บทที่ 9 9
“พร้อมไหมจ๊ะ” นุชนารถหันมาถามและต้องยิ้มขำเมื่อเห็นว่าแพรธาราหายใจเข้าปอดลึกๆ ส่วนคนโดนถามถึงแม้จะพยายามบอกตัวเองว่าไม่ต้องตื่นเต้นแต่หัวใจเธอกลับเต้นแรงมากผิดปกติ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
นุชนารถเคาะประตูสามครั้งและก็ได้ยินเสียงเข้มดังออกมาจากข้างใน และเสียงนั้นก็ทำให้ร่างกายของแพรธาราร้อนวูบวาบขึ้นมาซะอย่างนั้น ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็ปะทะเข้ากับอากาศเย็นเฉียบจากการทำงานของเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ถึงสองตัว ดวงตากลมโตมองไปที่ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนหันหลังให้พวกเธออยู่ที่หน้าต่างบานใหญ่
“บอสคะพี่พาน้องมารายงานตัวค่ะ” นุชนารถพูดเมื่อเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่
“เดี๋ยวพี่นุชออกไปก่อนนะครับ ขอผมคุยและสัมภาษณ์น้องเขาหน่อย” กันติทัตพูดแต่ไม่ยอมหันหน้ามามองหญิงสาว
“เอ่อ...คือก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่ออกไปรอข้างนอกนะจ๊ะ” นุชนารถหันมาพูดกับหญิงสาวรุ่นน้องและส่งสายตาเป็นกำลังใจส่งไปให้
หลังจากที่นุชนารถออกไปแล้วชายหนุ่มร่างสูงก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเขาเอาแต่ยืนมองออกไปนอกหน้าต่างไม่สนใจที่หันมาพูดหรือสอบถามอะไรกับเธอเลยแม้แต่คำเดียวจนเธอรู้สึกอึดอัดแทบยังรู้สึกหนาวมากขึ้นด้วย ส่วนคนที่ดูเหมือนไม่สนใจกลับยิ้มมุมปากอย่างขำๆ เพราะเขาเห็นหน้าตาท่าทางของหญิงสาวผ่านกระจกบานใหญ่ตรงหน้าแต่พอเห็นว่าแพรธารากอดอกเพราะอากาศเย็นก็ไม่อาจถ่วงเวลาแกล้งอีกฝ่ายต่อไปได้
“ยินดีที่ได้พบหน้ากันเป็นครั้งที่สองนะครับแพรธารา” เสียงเข้มพูดออกมาพร้อมกับหันมองสบตากันตรงๆ พร้อมกับกวาดสายตาคมเข้มไปทั่วร่างกายของหญิงสาวตรงหน้า พอได้เห็นหัวใจที่เคยแข็งแกร่งกลับเต้นแรงเหมือนใครมาตีกลองอยู่ใกล้ๆ อย่างนั้น
“คะ เมื่อกี้บอสพูดว่าอะไรนะคะ” แพรธาราถามอย่างไม่แน่ใจว่าตัวเองฟังผิดไปหรือเปล่าที่เขาบอกว่าเจอหน้ากันเป็นครั้งที่สอง เธอว่าเธอไม่เคยเจอหน้าเขามาก่อนนะนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกสักที
“นี่คุณจำผมไม่ได้เหรอ” คิ้วเข้มเลิกสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าหวานมองมาที่เขาแล้วเต็มไปด้วยคำถาม
“เอ่อ...คือดิฉันจำไม่ได้ค่ะ” แพรธาราพูดเสียงอ่อยและพยายามนึกว่าเธอไปเจอเขาที่ไหน แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่
ออก กันติทัตเห็นหน้าตาที่งงงวยและท่าทางขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิดอย่างหนักของหญิงสาวก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะโมโหหรือขบขันดี
“เอาเถอะๆ นึกไม่ออกก็ไม่ต้องนึกแล้ว เชิญนั่งก่อนผมอยากสอบถามอะไรคุณหน่อย” กันติทัตบอกอย่างยอมแพ้ตอนนี้เธออาจจะยังจำไม่ได้ แต่ต่อไปแพรธาราต้องจำเขาได้คนเดียวเท่านั้น
แพรธาราพอได้ยินที่ชายหนุ่มพูดก็เริ่มใจคอไม่ดี เขาเป็นนักธุรกิจไม่รู้ว่าเคยคุ้นชื่อนามสกุลหรือพบปะบิดาของเธอมาบ้างหรือเปล่า
“ทำไมคุณถึงเลือกมาฝึกงานที่นี่” กันติทัตเลือกถามคำถามทั่วไปก่อนเพราะไม่อยากให้หญิงสาวตรงหน้ากังวลและเกร็งไปมากกว่านี้
“เพราะที่นี่เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่ได้จัดงานระดับประเทศอยู่บ่อยครั้งแสดงให้เห็นว่าที่นี่ต้องมีการจัดการที่มีระบบ การบริหารทุกอย่างต้องดีเยี่ยมเช่นกันค่ะ” คำตอบแรกที่หลุดจากริมฝีปากอวบอิ่มเรียกรอยยิ้มที่พอใจจากกันติทัตได้เป็นอย่างดี จากนั้นคำถามที่เกี่ยวกับการบริหารงานก็หลั่งไหลออกมาเหมือนกับต้องการทดสอบความรู้ความสามารถของแพรธาราอย่างนั้นแหละ
“ผมขอถามเรื่องส่วนตัวหน่อยได้ไหม” กันติทัตถามเหมือนขออนุญาต
“เอ่อ...ได้ค่ะ” ตอนแรกอยากจะปฏิเสธแต่เพราะเขาเป็นเจ้านายทำให้ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้
“คุณเป็นคนที่ไหนหรือว่าเป็นคนกรุงเทพฯ”
“ดิฉันเป็นคนกรุงเทพฯ ค่ะ” พอเป็นคำถามเรื่องส่วนตัวทำให้เธอรู้สึกเกร็งมากกว่าเรื่องที่ทดสอบความรู้เสียอีก
“คุณมีพี่น้องกี่คนแล้วอยู่กับพ่อแม่หรือเปล่า”
“ดิฉันเป็นลูกคนเดียวค่ะ แม่เสียชีวิตไปนานแล้วค่ะ” แพรธาราตอบออกมาและคิดว่าคำถามพวกนี้มันจำเป็นเหรอที่เจ้านายต้องรู้
“งั้นเหรอเอาล่ะผมถามคุณแค่นี้แหละ ยินดีต้อนรับขอให้คุณฝึกงานอย่างมีความสุขและเก็บเกี่ยวความรู้และสิ่งดีๆ อย่างเต็มที่นะครับ” กันติทัตพูดเสียงจริงจังที่เขาหยุดถามเพราะแววตาเศร้าๆ ตอนที่หญิงสาวพูดถึงมารดาทำให้เขาไม่กล้าถามอะไรต่อเลย ส่วนเรื่องอื่นๆ เอาไว้เขาถามหรือสืบทีหลังก็ยังไม่สาย
“ขอบคุณค่ะดิฉันจะทำงานให้เต็มที่ให้สมกับที่บอสให้โอกาสได้ขึ้นมาทำหน้าที่นี่ค่ะ” แพรธารายกมือไหว้ชายหนุ่มและลุกขึ้นยืนก่อนจะหันหลังเดินออกไป แต่เธอยังไม่ทันได้เปิดประตูเสียงเข้มก็ดังขึ้นมาก่อน
“เดี๋ยว!!! แพรธาราผมลืมถามคุณไปอีกหนึ่งข้อ” กันติทัตถามเพราะนึกขึ้นมาได้ว่าลืมถามคำถามสำคัญ
“อะไรเหรอคะ” แพรธาราหันหลับมาทันทีเพราะตกใจเสียงเรียกที่ดังขึ้นมาก่อนที่จะเปิดประตูออกจากห้องทำงานใหญ่ไป
“คุณมีคนรักหรือยัง ที่ผมถามไม่ใช่อะไรหรอกเพราะกลัวว่าถ้าคุณทำงานหนักแฟนของคุณอาจจะไม่พอใจที่คุณไม่มีเวลาให้” กันติทัตรีบยกเหตุผลมาอ้างเมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าที่ไม่เข้าใจในคำถาม
“ดิฉันยังไม่มีคนรักค่ะ” ถึงแม้จะไปเข้าใจว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวกับการทำงานตรงไหน แต่เธอก็ต้องตอบออกมาอยู่ดี
“ขอบคุณมากที่ตอบคำถามผม งั้นคุณออกไปรอข้างนอกแล้วเรียกพี่นุชเข้ามาพบผมด้วย” กันติทัตแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกและต้องรีบซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ไม่ให้หลุดออกมา แต่ถึงแม้หญิงสาวจะมีคนรักเขาไม่มีทางถอยคนอย่างกันติทัตเมื่ออยากได้อะไรไม่มีคำว่าไม่ได้เด็ดขาด
“ได้ค่ะ” แพรธาราพูดแค่นั้นก็เปิดประตูออกไปทันที จากนั้นก็เดินตรงไปยังโต๊ะของเลขาฯ สาวรุ่นพี่
“พี่นุชคะบอสเรียกให้เข้าไปพบค่ะ”
“ขอบใจจ้ะ บอสคงเรียกพี่ไปสั่งงานแน่เลยเดี๋ยวแพรนั่งรอพี่ก่อนนะเดี๋ยวพี่ออกมา” นุชนารถพูดกับหญิงสาวรุ่นน้องและสังเกตสีหน้าท่าทางก็ไม่พบความผิดปกติก็ต้องถอนหายใจอย่างโล่งอก
