพูดปดออกมาเรื่องอะไรจะบอกว่างานในส่วนของเขาไม่เคยมีนักศึกษาฝึกงานเลยสักปี เพราะเขาไม่ต้องการให้มีปัญหาถ้านักศึกษาคนนั้นคิดหวังทางลัด แต่ผู้หญิงคนนี้กลับต่างออกไปเพราะเธอไม่เคยแสดงอะไรออกมาเลยแม้กระทั่งสบตายังไม่กล้า

“ดิฉันทานอะไรก็ได้จริงๆ ค่ะปกติก็ไม่ค่อยได้ทานข้าวข้างนอกอยู่แล้วเลยไม่รู้จัดร้านอาหารที่ไหนดี”

“อย่างนั้นเองเหรองั้นก็เอาตามที่พี่นุชบอกแล้วกัน” พอเห็นว่าเจ้านายไม่มีอะไรจะพูดหรือถามอีกเธอเลยเดินออกจากห้องทำงานไปเงียบๆ

“กำแพงตั้งมั่นแข็งแรงจังนะแพรธารา” กันติทัตพูดอย่างอารมณ์ดี ส่วนกำแพงสาวที่เดินมานั่งที่โต๊ะก็หันไปทางเลขาฯ สาวที่กำลังดื่มกาแฟแก้วใหญ่อยู่

“พี่นุชคะปกติบอสเขาเลี้ยงต้อนรับนักศึกษาฝึกงานกันที่ไหนเหรอคะ” คำถามของผู้ช่วยสาวทำให้กาแฟที่ยังไม่กลืนลงคอพุ่งออกมาข้างนอกอย่างห้ามไม่อยู่

“ดะ เดี๋ยวนะเมื่อกี้แพรถามพี่ว่าอะไรนะพี่ได้ยินไม่ชัด” นุชนารถถามและรีบหยิบกระดาษชำระขึ้นมาซับคราบกาแฟที่เปื้อนริมฝีปาก

“ปกตินักศึกษาคนอื่นที่มาฝึกงานที่นี่บอสพาไปเลี้ยงที่ไหนเหรอคะ” แพรธาราถามหลังจากที่เมื่อกี้เธอเองก็ตกใจที่อยู่ดีๆ เลขาฯ สาวสำลักกาแฟออกมา

“ใครบอกว่าที่นี่มีนักศึกษาฝึกงานจ๊ะ”

“บอสบอกค่ะทำไมเหรอคะ” แพรธาราถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นหน้าเหมือนว่าสิ่งที่เธอพูดคือเรื่องที่แปลกประหลาด

“ไม่มีอะไรจ้ะ ปกติก็พาไปทานแถวๆ นี้แหละ” นุชนารถตอบแบบขอทางไปทีจะให้เธอพูดอะไรในเมื่อเธอไม่เคยมีผู้ช่วยเลยสักคน นุชนารถรีบชวนเปลี่ยนเรื่องไปเรื่องงานเพื่อไม่ให้หญิงสาวถามอะไรออกมาอีกเพราะเธอไม่อยากโกหก

แพรธาราตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่พยายามเรียนรู้งานจากนุชนารถให้ได้มากและเร็วที่สุดจะได้แบ่งเบาภาระงานได้บ้าง และเธอก็พบว่างานเลขาฯ ไม่ใช่แต่งตัวสวยไปวันๆ เหมือนที่ได้ยินมาเพราะเลขาฯ ต้องทำทุกอย่างประสานงานทุกแผนก การจัดคิวงานต่างๆ อีกต่างหากเธอทำงานจนลืมเวลาเลิกงานไปเลย

“แพรเลิกงานได้แล้วเก็บงานก่อนเถอะจ้ะ” นุชนารถพูดเมื่อเหลือบสายตาไปดูเวลา

“แต่งานยังไม่เสร็จเลยค่ะ พี่นุชจะกลับแล้วเหรอ” แพรธาราถามเพราะงานที่ทำยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี

