บทที่ 3 3

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูไม้บานใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของวิทยาที่เดินเข้ามาด้วนสีหน้าเรียบนิ่ง กันติทัตมองหน้าของบอดี้การ์ดหนุ่มก็พอรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่

“แค่ให้ไปส่งคนต้องทำหน้าเรียบนิ่งใส่ฉันขนาดนี้เลยเหรอวิท” กันติทัตอดกระเซ้าลูกน้องไม่ได้

“ต่อไปนี้ผมจะไม่ให้บอสไปไหนคนเดียวอีกแล้วนะครับ” วิทยาพูดออกมา

“ทำไม นายก็รู้ว่าฉันชอบไปไหนคนเดียว”

“ผมเป็นบอดี้การ์ดของบอสนะครับ เมื่อเช้าก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นด้วยและไหนจะเรื่องของคุณภัสสรอีก ผมว่าเธอไม่หยุดแค่นี้เพราะตอนไปส่งเธอซักไซร้อยู่นานว่าบอสไปติดพันผู้หญิงคนไหนอยู่หรือเปล่า” นานๆ บอดี้การด์หนุ่มจะพูดยาวๆ แบบนี้ทำให้เจ้านายอดที่ยิ้มขำออกมาไม่ได้

“เรื่องอุบัติเหตุเมื่อเช้าไม่มีอะไรเลยแค่ผู้หญิงไม่ระวังเดินมาตัดหน้ารถแค่นั้น ส่วนเรื่องภัสสรก็ปล่อยเธอไปถ้าล้ำเส้นมากๆ ฉันจะจัดการด้วยตัวเองไม่รอให้ถึงมือนายหรอก” กันติทัตพูดเพราะเขาก็มีไม้ตายเหมือนกันถ้าหญิงสาวยังไม่ยอมหยุด

“แต่ผมยังยืนยันคำพูดเดิมที่ว่าต่อไปนี้ผมจะตามบอสทุกฝีก้าวเลย” วิทยาพูดจบก็โค้งศีรษะให้เจ้านายหนุ่มและเดินออกไปทันที เขาไม่ได้ห่วงเรื่องผู้หญิงคนนั้นมากเพราะนี่ไม่ใช่คนแรกที่ไม่ยอมจบความสัมพันธ์ แต่ที่เขาห่วงคือศัตรูและคนไม่หวังดีต่อกันติทัตต่างหาก

“วิทยา!!นี่ตกลงฉันเป็นเจ้านายหรือนายเป็นเจ้านายฉันแน่วะ” เสียงโวยวายดังออกมาจากห้องทำงานใหญ่

วันนี้เป็นวันที่งานยุ่งมากที่สุดเพราะวันนี้เป็นวันปิดงบของแผนกบัญชี ทำให้สมาคมขาเม้าท์ต้องสลายตัวเร็วกว่ากำหนด เพราะงานที่มาจ่อคอหอยจึงไม่สามารถเอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้เลย แม้กระทั่งจะออกไปทานข้าวกลางวันขนาดเด็กฝึกงานอย่างแพรธาราก็ต้องเข้ามาช่วยพวกพนักงานทำงานด้วยเลย

“ทุกคนมาทานข้าวกลางวันก่อนเร็ว เดี๋ยวก็เป็นลมตายกันพอดี” เสียงผู้จัดการสาวเอ่ยปากเรียกลูกน้องในแผนก หลังจากที่เธอวานให้แม่บ้านลงไปซื้ออาหารกล่องมาให้ทุกคนได้ทานกัน พนักงานทุกคนต่างก็รีบเดินมารับกล่องข้าวทันทีเพราะกลิ่นอาหารมันช่างยั่วเหลือเกิน บางคนไม่ได้ทานมื้อเช้ามาตอนนี้ทานอะไรก็อร่อยไปหมด

“แพรมาทานข้าวก่อนเดี๋ยวค่อยทำ” เสียงผู้จัดการสาวเอ่ยปากเรียกหญิงสาวที่เป็นนักศึกษาฝึกงาน เพราะไม่เห็นขยับลุกเดินมาเอาข้าวเลย

“ไม่เป็นไรค่ะพี่วิพอดีแพรทำห่อข้าวมาทานเองค่ะ” แพรธารายกกล่องข้าวขึ้นให้ผู้จัดการสาวที่เป็นหัวหน้าเธอโดยตรงดู

“อะไรจะประหยัดขนาดนั้น ไหนพี่ดูสิว่าทำอะไรมาทาน” วิลาสินีเดินตรงมาที่โต๊ะของหญิงสาวเมื่อเห็นก็ต้องอ้าปากค้างเมื่ออาหารที่จัดใส่กล่องมาน่าทานกว่าอาหารกล่องที่เธอซื้อมาเสียอีก

“แพรทำอาหารเองเหรอดูน่าทานมากเลยนะ” วิลาสินีถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพราะอาหารในกล่องคือปลาทอดผัดเปรี้ยวหวาน ทานกับข้าวกล้องสีสันดูน่าทานมาก

“แพรทำเองค่ะพี่วิ” แพรธาราตอบออกมา เธอเป็นคนตื่นเช้าเลยมีเวลาเตรียมข้าวกล่องมาทานที่ทำงานประหยัดอีกต่างหาก

“เก่งนะเนี่ยเดี๋ยวนี้สาวๆ เขาทำกับข้าวไม่ค่อยเป็นกันแล้ว” วิลาสินีชื่นชมหญิงสาวด้วยความจริงใจ เพราะขนาดเธอยังไม่ค่อยได้เข้าครัวเลย นานๆ ถึงจะเข้าครัวทำให้ลูกและสามีทาน หลังจากที่หมดเวลาพักทุกคนก็ต่างก้มหน้าก้มตาทำงานกันต่อทันที

“แพรๆ ว่างหรือเปล่าจ๊ะเอาเอกสารแฟ้มนี้ขึ้นไปพี่นุชนารถเลขาฯ บอสหน่อยสิ” วิลาสินีเดินมาเรียกลูกน้องสาวที่หน้าประตูห้องทำงาน แพรธารารีบวางมือจากงานที่ทำแล้วลุกเดินเข้าในห้องผู้จัดการสาวทันที

“นี่จ้ะเอกสารให้บอสเซ็นแล้วรอเอาลงมาเลยนะ ถ้าบอสไม่อยู่ก็ไม่เป็นไรฝากพี่นุชเขาเอาไว้ได้เลย” วิลาสินีสั่งความออกมา

“ได้ค่ะ” แพรธาราเดินมาผ่านลิฟท์ตรงขึ้นบันไดเพราะชั้นที่เธอไปอยู่ชั้นบนนี่เอง พอเดินไปถึงหัวใจเธอกลับเต้นแรงอย่างไม่รู้สาเหตุจะว่าเดินเหนื่อยก็ไม่น่าจะใช่เพราะเดินแค่นี้ บรรยากาศบนชั้นผู้บริหารเงียบกริบแทบไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาเลย มีแค่เลขาฯ นั่งหน้าห้องอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น ขาเรียวเดินไปหยุดที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่หน้าห้องหนึ่ง

“สวัสดีค่ะ หนูเอาเอกสารจากแผนกบัญชีมาให้บอสเซ็นค่ะ” แพรธารายกมือไหว้และพูดพร้อมกับยิ้มหวานให้หญิงสาวที่เป็นเลขาฯ บอสใหญ่เธอเคยเห็นนุชนารถบ้างเวลาลงไปแผนกบ้าง

“บอสยังไม่กลับเข้ามาเลยจ้ะ รีบใช้หรือเปล่า” นุชนารถถามหญิงสาวที่เป็นนักศึกษาฝึกงาน และแอบชื่นชมในใจว่าเด็กคนนี้รู้จักสัมมาคารวะยิ้มแย้มแจ่มใส ที่สำคัญรูปร่างดีมากนี่ถ้าบอสเธอมาเห็นมีหวังมองตาค้างแน่ๆ แต่ที่ผ่านมากันติทัตไม่เคยทำตัวเป็นสมภารทานไก่วัดเลยสักครั้ง  มีแต่ไก่วัดเนี่ยแหละที่เอาตัวเองใส่พานมาให้ถึงที่

“พี่วิบอกว่าถ้าบอสไม่อยู่ก็ให้ฝากเอกสารไว้ค่ะ” แพรธาราพูดพร้อมกับยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า

“งั้นเดี๋ยวถ้าบอสเซ็นเรียบร้อยแล้วพี่จะเอาลงไปให้นะจ๊ะ”

“ได้ค่ะถ้าอย่างนั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ” แพรธารายกมือไหว้อีกครั้งแต่ก่อนที่เดินไปเสียงของนุชนารถก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน

“พี่ยังไม่รู้จักชื่อน้องเลย เผื่อว่าเจอกันครั้งหน้าพี่จะได้เรียกชื่อถูก” นุชนารถถามอย่างถูกชะตา

“หนูชื่อแพร แพรธาราค่ะ” พูดแล้วก็ยิ้มหวานให้อีกฝ่ายและเดินต่อไปทันที ขณะที่เดินผ่านลิฟท์อยู่ๆ ประตูก็เปิดพอดี เมื่อเห็นว่าเป็นลิฟท์ของบอสหนุ่มขาเรียวเลยรีบเดินตรงไปที่บันไดทันที แต่ถึงจะเร็วแค่ไหนก็ไม่มีทางรอดพ้นสายตาของกันติทัตไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป