บทที่ 4 4
“ผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็นใคร” กันติทัตหันมาถามบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ ขณะที่เดินออกจากลิฟท์
“ไม่รู้ครับ ผมไม่ทันได้มอง” วิทยาพูดเสียงนิ่งตามสไตล์ ตอนที่มีคนเดินผ่านเขาไม่ทันได้มองเพราะก้มหน้าอ่านเอกสารในมืออยู่
“นายนี่ไม่ได้เรื่องเลย” กันติทัตพูดอย่างหัวเสีย เพราะเขารู้สึกคุ้นเหมือนเคยเห็นหญิงสาวรูปร่างหน้าตาแบบนี้ที่ไหน ถึงจะเห็นแค่แวบเดียวแต่เขาก็เก็บรายละเอียดทุกอย่างไว้หมด
“พี่นุชเมื่อกี้ผมเห็นผู้หญิงดูแล้วไม่น่าจะใช่พนักงานของเราไม่ทราบว่าเขาขึ้นมาทำไมเหรอครับ” เมื่อไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจจากบอดี้การ์ดหนุ่ม เขาเลยหันมาถามเลขาฯ สาวที่นั่งอยู่หน้าห้องทันที
“น้องเป็นนักศึกษาฝึกงานแผนกบัญชีเอาเอกสารมาให้บอสเซ็นค่ะ” นุชนารถบอกพร้อมกับหยิบแฟ้มเอกสารสีดำมาให้เจ้านายหนุ่ม แต่ก็แอบคิดอย่างแปลกใจว่าเพราะอะไรทำไมกันติทัตถึงถามเสียงอยากรู้มากขนาดนี้
“งั้นเหรอครับ ผมขอกาแฟแก้วหนึ่งแล้วกันนะครับ” กันติทัตพูดเสียงแผ่วและเดินเข้าห้องไป ถึงแม้จะสงสัยแต่นุชนารถก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อ และทันทีที่นำกาแฟมาให้ตามคำสั่งนุชนารถก็หอบแฟ้มเอกสารเสนอเซ็นเข้ามาด้วย
“แฟ้มนี้รบกวนบอสเซ็นให้ก่อนนะคะ พอดีเป็นเอกสารด่วนจากแผนกบัญชีค่ะ” กันติทัตชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าแฟ้มนี้เป็นของแผนกบัญชี
นุชนารถกำลังจะเดินออกจากห้องแต่ก็ต้องหยุดเพราะเจ้านายหนุ่มเรียกเอาไว้ก่อน “พี่นุชครับผมรบกวนขอแฟ้มประวัตินักศึกษาฝึกงานด้วยนะครับ”
“บอสมีอะไรหรือเปล่าคะ” นุชนารถถามอย่างแปลกใจและเริ่มไม่ไว้ใจเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของเจ้านายหนุ่ม เธอเริ่มรู้สึกเป็นห่วงหญิงสาวซะแล้ว แต่ก็รู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ห้ามเจ้านายหนุ่มได้แต่ภาวนาในใจให้หญิงสาวคนนั้นรอดพ้นจากเงื้อมมือกันติทัตด้วยเถอะ
ทันทีที่ได้แฟ้มประวัติของหญิงสาวกันติทัตก็วางมือจากงานทุกอย่างแล้วรีบเปิดอ่าน รายละเอียดต่างๆ ถูกเก็บเข้าไปในสมองอย่างรวดเร็วพร้อมกับยิ้มออกมา
“แพรธราราอย่างนั้นเหรอ คงจะเป็นผ้าแพรที่นุ่มลื่นและเนียนที่สุดเท่าที่ฉันเคยสัมผัสมาแน่นอน” กันติทัตพูดกับรูปถ่ายขนาดเล็กของแพรธารา ถึงแม้จะผ่านมาหลายวันแล้วจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น แต่ไม่รู้ทำไมหน้าตาและรูปร่างของหญิงสาวกลับตรึงตาตรึงใจเขาเหลือเกิน และไม่รอช้ามือหนากดโทรศัพท์ออกไปหานุชนารถและกรอกเสียงเข้มลงไป
“พี่นุชครับรบกวนเชิญคุณวิลาสินีมาพบผมที่ห้องด้วยครับ” นุชนารถชะงักไปและถามบางอย่างเพื่อความแน่ใจ
“คุณวิลาสินีผู้จัดการแผนกบัญชีเหรอคะ”
“ใช่ครับ” กันติทัตพูดแค่นั้นก็วางสายไปทันที ทิ้งให้เลขาฯ สาวถอนหายใจออกมาเบาๆ และก็ทำตามคำสั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้
“พี่วิจะรีบไปไหนเหรอคะ” พนักงานสาวในแผนกถามขึ้นเพราะเธอกำลังจะเอางานมาให้หญิงสาวตรวจ
“บอสเรียกพบด่วน ถ้ามีงานด่วนอะไรก็วางไว้บนโต๊ะเลยนะเดี๋ยวพี่กลับมาดูให้” พูดจบวิลาสินีก็รีบเดินออกจากห้องไป ไม่บ่อยครั้งนักที่บอสหนุ่มจะเรียกพบเป็นด่วนแบบนี้
“พี่วิรีบไหนของเขาน่ะ”
“เห็นว่าบอสเรียกพบ อิจฉาพี่วิจังที่ได้เห็นหน้าบอสบ่อยๆ แบบนี้” จุ๊บพูดทีเล่นทีจริงเพระเธอเองก็ปลื้มเจ้านายหนุ่มเหมือนกัน
แพรธาราที่ได้ยินรุ่นพี่ทั้งสองคนคุยกันก็แอบคิดว่าตั้งแต่เธอมาฝึกงานที่นี่ไม่เคยจะได้เห็นหน้าหรือเจอเจ้าของโรงแรมเลย ได้ยินแต่กิตติศัพท์และเรื่องราวที่สาวๆ เล่าให้ฟังเท่านั้น พวกเขาอัพเดทให้เธอฟังยิ่งกว่านักข่าวรายงานข่าวอีก ขณะที่เธอกำลังนั่งทำงานอยู่เสียงข้อความก็ดังขึ้นทำให้ต้องหยิบขึ้นมาดูพอเห็นชื่อและข้อความทำให้เกิดความเบื่อหน่ายขึ้นมาทันที แต่เธอก็ต้องปัดความคิดเรื่องนี้ออกเมื่อได้ยินว่าหัวหน้าเรียกเธอไปพบ
“ขออนุญาตค่ะ” แพรธาราพูดหลังจากที่เคาะประตูห้องแล้วเปิดเข้ามาทันที
“นั่งก่อนแพรพี่มีเรื่องจะพูดด้วย” วิลาสินีชี้ไปที่เก้าอี้ตรงข้ามเธอ และมองหน้าหญิงสาวอย่างลำบากใจ
“พี่วิมีงานอะไรให้แพรทำเหรอคะ” แพรธาราเอ่ยถามออกมา
“ไม่มีหรอกพี่แค่มีเรื่องจะบอกแพรน่ะ” วิลาสินีพูดและทำหน้าอย่างลำบากใจ
“มีอะไรเหรอคะหรือว่าแพรทำงานผิดพลาด” ปากถามแต่ในใจคิดว่าเธอไม่เคยประมาทปล่อยงานที่มีปัญหาออกไป เพราะเธอรู้ว่างานตัวเลขเป็นอะไรที่ละเอียดแม้แต่ยี่สิบห้าสตางค์ก็ปล่อยผ่านไม่ได้เด็ดขาด เธอเคยต้องนั่งหายอดยี่สิบห้าสตางค์อยู่หลายชั่วโมงเลยทีเดียว
“แพรทำงานทุกอย่างได้ดีและเป็นน้องที่ดีสำหรับพี่” วิลาสินีพูดและถอนหายใจออกมาเบาและพูดต่อ
“มีคำสั่งจากบอสว่าขอดึงตัวแพรขึ้นไปช่วยงานเป็นผู้ช่วยพี่นุชจนกว่าจะฝึกงานเสร็จ” คำพูดของหัวหน้าสาวทำให้แพรธาราตาโตเบิกกว้างอย่างตกใจ เพราะไม่คิดว่านักศึกษาฝึกงานอย่างเธอจะได้มีโอกาสไปเป็นผู้ช่วยเลขาฯ ท่านประธานใหญ่แบบนี้
“ทำไมแพรถึงได้ไปเป็นผู้ช่วยเลขาฯ ล่ะคะ”
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนที่เอาเอกสารไปให้พี่นุชเขาได้พูดอะไรกับแพรหรือเปล่า” วิลาสินีเองก็แปลกใจเพราะไม่คิดว่าเจ้านายหนุ่มจะมีคำสั่งแบบนี้
“แล้วแพรต้องไปเป็นผู้ช่วยเลขาฯ เมื่อไรคะ” เมื่อเป็นคำสั่งเธอก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ถ้ามีปัญหาหรือไม่ไปคงมีผลต่อการฝึกงานแน่นอน
“พรุ่งนี้เช้าจ้ะ”