“งานนี้ไม่เร่งด่วนเท่าไรจ้ะพรุ่งนี้มาทำต่อก็ได้” เมื่อได้ยินแบบนั้นแพรธาราจำต้องเก็บงานและจัดโต๊ะให้เป็นระเบียบ แต่แล้วสายตาก็หันไปเห็นเลขาฯ สาวไม่เห็นเก็บงานที่ทำเลย

“พี่นุชยังไม่กลับบ้านเหรอคะ”

“เดี๋ยวพี่ต้องเข้าไปคุยกับบอสเรื่องงานพรุ่งนี้ว่ามีงานด่วนอะไรหรือเปล่า” เป็นประจำทุกวันที่ก่อนเลิกงานเธอต้องเข้าไปคุยงานในวันพรุ่งนี้

“ถ้าอย่างนั้นแพรกลับก่อนนะคะ” แพรธารายกมือไหว้หญิงสาวรุ่นพี่และลุกเดินตรงไปที่ลิฟท์ทันที ส่วนนุชนารถก็เดินไปเคาะประตูห้องทำงานและเปิดเข้าไป

“พรุ่งนี้มีงานด่วนอะไรให้พี่เตรียมหรือเปล่าคะ” นุชนารถถามออกมา

“ไม่มีงานด่วนหรอกครับ ผมขอแค่รายละเอียดลูกค้าที่จะเข้ามาขอใช้ห้องบอลรูมของเราจัดงานสัมมนาปลายเดือนหน้าหน่อยนะครับ” กันติทัตพูดถึงแม้จะมีแผนกที่ดูแลโดยตรงอยู่แล้ว แต่เพราะงานนี้เป็นงานใหญ่ระดับประเทศทำให้เขาต้องลงไปดูแลด้วยตัวเองเพื่อป้องกันการผิดพลาดที่อาจจะเกิดจะขึ้นได้

“ได้ค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะจัดการให้แต่เช้าเลยค่ะ” จากนั้นทั้งสองคนก็คุยเรื่องงานกันอีกสักพักทุกอย่างก็เรียบร้อย

“แล้วผู้ช่วยของพี่นุชทำงานวันแรกเป็นอย่างไรบ้างครับ” กันติทัตถามความเห็นเลขาฯ สาว

“น้องก็ตั้งใจทำงาน หัวเร็วดีค่ะสอนงานแป๊บเดียวก็ทำได้เลย” นุชนารถพูดตามความจริงที่ได้สัมผัสมา

“แล้วนี่เขาทำอะไรอยู่ล่ะครับ”

“พี่เห็นว่าเย็นแล้วเลยให้น้องเลิกงานกลับบ้านไปแล้วค่ะ” นุชนารถพูดออกมา

“อะไรนะครับ!!! กลับบ้านไปแล้วไม่เห็นเขาเข้ามาบอกผมเลย” กันติทัตพูดและทำหน้าบึ้ง

“อ้าวก็บอสไม่ได้สั่งพี่ไว้นี่คะว่าต้องให้น้องเข้ามาบอกด้วย” นุชนารถบอกหน้าเหลอหลา

“โอเคครั้งนี้ผมถือว่าเป็นความผิดของผมเองที่ไม่ได้บอก อย่างนั้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปเรื่องของแพรธาราพี่ต้องรายงานผมทุกเรื่อง” กันติทัตพูดอย่างชัดเจนสร้างความหนักใจให้นุชนารถเป็นอย่างมาก แค่วันแรกที่เธอได้ทำงานและพูดคุยกับหญิงสาวคนนี้มาทำให้เธอรู้สึกเอ็นดูอีกฝ่ายเหมือนเป็นน้องสาวคนหนึ่งไปแล้ว

“บอสสนใจแพรเหรอคะ ขอโทษนะคะที่พี่ต้องถามตรงๆ เพราะสองวันนี้บอสทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน” นุชนารถเอ่ยถามตรงๆ คนที่ถูกถามชะงักไปนิดแต่ก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป