บทที่ 7 7

“แต่ว่าเมื่อถึงเวลาหนูต้องมาทำงานที่บริษัทเราเท่านั้นไม่อย่างนั้นพ่อไม่ยอมเด็ดขาด”

“ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วค่ะ” แพรธาราพูดและยิ้มหวานให้บิดา สองคนพ่อลูกหัวเราะออกมาพร้อมกันจากนั้นก็นั่งคุยและทานของว่างด้วยกันอย่างมีความสุข พอจัดการของว่างจนหมดแพรธาราก็ขอตัวไปออกไปดูแลในครัวต่อปล่อยให้บิดาทำงานต่ออีกสักนิด ระหว่างที่กำลังจะลงไปบันไดไปข้างล่างเสียงแหลมๆ ก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน

“เข้าไปอ้อนขออะไรอีกล่ะ” ผกากรองกอดอกแล้วถามลูกเลี้ยงของตัวเองที่เพิ่งเดินออกจากห้องทำงานของสามี

แพรธาราถอนหายใจออกมาเบาๆ รู้สึกเบื่อกับคำถามแบบนี้เพราะเวลาที่เธอกับไปนั่งคุยกับบิดาทีไรพอออกมาก็มาเจอกับแม่เลี้ยงที่คอยดักรอหาเรื่องทุกครั้ง

“ไม่ได้อ้อนขออะไรฉันแค่ยกของว่างไปให้ท่านเท่านั้นเอง” พูดจบก็เตรียมจะเดินไปแต่หญิงสาววัยกลางคนก็เดินมาดักหน้าเอาไว้เสียก่อน

“ฉันไม่เชื่อที่เธอพูดหรอก เธอคงเข้าไปเป่าหูพ่อเธอให้หักเงินยายวีใช่ไหมล่ะ” ผกากรองถามเสียงสูง เพราะเรื่องนี้ทำให้เธอและมารุตทะเลาะเถียงกันเมื่อกี้ เพราะเธอขอเบิกเงินให้บุตรสาวเพื่อไปเที่ยวในคืนนี้แต่สามีไม่ยอมให้ โดยยกเหตุผลต่างๆ มาค้านทำให้เธอรู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก

“ฉันพูดความจริงไปแล้ว แต่ถ้าคุณไม่เชื่อก็แล้วแต่คุณเถอะค่ะ” แพรธาราพูดเสียงเรียบนิ่งและเดินไปแต่ก็เดินไปได้แค่สองก้าวก็ต้องหยุดเมื่อผกากรองพูดอะไรบ้างอย่างออกมา

“เอาเงินมาให้หนึ่งหมื่นสิ” ผกากรองพูดและเชิดหน้าขึ้น แพรธาราค่อยๆ หันมามองหน้าหญิงสาวที่อยู่ในฐานะแม่เลี้ยง

“เห็นทีจะไม่ได้ค่ะ อย่างที่ฉันเคยบอกวีนัสไปว่าเงินเดือนของคุณทั้งสองคนได้ถูกเบิกไปหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”

“ทำไมจะไม่ได้เมื่อฉันเป็นภรรยาเจ้าของบ้าน เงินของพ่อเธอก็เหมือนของๆ ฉันและฉันก็มีสิทธิ์จะใช้เท่าไหร่ก็ได้” ผกากรองพูดอย่างหัวเสียนี่ถ้าบุตรสาวเธอไม่มาขอร้องและขอเงินเธอไม่มีทางเอ่ยปากขอเงินกับลูกเลี้ยงที่ชอบทำตัวจองหองแบบนี้หรอก

“ฉันต้องขอโทษคุณผกากรองด้วยนะคะที่ไม่สามารถให้คุณเบิกเงินเดือนเพิ่มได้ ถ้าคุณอยากให้เงินวีนัสก็เอาเงินเก็บส่วนตัวของคุณมาให้ลูกสาวคุณสิคะ” แพรธาราพูดและยกยิ้มแล้วเดินจากไป

“นังแพรสักวันฉันจะทำให้แกเลิกจองหองและน้ำตาตกให้ได้” ผกากรองกัดฟันพูดออกมาอย่างแค้นใจ หลายปีที่ผ่านมาเธอพยายามเอาใจมารุตหวังว่าให้ยกทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเธอ แต่ทุกอย่างที่วาดฝันเอาไว้มันพังทลายเมื่อเขาดันยกทุกสิ่งทุกอย่างให้นังลูกเลี้ยงที่เธอไม่ชอบหน้าแต่ก็ต้องแกล้งทำดีด้วยแต่ทุกอย่างกำลังจะไปได้ด้วยดี ถ้าไม่เพราะเหตุการณ์ในวันนั้นทำให้แพรธาราเปลี่ยนไปไม่เคารพเธอเหมือนก่อนดีที่ครั้งนั้นสามีของเธอไม่เชื่อในสิ่งที่บุตรสาวพูดเธอเลยรอดตัวมาถึงตอนนี้ แต่ไม่รู้ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นมารุตดูห่างเหินและไม่ตามใจเธอเหมือนก่อนอีก ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อนพอหยิบมาดูก็กดรับสายทันที

เมื่อถึงเวลาอาหารเย็นก็มีแค่มารุตและแพรธาราเท่านั้นที่ลงมาทานข้าว ส่วนผกากรองและวีนัสไม่ค่อยทานมื้อเย็นเพราะกลัวอ้วน ในความคิดของแพรธารากลับยินดีเพราะไม่ต้องทนเห็นหน้าสองคนแม่ลูกให้เสียอรรถรสในการทานอาหาร สองคนพ่อลูกทานไปพูดคุยและหัวเราะกันไปอย่างมีความสุขทำให้มารุตคิดว่าตัวเองตัดสินใจผิดที่เลือกรับคนอื่นเข้ามาในครอบครัวของตัวเอง แต่เขาก็แอบหวังไว้ในใจว่าทั้งผกากรองและวีนัสจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น หรือถ้าความสัมพันธ์สามีภรรยาจบลงเขาก็พร้อมจะปล่อยเธอไปพร้อมกับให้เงินก้อนโตไปตั้งตัวด้วย หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน

“พรุ่งนี้จะเป็นยังไงนะ ทำไมอยู่ๆ เราถึงได้เลื่อนไปเป็นผู้ช่วยเลขาฯ ของบอส” แพรธาราพูดคนเดียวขณะที่ล้มตัวนอนลงบนเตียงหนานุ่มของตัวเอง

“เอาเถอะถือว่าเป็นกำไรของการฝึกงานแล้วกัน” เมื่อคิดไม่ออกหาเหตุผลในการเลื่อนตำแหน่งไม่ได้เธอก็เลือกที่จะเข้านอนเพื่อเตรียมตัวไปทำงานที่อาจจะหนักหนาในวันพรุ่งนี้ ซึ่งถ้าแพรธาราล่วงรู้เหตุการณ์ในอนาคตเธอคงไม่เลือกที่จะฝึกงานที่นี่เพราะมันไม่ใช่แค่ทำงานหนักแต่มันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งในชีวิตของเธอด้วย

เช้าวันรุ่งขึ้นขณะที่แพรธารากำลังเดินออกจากห้องครัวเพราะเป็นประจำทุกวันที่เธอจะห่อข้าวเช้าและกลางวันไปทานที่ทำงานอยู่แล้ว เธอก็เห็นว่าร่างบางของวีนัสเดินโซซัดโซเซเข้ามาในบ้านสภาพเหมือนคนยังไม่สร่างเมา นี่คงแอบหนีออกไปหลังจากที่เธอและบิดาขึ้นห้องพักผ่อนแล้วแน่ๆ

“แพรไปเอากาแฟมาให้ฉันแก้วหนึ่งสิ” วีนัสพูดสั่งพี่สาวต่างสายเลือดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เมามาย

“ฉันไม่ว่างต้องรีบออกไปทำงานแล้ว ถ้าจะอยากได้อะไรก็ไปทำเอาเองแล้วกัน” แพรธาราพูดแค่นั้นก็เดินออกจากบ้านไปทันที ส่วนวีนัสแม้จะอยากอาละวาดแค่ไหนก็ไม่มีแรงแค่เธอลากสังขารกลับบ้านมาได้ก็เก่งแล้ว เมื่อคืนเธอแอบออกไปตอนที่ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว พอได้นั่งสักพักก็ค่อยๆ เดินเกาะราวบันไดขึ้นไปยังห้องของตัวเองก่อนที่พ่อเลี้ยงของเธอจะลงมาเห็น เพราะต่อหน้ามารุตเธอสวมบทเป็นลูกเลี้ยงที่น่ารักและอ่อนหวานถึงแม้จะใช้เงินเก่งไปบ้างก็คงไม่เป็นอะไร เพราะเธอสรรหาเหตุผลมากมายมาอ้างได้ตลอด

“ตายแล้วยายวีทำไมถึงมีสภาพแบบนี้ล่ะลูก” ผกากรองที่เปิดประตูห้องนอนออกมาก็เห็นบุตรสาวที่เดินไม่ตรงทางพอดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป